เรา  พระราชา
|
เรา  พระราชินี
| 116 |
จากวันแม่ ถึงวันพ่อ
116 วัน สร้างสามัคคี |
|
Welcome to note Mr.nana
[แก้] สาระน่ารู้เกี่ยวกับประเทศไทย
[แก้] พระมหากษัตริย์ไทย
พระมหากษัตริย์ไทย หมายความถึงราชาธิปไตยและราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรของคนไทยในอดีตจนถึงประเทศไทยในปัจจุบัน
พระมหากษัตริย์ของไทย ทรงดำรงฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นผู้นำราชวงศ์จักรีในปัจจุบัน มีที่ประทับอย่างเป็นทางการ คือ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เนื่องจากราชอาณาจักรไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระองค์จะทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยผ่านคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล อย่างไรก็ตาม สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังคงได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก
พระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรไทยพระองค์ปัจจุบัน คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ (รัชกาลที่ 9) ทรงขึ้นเสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ในฐานะประมุขแห่งรัฐที่นานที่สุดในโลก โดยพระราชอำนาจของพระองค์จะใช้ผ่านทางคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญ พระองค์ก็ยังทรงดำรงฐานะเป็น จอมทัพไทย และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในพระบรมราชานุมัติ และการพระราชทานอภัยโทษ (ตามกฎหมาย) รวมถึงทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก
[แก้] นายกรัฐมนตรีไทย
นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลของประเทศไทย โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ว่า ต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงจะขึ้นดำรงตำแหน่งได้ และอาจเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ได้ ตามแต่รัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น
ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนแรก คือ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา และคนปัจจุบัน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 หลังจากได้รับการเลือกในสภาด้วยคะแนน 235 ต่อ 198 (พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551
[แก้] ธงชาติไทย
ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ภายในแบ่งเป็นแถบ 5 แถบ แถบในสุดสีน้ำเงิน ถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นสีขาวและสีแดงตามลำดับ แถบสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีอื่นเป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์นั้นหมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือ ชาติ (สีแดง) ศาสนา (สีขาว) และพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน) สีทั้งสามนี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ (ไตร = สาม, รงค์ = สี)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงนี้เป็นธงชาติไทย (ขณะนั้นยังเรียกชื่อประเทศว่าสยาม) เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2460 เพื่อแก้ไขปัญหาการชักธงช้างเผือก (ซึ่งใช้เป็นธงชาติมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4) กลับด้าน และเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร
ลักษณะของธงชาติไทยนั้น มีความคล้ายคลึงกับธงชาติคอสตาริกา ซึ่งเป็นประเทศในทวีปอเมริกากลางมาก ต่างกันที่เรียงแถบสีธงชาติสลับกันเท่านั้น
[แก้] ช้างเผือก
ช้างเผือก คือช้างที่มีลักษณะต่างจากช้างธรรมดาทั่วไป ด้วยมีสีผิว นัยน์ตา และเล็บขาว จัดได้ว่ามีลักษณะที่หาได้ยาก จึงเป็นที่เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ และเป็นเครื่องมงคลชนิดหนึ่งในสัปตรัตนะแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว (ช้างเผือก ชื่อ อุโบสถ) ม้าแก้ว มณีแก้ว นางแก้ว คฤหบดีแก้ว และ ปรินายกแก้ว
[แก้] ดนตรีไทย
ดนตรีไทย เป็นศิลปะแขนงหนึ่งของไทย ได้รับอิทธิพลมาจาก ประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย จีน อินโดนีเซีย และอื่น ๆ เครื่องดนตรีมี 4 ประเภท ดีด สี ตี เป่า
[แก้] ภาพยนตร์ไทย
ภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกถ่ายทำในเมืองไทย คือ เรื่อง นางสาวสุวรรณ ผู้สร้าง คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ผู้แสดงทั้งหมดเป็นคนไทย พ.ศ. 2470 ภาพยนตร์เรื่อง โชคสองชั้น เป็นภาพยนตร์ขนาด 35 มิลลิเมตร ขาว-ดำ ไม่มีเสียง ได้รับการยอมรับให้เป็นภาพยนตร์ประเภทเรื่องแสดงเพื่อการค้าเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทย
ในช่วงหลัง พ.ศ. 2490 ถือเป็นช่วงยุคเฟื่องฟูของภาพยนตร์ไทย สตูดิโอถ่ายทำและภาพยนตร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นประเทศไทยเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นช่วงซบเซาของภาพยนตร์ไทย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง กิจการภาพยนตร์ในประเทศไทยค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา ได้เปลี่ยนไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลิเมตรแทน และเมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะคับขัน ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องได้แสดงบทบาทของตนในฐานะกระจกสะท้อนปัญหาการเมือง และสังคม ในช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2516-2529 ต่อมาภาพยนตร์ไทยในช่วงปี พ.ศ. 2530-2539 โดยในตอนต้นทศวรรษวัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ นอกจากภาพยนตร์ประเภทวัยรุ่นแล้ว หนังผี และหนังบู๊ รวมทั้งหนังโป๊ และหนังเกรดบี ก็มีการผลิตมามากขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยมีภาพยนตร์ที่มุ่งสู่ตลาดโลก เช่น ภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ที่สามารถขึ้นไปอยู่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิสในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่เป็นที่ยอมรับในเทศกาลภาพยนตร์
ส่วนการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนได้มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์ และการมอบรางวัลทางภาพยนตร์อยู่หลายโครงการ
[แก้] มาตราการตวงไทย
มาตราการตวงของไทย สมัยก่อนเรานิยมใช้การตวงโดยใช้กะลามะพร้าว ใช้ถัง ใช้กระบุงสานจากไม้ไผ่ ในการหาปริมาณของสิ่งของที่เป็นของแห้ง ซึ่งอาจมีขนาดที่ไม่แน่นอน เมื่อการค้าเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก จนต้องตั้งกระทรวงเกษตรพณิชยการขึ้นมาในรัชกาลที่ 6 จัดการการค้าขายโดยเฉพาะ และกำหนดวิธีการชั่งตวงวัดขึ้นให้มีมาตรฐานเดียวกันไม่เป็นอุปสรรดในการค้าขายในประเทศและระหว่างประเทศ
ใน พ.ศ. 2466 ได้มีการตราพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด ขึ้นมาเพื่อกำหนดการตวงขึ้นใช้ร่วมกัน มาตราที่ 13 มูลจำนวนหน่วยแห่งความจุสำหรับวัตถุเหลวฟาวัตถุแห้งนั้น ให้เป็น ลิตร คือ ขนาดโวลูมของน้ำบริสุทธิ (ปราศจากอากาศ) หนักหนึ่งกิโลกรัมในเวลาที่ความหนาวร้อนเสมอขีด 4 ดีกรีเซนติกราด และมีความกดอากาศเปนธรรมดา
[แก้] วันสำคัญ
- 1 มกราคม - วันขึ้นปีใหม่
- 6 เมษายน - วันจักรี
- 13 เมษายน, 14, 15 เมษายน - วันสงกรานต์
- 13 เมษายน - วันผู้สูงอายุ
- 14 เมษายน - วันครอบครัว
- 1 พฤษภาคม - วันแรงงานแห่งชาติ
- 5 พฤษภาคม - วันฉัตรมงคล
- ข้างขึ้น เดือน 6[1] - วันพืชมงคล
- 12 สิงหาคม - วันแม่แห่งชาติ (ประเทศไทย)
- 23 ตุลาคม - วันปิยมหาราช
- 5 ธันวาคม - วันพ่อแห่งชาติ วันชาติ
- 10 ธันวาคม - วันรัฐธรรมนูญ
- 31 ธันวาคม - วันสิ้นปี
- ขึ้น 8 ค่ำ, ขึ้น 15 ค่ำ, แรม 8 ค่ำ, แรม 15 ค่ำ ของทุกเดือนจันทรคติ[2] - วันพระ (วันธรรมสวนะ)
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (หรือเดือน 4 ในปีอธิกมาส) - วันมาฆบูชา
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (หรือเดือน 7 ในปีอธิกมาส) - วันวิสาขบูชา
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (หรือเดือน 8-8 ในปีอธิกมาส) - วันอาสาฬหบูชา
- แรม 1 ค่ำ เดือน 8 (หรือเดือน 8-8 ในปีอธิกมาส) - วันเข้าพรรษา
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 - วันออกพรรษา
- แรม 1 ค่ำ เดือน 11 - วันตักบาตรเทโว
- แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 - เทศกาลทอดกฐิน
- วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม - วันเด็กแห่งชาติ
- 4 มกราคม - วันทหารม้า
- 13 มกราคม - วันการบินแห่งชาติ
- 16 มกราคม - วันครู, วันโคนมแห่งชาติ
- 18 มกราคม - วันกองทัพไทย
- 25 มกราคม - วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- 2 กุมภาพันธ์ - วันเกษตรแห่งชาติ, วันนักประดิษฐ์
- 3 กุมภาพันธ์ - วันทหารผ่านศึก
- 10 กุมภาพันธ์ - วันอาสารักษาดินแดน
- 24 กุมภาพันธ์ - วันศิลปินแห่งชาติ
- 25 กุมภาพันธ์ - วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
- 26 กุมภาพันธ์ - วันสหกรณ์แห่งชาติ
- 5 มีนาคม - วันนักข่าว
- 13 มีนาคม - วันช้างไทย
- 20 มีนาคม - วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ
- 31 มีนาคม - วันเจษฎาบดินทร์
- 1 เมษายน - วันออมสิน, วันข้าราชการพลเรือน
- 2 เมษายน - วันอนุรักษ์มรดกไทย, วันหนังสือเด็กแห่งชาติ
- 9 เมษายน - วันกองทัพอากาศไทย
- 16 เมษายน - วันนักกีฬายอดเยี่ยม
- 24 เมษายน - วันเทศบาล
- 30 เมษายน - วันคุ้มครองผู้บริโภค
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 - วันต้นไม้แห่งชาติ
- 24 มิถุนายน - วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง
- 26 มิถุนายน - วันสุนทรภู่
- 1 กรกฎาคม - วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ
- 29 กรกฎาคม - วันภาษาไทยแห่งชาติ
- 1 สิงหาคม - วันสตรีไทย
- 4 สิงหาคม - วันสื่อสารแห่งชาติ
- 7 สิงหาคม - วันรพี
- 10 สิงหาคม - วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน
- 16 สิงหาคม - วันสันติภาพไทย
- 18 สิงหาคม - วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
- 6 กันยายน - วันทรงดนตรี
- 8 กันยายน - วันการศึกษานอกโรงเรียน
- 20 กันยายน - วันเยาวชนแห่งชาติ, วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
- 24 กันยายน - วันมหิดล
- แรม 15 ค่ำ เดือน 10 - วันสารทไทย
- 9 ตุลาคม - วันการสื่อสารแห่งประเทศไทย , วันไปรษณีย์โลก
- 13 ตุลาคม - วันตำรวจ
- 14 ตุลาคม - วันประชาธิปไตย
- 21 ตุลาคม - วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ, วันพยาบาลแห่งชาติ, วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ, วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ
- 27 ตุลาคม - วันมรดกโสตทัศน์โลก
- 31 ตุลาคม - วันออมแห่งชาติ
- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 - วันลอยกระทง
- วันเสาร์ที่ 2 ของพฤศจิกายน - วันคนพิการ
- 25 พฤศจิกายน - วันวชิราวุธ, วันประถมศึกษาแห่งชาติ
- 27 พฤศจิกายน - วันสาธารณสุข
- 4 ธันวาคม - วันสิ่งแวดล้อมไทย
- 8 ธันวาคม - วันนักศึกษาวิชาทหาร
- 16 ธันวาคม - วันกีฬาแห่งชาติ
- 26 ธันวาคม - วันคุ้มครองสัตว์ป่า
- 28 ธันวาคม - วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
[แก้] เรือไทย
เรือไทย มีจารึกในภาษาจาม พบในเมืองนาตรังประเทศเวียดนาม ราวศตวรรษที่ 12 เป็นหลักฐานกล่าวถึงชนชาติสยามซึ่งตั้งบ้านเรื่อนอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และอาจรู้จักการใช้เรือเป็นชาติแรก แต่หลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเดินเรือของคนไทยปรากฏอยู่บนศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (พ.ศ. 1822-1843) แห่งกรุงสุโขทัย หลักที่ 4 ด้านที่ 4 กล่าวว่าการเดินทางด้วยเรือและถนน แสดงว่า มีการสร้างเรือมาแต่สมัยสุโขทัยแล้ว สันนิษฐานว่า ในสมัยนั้นมีการต่อเรือจากไม้ซุงทั้งต้น รวมไปถึงเรือที่ใช้ไม้กระดานต่อกันแล้วชันยา เดินทางไปมาหาสู่กันอย่างแพร่หลาย
อีกหลักฐานที่พบในประเทศไทยมีปรากฏอยู่หลายแห่งเช่น การพบภาพเขียนสีโบราณรูปขบวนเรือที่ถ้ำนาค ในอ่าวพังงา เป็นภาพขบวนเรือเขียนด้วยสีแดงบนผนังถ้ำ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นภาพเรือขุดรุ่นแรกๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม โดยที่หัวเรือและท้ายเรือเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว หรือที่ถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพีเล จ.กระบี่ ก็พบหลักฐานภาพเขียนสีเป็นรูปเรืออยู่บนผนังถ้ำ มีอยู่ประมาณ 70 ภาพ เป็นเรือรูปแบบต่างๆ เช่นเรือสำเภา เรือโป๊ะจ้าย เรือใบสามเสา เรือฉลอมท้ายญวน เรือกำปั่นใบ เรือลำบั้นแปลง เรือใบสองเสาที่ใช้กรรเชียง เรือใบอาหรับ เรือฉลอม รวมถึงเรือใบที่ใช้กังหันไอน้ำและเรือกลไฟ โดยภาพเรือสำเภาจีนสามเสาและเรือใบแบบอาหรับเป็นภาพวาดรูปเรือที่ใช้ใบที่เก่าที่สุด สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19-20
หลักฐานจารึก จดหมายเหตุจีน ตำนานและพงศาวดารระบุว่า พุทธศตวรรษที่ 18 มีบันทึกการรวมเมืองในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมออกไปสู่ภายนอก กระทั่งมีการสถาปนาเป็นกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1893 แล้วแผ่อำนาจรวบรวมแว่นแคว้นเข้าเป็นอาณาจักร ช่วงนั้นการติดต่อค้าขายระหว่างจีนและไทยเราใช้ “เรือสำเภา” เป็นหลัก และในสมัยอยุธยาตอนต้นเรือสำเภาจีนก็มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมประสานอารยธรรม จากหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรอยุธยากับชาติตะวันตก ได้มีโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เข้ามาในเมืองมะละกา ได้ส่ง “ดูอาร์เต เฟอร์นาน-เดส” เป็นผู้แทนเดินทางมาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับราชสำนักโดยใช้พาหนะในการเดินทางคือ “เรือสำเภาจีน”
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยอยุธยา ทำให้เกิดเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ เช่นเรือสำเภาและเรือกำปั่น มีอู่ต่อเรือหลวงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในขณะที้ประชาชนต่างอาศัยเรือเล็กเรือน้อยสัญจรไปมาหนาตา ถึงขนาดที่บาทหลวงชาวฝรั่งเศสบันทึกเอาไว้
“ในแม่น้ำลำคลองเต็มไปด้วยเรือ จะไปไหนต่อไหนไหนก็เจอแต่เรือแน่นขนัดไปหมด จนไม่สามารถแหวกทางผ่านกันได้หากไม่ชำนาญ ทั้งที่เรือแน่นขนัดจอแจเช่นนี้ก็ไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่ง” และจากบันทึกของชาวเปอร์เซีย เรียกกรุงศรีอยุธยาว่า ชะห์รินาว ซึ่งแปลว่า เมืองเรือ หรือ นาวานคร[3]
ยุคทองของการเดินทางด้วยเรือรุ่งเรืองถึงขีดสุดอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะแม่น้ำลำคลองไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าและคมนาคม แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการเพาะปลูก การอุปโภค บริโภค และอื่น ๆ ในสมัยนี้จึงมีการขุดคลองเป็นจำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วยเรือ
[แก้] สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
หนังสือสารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก เป็นหนังสือสารานุกรม ที่จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙ โดยโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน พิมพ์และจำหน่ายในปี พ.ศ. 2542 ในราคา 500 บาท มีทั้งหมด 60 เรื่องโดยแบ่งเป็น 9 หมวด คือ
- หมวดที่ 1 พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญ
- หมวดที่ 2 พระราชวงค์
- หมวดที่ 3 องค์กรและส่วนราชการ
- หมวดที่ 4 มูลนิธิ ทุน รางวัล และโรงเรียน
- หมวดที่ 5 พระราชสถานะและพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ
- หมวดที่ 6 ราชธรรมและพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับศาสนา
- หมวดที่ 7 พระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน
- หมวดที่ 8 พระบรมราชสัญลักษณ์และเรื่องราวเกี่ยวข้อง
- หมวดที่ 9 เบ็ตเตล็ด
[แก้] มหาราชชาติไทย
[แก้] สาระน่ารู้เกี่ยวกับมหาสมุทร
มหาสมุทรในปัจจุบัน มี 5 มหาสมุทร คือ
[แก้] สถิติ
[แก้] จังหวัดในประเทศไทยเรียงตามพื้นที่
| อันดับ |
จังหวัด |
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร |
| 1 |
นครราชสีมา |
20,493.964 |
| 2 |
เชียงใหม่ |
20,107.057 |
| 3 |
กาญจนบุรี |
19,483.148 |
| 4 |
ตาก |
16,406.650 |
| 5 |
อุบลราชธานี |
15,744.650 |
| 6 |
สุราษฎร์ธานี |
12,891.469 |
| 7 |
ชัยภูมิ |
12,778.287 |
| 8 |
แม่ฮ่องสอน |
12,681.259 |
| 9 |
เพชรบูรณ์ |
12,668.416 |
| 10 |
ลำปาง |
12,533.961 |
| 11 |
อุดรธานี |
11,730.302 |
| 12 |
เชียงราย |
11,678.369 |
| 13 |
น่าน |
11,472.072 |
| 14 |
เลย |
11,424.612 |
| 15 |
ขอนแก่น |
10,885.991 |
| 16 |
พิษณุโลก |
10,815.854 |
| 17 |
บุรีรัมย์ |
10,322.885 |
| 18 |
นครศรีธรรมราช |
9,942.502 |
| 19 |
สกลนคร |
9,605.764 |
| 20 |
นครสวรรค์ |
9,597.677 |
| 21 |
ศรีสะเกษ |
8,839.976 |
| 22 |
กำแพงเพชร |
8,607.490 |
| 23 |
ร้อยเอ็ด |
8,299.449 |
| 24 |
สุรินทร์ |
8,124.056 |
| 25 |
อุตรดิตถ์ |
7,838.592 |
| 26 |
สงขลา |
7,393.889 |
| 27 |
สระแก้ว |
7,195.436 |
| 28 |
กาฬสินธุ์ |
6,946.746 |
| 29 |
อุทัยธานี |
6,730.246 |
| 30 |
สุโขทัย |
6,596.092 |
| 31 |
แพร่ |
6,538.598 |
| 32 |
ประจวบคีรีขันธ์ |
6,367.620 |
| 33 |
จันทบุรี |
6,338.0 |
| 34 |
พะเยา |
6,335.060 |
| 35 |
เพชรบุรี |
6,225.138 |
| 36 |
ลพบุรี |
6,199.753 |
| 37 |
ชุมพร |
6,010.849 |
| 38 |
นครพนม |
5,512.668 |
| 39 |
สุพรรณบุรี |
5,358.008 |
| 40 |
ฉะเชิงเทรา |
5,351.0 |
| 41 |
มหาสารคาม |
5,291.683 |
| 42 |
ราชบุรี |
5,196.462 |
| 43 |
ตรัง |
4,917.519 |
| 44 |
ปราจีนบุรี |
4,762.362 |
| 45 |
กระบี่ |
4,708.512 |
| 46 |
พิจิตร |
4,531.013 |
| 47 |
ยะลา |
4,521.078 |
| 48 |
ลำพูน |
4,505.882 |
| 49 |
นราธิวาส |
4,475.430 |
| 50 |
ชลบุรี |
4,611.829 |
| 51 |
มุกดาหาร |
4,339.830 |
| 52 |
บึงกาฬ |
4,305.0 |
| 53 |
พังงา |
4,170.895 |
| 54 |
ยโสธร |
4,161.664 |
| 55 |
หนองบัวลำภู |
3,859.086 |
| 56 |
สระบุรี |
3,576.486 |
| 57 |
ระยอง |
3,552.0 |
| 58 |
พัทลุง |
3,424.473 |
| 59 |
ระนอง |
3,298.045 |
| 60 |
อำนาจเจริญ |
3,161.248 |
| 61 |
หนองคาย |
3,027.280 |
| 62 |
ตราด |
2,819.0 |
| 63 |
พระนครศรีอยุธยา |
2,556.640 |
| 64 |
สตูล |
2,478.977 |
| 65 |
ชัยนาท |
2,469.746 |
| 66 |
นครปฐม |
2,168.327 |
| 67 |
นครนายก |
2,122.0 |
| 68 |
ปัตตานี |
1,940.356 |
| - |
กรุงเทพมหานคร |
1,568.737 |
| 69 |
ปทุมธานี |
1,525.856 |
| 70 |
สมุทรปราการ |
1,004.092 |
| 71 |
อ่างทอง |
968.372 |
| 72 |
สมุทรสาคร |
872.347 |
| 73 |
สิงห์บุรี |
822.478 |
| 74 |
นนทบุรี |
622.303 |
| 75 |
ภูเก็ต |
543.034 |
| 76 |
สมุทรสงคราม |
416.707 |
[แก้] จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยเรียงตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในจังหวัด
| อันดับ |
จังหวัด |
ปี พ.ศ. 2546 |
ปี พ.ศ. 2547 |
ปี พ.ศ. 2548 |
ปี พ.ศ. 2549 |
ปี พ.ศ. 2550 |
| - |
ภาคใต้ |
572,377.30 |
650,393.80 |
693,691.40 |
772,164.40 |
859,325 |
| 1 |
สงขลา |
115,769.80 |
127,493.70 |
138,560.10 |
152,013.10 |
168,611 |
| 2 |
นครศรีธรรมราช |
90,444.60 |
98,820.10 |
106,083.20 |
117,553.90 |
123,614 |
| 3 |
สุราษฎร์ธานี |
73,703.30 |
87,752.30 |
97,525.10 |
111,907.30 |
122,398 |
| 4 |
ตรัง |
38,746.20 |
44,607.10 |
48,877.60 |
54,148.70 |
62,912 |
| 5 |
ภูเก็ต |
45,938.20 |
55,443.20 |
50,229.30 |
54,465.80 |
62,055 |
| 6 |
นราธิวาส |
27,932.90 |
31,483.60 |
35,294.10 |
41,288.0 |
46,468 |
| 7 |
ชุมพร |
29,096.10 |
32,809.70 |
35,616.20 |
40,942.10 |
45,580 |
| 8 |
กระบี่ |
28,777.90 |
33,296.00 |
32,662.60 |
35,703.00 |
41,343 |
| 9 |
ปัตตานี |
30,969.20 |
32,339.70 |
32,639.40 |
36,221.70 |
39,534 |
| 10 |
ยะลา |
23,466.70 |
26,480.20 |
30,436.90 |
34,595.60 |
39,198 |
| 11 |
พัทลุง |
19,564.70 |
23,171.30 |
26,297.50 |
30,516.20 |
33,259 |
| 12 |
พังงา |
18,642.20 |
22,459.20 |
24,613.30 |
27,021.80 |
29,828 |
| 13 |
สตูล |
17,846.20 |
20,286.40 |
20,444.10 |
22,273.50 |
27,217 |
| 14 |
ระนอง |
11,479.30 |
13,951.30 |
14,412.00 |
15,511.70 |
17,309 |
| - |
การเติบโต |
% |
13.62% |
6.66% |
11.31% |
11.29% |
[แก้] พระมหากษัตริย์ไทย
หมายเหตุ:
- จุลศักราช เลิกใช้เป็นทางการเมื่อ จ.ศ. 1250 หรือ พ.ศ. 2431 ให้ใช้ ร.ศ. เพียงอย่างเดียวโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.5
- รัตนโกสินทร์ศก เลิกใช้เป็นทางการเมื่อ จ.ศ. 131 หรือเมื่อ พ.ศ. 2456 โดยให้ใช้พุทธศักราชอย่างเดียวนับแต่นั้นมาโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6
- การเปลี่ยนแปลงวิธีการเริ่มต้นปี จาก 1 เมษายน เป็น 1 มกราคม เริ่มเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ทำให้ ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนเท่านั้น
[แก้] ธงชาติประเทศ
[แก้] พระพุทธรูปสำคัญ
[แก้] สถานีย่อย
[แก้] แม่แบบ Navbox ที่รัก ที่ชอบ
ตัวอย่างการใส่แม่แบบ (Navbox)
{{ {{{แม่แบบที่ต้องการ}}} }}
[แก้] ประเทศไทย
[แก้] แม่แบบการปกครอง
|
จังหวัดของประเทศไทยในอดีตและโครงการจัดตั้งในอนาคต |
|
| จังหวัดของไทยในอดีต |
|
|
| จังหวัดที่เคยได้รับการพิจารณา |
|
|
| จังหวัดที่รอการพิจารณาอนุมัติ |
|
|
แม่แบบ:หมู่บ้านในประเทศไทย
[แก้] แม่แบบประวัติศาสตร์ และสังคม
|
ลำดับเจ้าผู้ครองแคว้นล้านนา ในฐานะประเทศราชของพม่า เรียงตามปีพุทธศักราช |
|
|
รายพระนาม |
|
|
|
รายพระนาม |
|
|
|
รายพระนาม |
|
|
|
คำอธิบายสัญลักษณ์
|
|
|
|
ชาวไทย |
|
| ในประเทศ |
|
 |
|
| แอฟริกา |
|
|
| อเมริกา |
|
|
| เอเชีย |
|
|
| ยุโรป |
|
|
| โอเชียเนีย |
|
|
[แก้] แม่แบบธรรมชาติ
|
พื้นที่ต่างๆในอาณาบริเวณของผืนป่าตะวันตก-ตะนาวศรี |
|
| ผืนป่าตะวันตก |
|
|
| เทือกเขาตะนาวศรี |
|
|
| ผืนป่าแก่งกระจาน |
|
|
| ผืนป่าตะนาวศรี |
|
|
| ส่วนอื่นๆ |
|
|
[แก้] อ้างอิง
- ^ แล้วแต่สำนักพระราชวังกำหนดวันอุดมฤกษ์
- ^ หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอา แรม 14 ค่ำ แทนแรม 15 ค่ำ; วันธรรมสวนะไม่ถือว่าเป็นวันหยุดราชการ
- ^ ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2545 หน้า 116-123