พระยาเลอไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พญาเลอไท)
พระยาเลอไทย

พระปรมาภิไธย พระยาเลอไทย
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย
ราชวงศ์ ราชวงศ์พระร่วง
ครองราชย์ พ.ศ. 1841-พ.ศ. 1866
(โดยประมาณ)
ระยะครองราชย์ 25 ปี (โดยประมาณ)
รัชกาลก่อนหน้า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
รัชกาลถัดไป พระยางั่วนำถุม
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ระหว่าง พ.ศ. 1841-พ.ศ. 1866
พระราชบิดา พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

พระยาเลอไทย[1] เป็นพระราชโอรสองค์โต ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และ ในรัชกาลของพระยาเลอไทยนี้สุโขทัยก็เริ่มเสื่อมอำนาจ ทำให้หัวเมืองต่าง ๆ เริ่มแข็งข้อ อย่างเช่นขอม มอญ เป็นต้น ทำให้หัวเมืองต่างๆไม่ยอมเข้าร่วมด้วย สิ่งที่พระองค์สร้างในรัชกาลคือการสร้างเมืองชากังราว (กำแพงเพชรฝั่งตะวันออก)ให้เป็นเมืองคู่กับศรีสัชนาลัย ส่วนหลักฐานอื่นยังไม่ปรากฏ

การสร้างเมืองใหม่[แก้]

ในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระยาเลอไทยเป็นมหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลัย อันเป็นเมืองใหญ่ลำดับที่ 2 รองจากกรุงสุโขทัย เมื่อพระยาเลอไทยได้ครองราชย์ ได้ทรงสร้างเมืองใหม่ให้เป็นเมืองคู่บุญกับเมืองศรีสัชนาลัย เมืองใหม่นี้มีชื่อว่า "เมืองชากังราว" ซึ่งมาเป็นเมืองกำแพงเพชรในสมัยกรุงศรีอยุธยา

การเมืองเกี่ยวกับประเทศราช[แก้]

ตามพงศาวดารพม่า เช่น หนังสือราชาธิราช กล่าวว่า หลังจากที่พระยาเลอไทยครองราชสมบัติมาได้ 12 ปี เมืองมอญ กรุงหงสาวดี ที่พระเจ้าฟ้ารั่วครองสมบัติอยู่นั้นก่อการกบฎไม่ยอมขึ้นต่อสุโขทัยอีกต่อไปโดยมีพระเจ้าแสนเมือง เจ้าเมืองมอญ ได้ยกกองทัพไปตีเอาทวาย และตะนาวศรี ในอาณาเขตของกรุงสุโขทัย พระเจ้าเลอไทยได้ยกกองทัพไปปราบ แต่ไม่สำเร็จ นอกจากเมืองมอญแล้ว ก็เชื่อกันว่าประเทศราชอื่นต่างพากันกบฎต่อกรุงสุโขทัยกันหมด เช่น เมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง เมืองเวียงจันทน์ และเวียงคำ กับทางเมืองใต้คือเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเคยเป็นทูตติดต่อขอพระพุทธสิหิงค์จากพระเจ้ากรุงลังกามาถวายแด่พ่อขุนรามคำแหง ส่วนเมืองพระยามหานครและเมืองชั้นในต่างๆ นั้น ยังคงภักดีต่อกรุงสุโขทัยจึงไม่มีกองทัพใดยกมาล้อมกรุง

กรุงศรีอยุธยาประกาศเป็นราชธานี[แก้]

จากการเสียประเทศราชเมืองมอญไปนั้น ทำให้ท้าวอู่ทอง เจ้าเมืองสุพรรบุรี (ซึ่งเป็นพระบิดาของพระชายาแห่งพระเจ้าอู่ทอง รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา) ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของกรุงสุโขทัยได้ถือโอกาสแข็งเมืองและพยายามทอดสนิทเป็นไมตรีกับพวกขอมและขยายอาณาเขตออกมาจนได้ปกครองเมืองอยุธยา

ครั้นเมื่อพระเจ้าอู่ทอง (บุตรเขยท้าวอู่ทอง)ได้ครองเมืองอู่ทองแทน เกิดโรคระบาดจึงมาตั้งเมืองหลวงใหม่ที่ตำบลเวียงเหล็ก อยุธยา โดยพระยาเลอไทยไม่สามารถปราบปรามได้

พระยาเลอไทย กรุงศรีอยุธยาเป็นศัตรูหรือมิตร[แก้]

ความจริง พระยาเลอไทย ควรจะเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เพราะทรงเป็นโอรสของมหาราช โอรสของนักปราชญ์ แต่กลับตรงกันข้าม รัชกาลของพระองค์กลับเต็มไปด้วยความสูญเสีย ถึงแม้จะมองเห็นไม่เด่นชัด แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่า อย่างน้อยก็เป็นจุดที่ก่อให้กรุงสุโขทัยต้องเสื่อมอำนาจลงไปในที่สุด

เรื่องการเสื่อมสลายอำนาจของกรุงสุโขทัยนี้ เริ่มตั้งแต่การที่หัวเมืองประเทศราชบางเมืองแข็งข้อเป็นทำนองลองดี แต่พระยาเลอไทยก็ไม่สามารถจะปราบลงได้ เช่นหัวเมืองมอญ เมื่อมอญแข็งข้อได้ ประเทศอื่นเมืองอื่นก็เลยถือเอาเป็นแบบฉบับบ้าง

อ้างอิง[แก้]

  1. มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (2554). นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. p. 29. 

บรรณานุกรม[แก้]

อุดม ประมวลวิทย์. ๕๐ กษัตริย์ไทย. 2508 . สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า พระยาเลอไทย ถัดไป


พญาไสสงคราม
ราชวงศ์พระร่วง
2leftarrow.png พระมหากษัตริย์ไทย
อาณาจักรสุโขทัย

(พ.ศ. 1861 - พ.ศ. 1897)
2rightarrow.png พระยางั่วนำถุม
ราชวงศ์พระร่วง