ผักกาดขาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผักกาดขาว
Chinese.cabbage-01.jpg
Some nappa cabbages
ชื่อจีน
จีนตัวเต็ม 大白菜
จีนตัวย่อ 大白菜
Cantonese
Chinese 黃芽白
ชื่อญี่ปุ่น
คันจิ 白菜
ฮิระงะนะ はくさい
ชื่อเกาหลี
Hangul 배추
Chinese cabbage, raw
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 68 kJ (16 kcal)
3.2 g
ใยอาหาร 1.2 g
0.2 g
1.2 g
วิตามิน
วิตามินซี
(33%)
27 mg
โลหะรอง
แคลเซียม
(8%)
77 mg
เหล็ก
(2%)
0.31 mg
แมกนีเซียม
(4%)
13 mg
โซเดียม
(1%)
9 mg
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database

Napa หรือ Nappa cabbage (Brassica rapa subsp. pekinensis) เป็นที่รู้จักว่า ผักกาดขาว เป็นผักกาดชนิดหนึ่งของ ผักกาดจีน ถิ่นกำเนิดมกล้กับมณฑล ปักกิ่ง ของจีน และบริโภคกันอย่างแพร่หลายในอาหารเอชียตะวันออก แต่ส่วนใหญ่ในโลกก็ ผักกาดชนิดนี้ก็เข้าใจว่า "ผักกาดจีน" ผักกาดจีนจะมีสีจางกว่าผักกาดจีนชนิดอื่นๆ อย่างเช่น บ๊อกชอย ซึ่งก็ถูกเรียกว่าผักกาดจีนเช่นเดียวกัน ในสหราชอาณาจักร ผักชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ"Chinese Leaf" ในนิวซีแลนด์รู้จักกันในชื่อ"Wong Bok" หรือ"Won bok" ในออสเตรเลียและฟิลิปปินส์รู้จักกันในชื่อ"wombok".[1]

ชื่อ "nappa" มาจากภาษาพูดและภาษาถิ่นในภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง ญี่ปุ่น: nappa 菜っ葉 ? มักจะใช้เรียกใบของผักต่างๆโดยเฉพาะใบผักที่ใช้ทำอาหาร[2] ชื่อในภาษาญี่ปุ่นที่เอาไว้เจาะจงผักกาดประเภทนี้ว่า ญี่ปุ่น: hakusai 白菜 ?, lit. "ผักกาดขาว" โดยเป็นคำอ่านออกเสียงแบบจีน ในภาษาญี่ปุ่น

ผักกาดขาวถูกบริโภคอย่างแพร่หลายในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี และที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในจังหวัดกังวอน ทองตอนเหนือของเกาหลีใต้[3] ผัดกาดขาวถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความเจริญรุ่งเรืองในจีน[4] และในภาพลักษณ์นี้เองจึงมักพบเห็นรูปจำลองที่ทำจากแก้วและกระเบื้องเคลือบ รูปสลักผักกาดที่มีชื่อเสียง Jadeite Cabbage ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติไต้หวัน ก็เป็นรูปสลักของผักกาดขาวด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีผู้อพยพจากไต้หวันนี้เอง จึงสามารถพบเห็นรูปสลักผักกาดได้ในหลายเมืองของ อเมริกาเหนือ ยุโรปและออสเตรเลีย

ในอาหารเกาหลี ผักกาดถูกใช้เป็นส่วนผสมหลักของ baechu kimchi ที่เป็นชนิดของกิมจิ ทั่วไป แต่ก็ยังกินสดๆโดยเอาไปห่อเนื้อหมูหรือหอยนางรม แล้วจิ้มกับโกชูจัง[5] แต่คนทั่วไปก็มักใส่ใบที่แก่กว่าในซุป ด้วยรสชาติิที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับผักกาดชนิดอื่นๆ เช่น บ๊อกชอย หรือ กระหล่ำ และผักกาดขาวยังสามารถเอาไปผัดน้ำมันกับส่วนผสมอื่นๆ เช่นเต้าหู้ เห็ด หรืซูกินี ผักกาดขาวยังเป็นส่วนผสมพื้นฐานในการกินอาหารหม้อไฟอีกด้วย

See also[แก้]

References[แก้]

  1. Afable, Patricia O. (2004). Japanese pioneers in the northern Philippine highlands: a centennial tribute, 1903-2003. Filipino-Japanese Foundation of Northern Luzon, Inc. p. 116. ISBN 978-971-92973-0-7. 
  2. "Oxford English Dictionary nappa, n.2". สืบค้นเมื่อ 14 October 2010. 
  3. Lee, Cecilia Hae-Jin (22 May 2012). Frommer's South Korea. John Wiley & Sons. p. 326. ISBN 978-1-118-33363-1. 
  4. Klein, Donna (4 December 2012). The Chinese Vegan Kitchen: More Than 225 Meat-free, Egg-free, Dairy-free Dishes from the Culinary Regions of China. Penguin Group US. p. 30. ISBN 978-1-101-61361-0. 
  5. Vongerichten, Marja (2 August 2011). The Kimchi Chronicles: Korean Cooking for an American Kitchen. Rodale. p. 37-42. ISBN 978-1-60961-128-6. 

แม่แบบ:Brassica