พรรครักเมืองไทย
| พรรครักษ์เมืองไทย | |
|---|---|
| หัวหน้าพรรค | สันชัย แก้วเกษ |
| นโยบาย | 1. ระบบชลประทานจากเขื่อนขนาดใหญ่ เป็นขนาดกลาง, ขนาดเล็ก และแก้มลิง 2. ระบบขนส่งน้ำจากระบบรางมาเป็นระบบท่อ จัดการทรัพยากรน้ำอย่างสมบูรณ์โดยจัดตั้ง "ธนาคารน้ำ" 3. การคมนาคมขนส่งทางบก จากขนส่งโดยรถยนต์ "ให้เป็นระบบขนส่งทางรถไฟรางคู่ขนาน" 4. การบริหารประเทศจากระบบทุนนิยม มาเป็นระบบรัฐสวัสดิการ "อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" 5. ประชาชนเป็นเจ้าของสส., สส. เป็นของพรรค, พรรคเป็นของประชาชน |
| ก่อตั้ง | 23 มิถุนายน พ.ศ. 2549 |
| สำนักงานใหญ่ | 172 หมู่ที่ 12 ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57270 |
พรรครักเมืองไทย (อังกฤษ: RAKMUANGTHAI PARTY) เป็นพรรคการเมืองในประเทศไทย ขึ้นทะเบียนเป็นพรรคการเมืองเลขที่ 9/2549 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2549 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 111/173 หมู่ 14 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น[1] ต่อมาได้ย้ายสำนักงานไปที่บ้านสันทางหลวง ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ตราสัญลักษณ์พรรครักเมืองไทย ประกอบด้วย แผนที่ประเทศไทยแทนถึง ความเป็นเอกราชของชาติไทย และ สีเหลืองวงกลม หมายถึง หลักคุณธรรมของศาสนาเพื่อเป็นเกาะคุ้มครองป้องกันคนไทยทั้งชาติไม่ให้เกิดอันตรายทั้งปวง
เนื้อหา |
นโยบาย [แก้]
พรรครักเมืองไทย มีนโยบายหลัก 5 ประการ คือ
- ระบบชลประทานจากเขื่อนขนาดใหญ่ เป็นขนาดกลาง, ขนาดเล็ก และแก้มลิง
- ระบบขนส่งน้ำจากระบบรางมาเป็นระบบท่อ จัดการทรัพยากรน้ำอย่างสมบูรณ์โดยจัดตั้ง "ธนาคารน้ำ"
- การคมนาคมขนส่งทางบก จากขนส่งโดยรถยนต์ "ให้เป็นระบบขนส่งทางรถไฟรางคู่ขนาน"
- การบริหารประเทศจากระบบทุนนิยม มาเป็นระบบรัฐสวัสดิการ "อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
- ประชาชนเป็นเจ้าของสส., สส. เป็นของพรรค, พรรคเป็นของประชาชน
การสมัครรับเลือกตั้ง [แก้]
ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วน จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มจังหวัดที่ 1 กลุ่มจังหวัดที่ 6 และกลุ่มจังหวัดที่ 7 รวมผู้สมัครจำนวน 30 คน แต่ไม่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาแต่อย่างใด
สมาชิกพรรคที่มีชื่อเสียง [แก้]
การยุบพรรค [แก้]
ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552 ได้มีคำสั่งยุบพรรครักเมืองไทย เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และมีสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา ได้ภายใน 1 ปี