ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ราชอาณาจักรไทย
Ombudsman thailand.jpg
ตราสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
อยู่ในตำแหน่ง
ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

ตั้งแต่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
(เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551)
ผู้แต่งตั้ง พระมหากษัตริย์ไทย
วาระ 6 ปี
ผู้ประเดิมตำแหน่ง พิเชต สุนทรพิพิธ
(ในตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินฯ)
การสถาปนาตำแหน่ง พ.ศ. 2543

ผู้ตรวจการแผ่นดิน (เดิมเรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา) คือ บุคคลที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชน มีความรอบรู้และมีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน วิสาหกิจ หรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะ และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งหกปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว[1]

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

ตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน มีแนวคิดมาจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ มีตำแหน่งที่เรียกว่า "ออมบุดสแมน" (Ombudsman) เพื่อทำหน้าที่ดูแลปัดเป่าเรื่องทุกข์ร้อนของประชาชนแทนพระมหากษัตริย์ และมีการพัฒนามาสู่ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในประเทศไทยเริ่มมีการจัดตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 โดยใช้ชื่อว่า "ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา"[2]

ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 11 ส่วนที่ 1 มาตรา 242 - 244 ประกอบบทเฉพาะกาลมาตรา 299 วรรคหนึ่ง กำหนดให้มี "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" จำนวน 3 คน และให้ "ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา" ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2550) ดำรงตำแหน่งเป็น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน"

อำนาจหน้าที่ [แก้]

อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน มีดังต่อไปนี้

  • พิจารณาและสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนในกรณี
    • การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
    • การปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ก็ตาม
    • กรณีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
  • จัดทำรายงานพร้อมทั้งเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐสภาปีละ 1 ครั้ง

สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีที่เห็นว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ และสามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ในกรณีที่คำสั่งของบุคคลใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ

    • ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
    • ติดตาม ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น
    • รายงานผลการตรวจสอบที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย

รายนามผู้ตรวจการแผ่นดิน [แก้]

ปัจจุบัน [แก้]

ในอดีต [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552
  2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ . 2542
  3. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 171ง วันที่ 30 ตุลาคม 2551
  4. 4.0 4.1 ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 138ง วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554
  5. 5.0 5.1 ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินราชการกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 52ง วันที่ 26 เมษายน 2553
  6. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 76ง วันที่ 5 กันยายน 2548
  7. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 35ง วันที่ 12 เมษายน 2543
  8. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนพิเศษ 63ง วันที่ 10 กรกฎาคม 2545
  9. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 1ง วันที่ 8 มกราคม 2547
  10. ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนพิเศษ 185ง วันที่ 28 พฤศจิกายน 2550

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]