ป่ากจจาวัล
ป่ากจจาวัล (เกาหลี: 곶자왈 숲 กจจาวัล ซุป; อังกฤษ: Gotjawal Forest) หมายถึง ป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบเฉพาะบนเกาะเชจู (Jeju Island) บริเวณที่ราบตอนกลางของเขา Halla
ลักษณะเฉพาะของป่านี้ คือ ต้นไม้จะเจริญเติบโตอยู่บนหินลาวา (ที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายล้านปีก่อน) และครอบคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ
ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าพื้นที่ป่าจะมีบริเวณกว้างและไม่ถูกบุกรุกโดยคนท้องถิ่น แต่เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ โดยเฉพาะบนเกาะเชจู ทำให้พื้นที่ป่าดังกล่าวเสี่ยงต่อการถูกบุกรุกและทำลายอย่างต่อเนื่อง
การศึกษาของ ดร. ซง ชีแท (Song Shi-tae) ในปี ค.ศ. 2003 เสนอว่า มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องปกป้องพื้นที่ป่ากจจาวัล เพื่อรักษาปริมาณน้ำใต้ดินบนเกาะเชจู เนื่องจากน้ำฝนจะซึมผ่านก้อนหิน และเก็บกับในชั้นหิน/ดิน ตามรอยแยกของเปลือกโลกนั่นเอง
เนื้อหา |
[แก้] ที่มาของคำว่า กจจาวัล
โดยทั่วไปคนพื้นเมืองบนเกาะเชจูจะเรียกป่าทุกประเภที่ปกคลุมบริเวณหินลาวา ว่า กจจาวัล ซึ่งตามปทานุกรมภาษาท้องถิ่น คำว่า กจจาวัล หมายถึง ป่าที่รกร้าง ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เป็นป่าที่ผสมระหว่างไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม อย่างไรก็ตาม ซง ชีแท (Song Shi-tae) เสนอความหมายใหม่ของกจจาวัลในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาว่า ควรใช้คำว่า Gotjawal Lava แทน Lava เพื่อให้ง่ายต่อการจัดสรรพื้นที่ทำกินและน้ำใต้ดิน ในปี 2004 จอง กวังจุง (Jeong Gwang-jung) ระบุว่ามีคนบางกลุ่มเห็นว่า กจจาวัล ไม่ควรมีความหมายเฉพาะลักษณะทางภูมิศาสตร์ แต่ควรรวมมุมมองทางด้านนิเวศวิทยา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมด้วย
ป่ากจจาวัลทั้งหมดจะพบในบริเวณที่เป็นหินลาวา ทำให้ยากต่อการทำเกษตรกรรม ดังนั้นความหมายที่อาจเหมาะสมของคำว่า กจจาวัล คือ ป่าที่พบเฉพาะบนเกาะเชจู ที่ยากต่อการทำเกษตรกรรม เนื่องจากปกคลุมไปด้วยหิน
[แก้] ลักษณะเฉพาะ
ป่ากจจาวัลมีลักษณะสำคัญ 3 อย่างคือ เกิดขึ้นบนหิน, มีพืชเฉพาะถิ่นที่สำคัญกับระบบนิเวศ และช่วยให้น้ำฝนซึมผ่านและเก็บกับเป็นน้ำใต้ดิน
[แก้] พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิน
ป่ากจจาวัลเกิดขึ้นบนพื้นที่ของหิน ทำให้ยากต่อการพัฒนาให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ดังนั้นพื้นที่ป่ายังไม่ถูกบุกรุกมากนักจนถึงศตวรรษที่ 20 ในปี 2000 การศึกษาของ ซง ชีแท (Song Shi-tae) ได้ยืนยันว่าผืนป่ากจจาวัลส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนหินลาวาชนิด AA และจากการลงพื้นที่ ทำให้เขาสามารถระบุพื้นที่ป่ากจจาวัลบนเกาะเชจูได้เป็น 4 แห่งใหญ่ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาเพื่อเติมพบว่า ป่ากจจาวัลตั้งอยู่บนหินลาวาสองชนิด คือ อาอา (AA) และ พาเฮยเฮย (Pahoehoe) ดร.ซง ชีแท จึงเสนอชื่อใหม่คือ บิลเล่ลาวา (Bille Lava) อ้างอิงจากภาษาท้องถิ่นนั่นเอง
[แก้] ที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
จากวิทยานิพนธ์ของ ยิม อึนยัง (Yim Eun Young) บริเวณที่เรียกว่า ดงแป็กดงซัน (Dong Baek Dong San) หมายถึง ป่าคามิเลีย ที่กินพื้นที่ราว 590,083 ตารางเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของป่ากจจาวัลที่ตั้งอยู่ถนน San 12, Seonheul-ri, Jocheon-eup, Jeju-city) เป็นที่เดียวที่พบ Mankyua chejuense ซึ่งเป็นพืชในตระกูลเฟิร์นชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ยิม อึนยังสรุปว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญสำหรับพืชตระกูลเฟิร์น (bryophyte) เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้ได้พบพันธุ์ไม้หายาก และสัตว์หลายชนิดที่ใกล้สูญพันธ์ในป่ากจจาวัลด้วย โดยคิดเป็น 15% ของพันธุ์พืชและสัตว์ทั้งหมดที่พบในเกาหลีใต้ (ประมาณ 600 สปีชีส์ จาก 4,000 สปีชีส์ของสิ่งมีชีวิตที่พบในเกาหลีใต้ทั้งหมด) ทั้งนี้ยังมีแพลงตอนอีก 5 ชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบจากการสำรวจป่ากจจาวัลในปี 2005 อย่างไรก็ตามยังคงมีบริเวณป่ากจจาวัลบนเกาะเชจูที่ยังไม่มีการสำรวจอีกมาก
[แก้] น้ำใต้ดิน
บนเกาะเชจู ปริมาณน้ำฝนประมาณ 46% จะซึมผ่านหินลาวาที่มีอยู่ทั่วไปบนเกาะ ซึ่งเป็นปริมาณน้ำฝนที่ถูกดูดซึมลงชั้นใต้ดินมากที่สุดในเกาหลีใต้ ทำให้เกาะเชจูมีน้ำใต้ดินที่สะอาดและเป็นแหล่งน้ำดื่มที่สำคัญ ป่ากจจาวัลมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้น้ำฝนสามารถซึมผ่านหินและเก็บกักในชั้นหิน/ดิน ที่อยู่ใต้พื้นโลก กลายเป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่บริสุทธิ์ ทั้งนี้จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีแม่น้ำไม่กี่สายในป่าทางด้านตะวันออกและตะวันตกบนเกาะเชจู เนื่องจากป่ากจจาวัลครอบคลุมบริเวณดังกล่าว ทำให้น้ำฝนปริมาณมากซึมลงใต้ดิน ในขณะที่พื้นที่ทางเหนือและใต้ของเกาะจะมีแม่น้ำเล็กๆหลายสาย