ผิวหนังอักเสบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ผิวหนังอักเสบ (อังกฤษ: Dermatitis หรือ Eczema) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งแสดงออกมาได้หลายรูปแบบ แล้วแต่ระยะของโรค[1]

สาเหตุ[แก้]

เกิดจากสาเหตุหลายประการ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

  • สาเหตุภายในร่างกาย เกิดจากเป็นโรคภูมิแพ้โดยกำเนิด มีการเปลี่ยนแปลงในระบบภายในร่างกายทำให้เกิดภูมิแพ้ที่ผิวหนัง มีลักษณะผิวแห้งทั่วตัว ในเด็กทารกมักเป็นที่ศีรษะ หน้า คอ และแขน ในเด็กโตและผู้ใหญ่มักพบบริเวณข้อพับของแขนและขา
  • สาเหตุจากภานนอกร่างกาย เกิดจากการสัมผัสสารที่ระคายเคือง หรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ บริเวณที่เป็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น เป็นที่ติ่งหูจากการแพ้ต่างหู หรือเป็นที่ข้อมือจากการแพ้สายนาฬิกา เป็นที่หลังเท้าจากการแพ้รองเท้า เป็นต้น

อาการ[แก้]

แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะเฉียบพลัน จะมีลักษณะเป็นรอยแดง บวม ต่มแดง ตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองซึม ลอกเป้นขุย และตกสะเก็ด
  • ระยะเรื้อรัง จะมีลักษณะเป็นรอยหนา ผิวด้าน ลอกเป็นขุย มีอาการคันเรื้อรัง

การรักษา[แก้]

ระยะเฉียบพลัน
ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างแผลหรือน้ำเกลือที่บริเวณตุ่มหนอง หรือแผลผุพองมีน้ำเหลือง โดยใช้ผ้าพันแผล หรือผ้าขาวบางพันประมาณ 3-4 ชั้น ชุบน้ำยาประคบผื่นไว้ 20 นาที วันละ 2 ครั้ง หลังการชะล้างซับให้แห้ง เมื่อผื่นพุพองแห้งแล้วให้หยุดประคบ มิฉะนั้นจะทำให้ผิวแห้งและตึงเกินไป เมื่อแห้งดีแล้วให้ทาครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์จนกว่าจะหายดี
ระยะเรื้อรัง
  • ล้างน้ำฟอกสบู่บริเวณตุ่มให้สะอาดก่อนทายา ใช้ครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์ โคลทารหรือกรดซาลิซิลิก
  • ในรายที่เป็นมานานจนผิวหนาหรือเป็นตุ่มแข็ง แพทย์อาจใช้วิธีฉีดยาบริเวณที่เป็นเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้น
  • กรณีจำเป็นแพทย์จะให้รับประทานยา เช่น มีอาการอักเสบรุนแรงอาจให้รับประทานคอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือถ้ามีการติดเชื้อให้รับประทานยาปฏิชีวนะ

การป้องกันและการปฏิบัติตน[แก้]

  • สำหรับรายที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติของแต่ละคนโดยไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุภายนอก ควรดูแลสุขภาพของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้เพิ่มภูมิต้านทานโรค ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ พักผ่อนเพียงพอจิตใจสดชื่น ไม่ดื่มของมึนเมา หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้โรคกำเริบ
  • รายที่เกิดจากการแพ้สารที่สัมผัส ควรหลีกเลี่ยงและป้องกันสาเหตุ เนื่องจากถ้ายังสัมผัสกับสารที่เป็นต้นเหตุอยู่เสมอโรคจะไม่หายขาด เพื่อความชัดเจนว่าแพ้สารชนิดใดอาจให้แพทย์ทำการทดสอบผิวหนัง ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสได้ ให้ใช้เครื่องป้องกัน เช่น ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อน รองเท้าบู้ท ครีมป้องกันผิว เป็นต้น

ข้อควรคำนึง[แก้]

  • การใช้ยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ผิวบางลง ผิวแตกคล้ายหน้าท้องสตรีมีครรภ์ เส้นเลือดขยายตัว และผิวด่าง ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาให้ทายาสลับกับครีมชุ่มชื้น เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยานานหรือใช้ยาในขนาดเจือจางเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว

อ้างอิง[แก้]

ข้อมูลโดย พญ.ปุญชิดา ติณสลานนทร์