ปีแอร์ กูรี
| Pierre Curie | |
|---|---|
![]() |
|
| วันที่เกิด | 15 พฤษภาคม 1859 เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส |
| วันที่เสียชีวิต | 19 เมษายน ค.ศ. 1906 (46 ปี) เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส |
| เชื้อชาติ | ชาวฝรั่งเศส |
| สาขา | ฟิสิกส์ |
| สถาบันการศึกษาที่เรียน | Sorbonne |
| ลูกศิษย์ในระดับปริญญาเอก | Paul Langevin André-Louis Debierne Marguerite Catherine Perey |
| งานที่เป็นที่รู้จัก | การสลายตัวของสารกัมมันตรังสี |
| รางวัลที่ได้รับ | รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์กับมารี กูรี (1903) |
ปีแอร์ กูรี (Pierre Curie 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1859 – 19 เมษายน ค.ศ. 1906) นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส สามีของมารี กูรี นักเคมีชาวโปแลนด์ ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อ ค.ศ. 1903
เนื้อหา |
ประวัติ[แก้]
ปิแอร์ กูรี เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1859 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยบิดาของเขาเป็นนายแพทย์ หลังจากจบการศึกษาขั้นต้นแล้ว ปิแอร์ได้เข้าศึกษาต่อวิชาเคมี ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ (Sorbonn University) หลังจากที่เขาจบการศึกษาแล้วได้เข้าฝึกงานกับคณะผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาก็สามารถสร้างผลงานเป็นที่น่าพอใจ และในปี ค.ศ. 1878 ปิแอร์ก็ได้รับรางวัลไซแอนซิเอท (Scienciate Award) ทางฟิสิกส์ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการห้องทดลองประจำมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ และในระหว่างนี้เขาได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาในโรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม และงานทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ
ต่อมาในปี ค.ศ. 1880 ปิแอร์ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับความต่างศักย์ของไฟฟ้าระหว่างผลึกหินควอทซ์ กับเกลือโรเชลลี ภายใต้ความกดดันสูง จากผลการทดลองเขาพบว่า ความกดดันมีผลกระทบต่อความต่างศักย์ ซึ่งปิแอร์เรียกสั้นๆ ว่า "ปิแอร์โซ อิเล็กทริคซิตี้ (Pierre so Electricity)" และเขาได้พบเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าเพิ่มค่าความต่างศักย์ของไฟฟ้าให้มากขึ้น จะทำให้พื้นผิวของผลึกเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเกินกว่าที่คนปกติจะได้ยิน แต่ก็มีประโยชน์ เพราะต่อมา นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังได้นำหลักการเดียวกันนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์เกี่ยวกับเสียงหลายชนิดได้แก่ ไมโครโฟน และเครื่องบันทึกเสียงเป็นต้น
ในปี ค.ศ. 1895 ปิแอร์ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับความร้อนที่เกิดขึ้นกับแม่เหล็ก จากผลการทดลองปิแอร์พบว่าที่อุณหภูมิระดับหนึ่ง แม่เหล็กไม่สามารถแสดงสมบัติออกมาได้ โดยปิแอร์เรียกอุณหภูมิระดับนี้ว่า "คูรีพอยท์ (Cury Point)" และจากการทดลองครั้งนี้ เขาได้สร้างเครื่องมือขึ้นมาชิ้นหนึ่งชื่อว่า อิเล็กโทรมิเตอร์ (Electrometer) สำหรับใช้ในการทดลองครั้งนี้ด้วย จากผลงานชิ้นนี้เขาได้รับมอบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการประจำห้องทดลองเคมี และฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้พบกับมารียา สโคลดอฟสกา (Maria Sklodowska) และแต่งงานกันในปี ค.ศ. 1895
ชีวิตส่วนตัว[แก้]
หลังจากที่ปิแอร์ได้มีโอกาสพบกับมารียา สโคลดอฟสกา ภายหลังทั้งคู้จึงได้แต่งงานกันในปี ค.ศ. 1895 โดยปิแอร์ กูรี กับมารียา สโคลดอฟสกา (มารี กูรี) มีบุตรสาวสองคน ได้แก่
- อีแรน โฌลิออต-กูรี (Irène Joliot-Curie) โดยอีแรนเป็นบุตรีคนแรก และได้แต่งงานกับเฟรเดริก โฌลิออต ผู้ค้นคว้าเรื่องการแผ่รังสีเทียม จนได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 1935[1]
- อีฟ กูรี (Ève Denise Curie Labouisse) บุตรีคนที่สอง ได้เขียนชีวประวัติของมารดาของเธอคือมารี กูรี ใน ค.ศ. 1937
เสียชีวิต[แก้]
ในขณะที่ปิแอร์มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จทั้งด้านการงานและครอบครัวเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่เขา กำลังเดินไปยังสำนักพิมพ์ เพื่อตรวจต้นฉบับ ได้มีรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งเข้ามาชนเขาล้มลง และทับศีรษะ ทำให้ปิแอร์เสียชีวิตทันทีในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1906 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
อ้างอิง[แก้]
- ปิแอร์ กูรี|ThaiGoodView.com
- ปีแอร์ กูรี เว็บรางวัลโนเบล
