พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระพรหมโมลี
(สุชาติ ธมฺมรตโน)
190px
เกิด 23 ตุลาคม พ.ศ. 2497
อายุ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2497 (59 ปี)
อุปสมบท 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2519
พรรษา 38
วัด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา ป.ธ.๙, น.ธ.เอก
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าคณะภาค ๕, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ, เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง, เลขานุการแม่กองงานพระธรรมทูต, รองประธานพระธรรมจาริก, หัวหน้าพระธรรมทูต สายที่ 3

พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) เจ้าคณะภาค ๕ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง เลขานุการแม่กองงานพระธรรมทูต รองประธานคณะพระธรรมจาริก หัวหน้าพระธรรมทูต สายที่ 3 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง เมื่อปี พ.ศ. 2554

ประวัติ[แก้]

พระพรหมโมลี มีนามเดิม สุชาติ นามสกุล สอดสี เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ปีมะเมีย ณ ตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

บรรพชา[แก้]

บรรพชา วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2508 ณ วัดเกาะ ตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี พระครูวรนาถรังษี (หลวงพ่อปุย ปุญฺญสิริ) วัดเกาะ เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท[แก้]

อุปสมบท วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) วัดสามพระยาวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) วัดชนะสงคราม ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมปิฎก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมธีรราชมหามุนี เป็นพระอนุสาวนาจารย์

วิทยฐานะ[แก้]

  • พ.ศ. 2507 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดเกาะ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
  • พ.ศ. 2510 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
  • พ.ศ. 2519 สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค สำนักเรียนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
  • พ.ศ. 2527 จบการศึกษาปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พ.ศ. - จบการศึกษาปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

งานปกครอง[แก้]

  • พ.ศ. 2530 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
  • พ.ศ. 2538 เป็นรองเจ้าคณะภาค ๗ (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน)
  • พ.ศ. 2539 เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ
  • พ.ศ. 2540 เป็นเจ้าคณะภาค ๕ (จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก)

งานการศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2519 เป็นเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดปากน้ำ
  • พ.ศ. 2519 เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวง
  • พ.ศ. 2520 เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง
  • พ.ศ. 2537 เป็นเลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง

งานเผยแผ่[แก้]

  • พ.ศ. 2531 เป็นเลขานุการแม่กองงานพระธรรมทูต
  • พ.ศ. 2535 เป็นรองหัวหน้าฝึกอบรมพระธรรมทูต
  • พ.ศ. 2546 เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต สายที่ 3
  • พ.ศ. 2551 เป็นรองประธานคณะพระธรรมจาริก

งานพิเศษ[แก้]

  • พ.ศ. 2548 เป็นคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.)

สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2530 รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระศรีศาสนวงศ์ [1]
  • พ.ศ. 2535 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชพุทธิญาณวงศ์ [2]
  • พ.ศ. 2542 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพมุนี [3]
  • พ.ศ. 2547 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมปัญญาภรณ์ [4]
  • พ.ศ. 2554 รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ ที่ พระพรหมโมลี ศรีสังฆโสภณ วิมลศีลาจารนิวิฐ ปริยัติกิจดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี [5]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]