ผักหวานป่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผักหวานป่า
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiospermae
(unranked): Eudicots
อันดับ: Santalales
วงศ์: Opiliaceae
สกุล: Melientha
สปีชีส์: M. suavis
ชื่อทวินาม
Melientha suavis
Pierre (1892)

ผักหวานป่า (ชื่อวิทยาศาสตร์: Melientha suavis Pierre) เป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae ป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมดร ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่งเด็ดยอดเพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงเหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว

สามารถนำยอดและใบอ่อนมาปรุงอาหารได้หลากหลายทั้งต้ม ผัด แกง เช่น แกงเลียงผักหวานป่า ต้มจืดผักหวานป่า แต่จะมีให้บริโภคเฉพาะฤดูกาล คือช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

พืชที่มีความใกล้เคียง[แก้]

มีพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Urobotrya siamensis hiepko จะมียอดอ่อนลักษณะเหมือนยอดอ่อนของผักหวานป่ามากจนมีการเก็บผิดอยู่เสมอ และเมื่อกินเข้าไปจะเกิดอาการเมาเบื่อ คนลำปางเรียกแกก้อง หรือนางแย้ม ชาวเชียงใหม่เรียกนางจุม จันทบุรีเรียกผักหวานเขา กาญจนบุรีและชลบุรีเรียกผักหวานดง สระบุรีเรียกผักหวานเมา หรือช้าผักหวาน อิสานเรียกเสน หรือเสม ส่วนทางประจวบคีรีขันธ์เรียกว่าดีหมี อย่างไรก็ตามหากสังเกตต้นและใบที่แก่จะมีลักษณะต่างกันเห็นได้ชัด[1]

การเพาะปลูก[แก้]

มีการปลูกมากในอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี [2]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]