ปากแหว่งเพดานโหว่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปากแหว่งเพดานโหว่
(Cleft lip and palate)
การจำแนกและทรัพยากรภายนอก
13900470 3PREOPERATION0.jpg
ICD-10 Q35-Q37
ICD-9 749
DiseasesDB 29604 29414
eMedicine ped/2679

ปากแหว่ง (อังกฤษ: cleft lip; ละติน: cheiloschisis) และเพดานโหว่ (อังกฤษ: cleft palate; ละติน: palatoschisis) หรือมักเรียกรวมกันว่าปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดของการเจริญของใบหน้าระหว่างการตั้งครรภ์ การรักษาผู้ป่วยที่พิการปากแหว่งเพดานโหว่ทำโดยการผ่าตัดทันทีหลังคลอด อัตราผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่เกิดราว 1 ในทารกแรกเกิด 600-800 คน

ปากแหว่ง[แก้]

ถ้ารอยแยกนั้นไม่ถึงส่วนเพดานปาก จะเรียกความผิดปกตินี้ว่า ปากแหว่ง หากเกิดที่ด้านบนของริมฝีปากในลักษณะช่องว่างเล็กๆ หรือเว้าเล็กน้อยเรียกว่า ปากแหว่งไม่สมบูรณ์ หรือปากแหว่งบางส่วน (partial or incomplete cleft) แต่หากรอยแยกนี้ต่อเนื่องไปถึงจมูกเรียกว่า ปากแหว่งสมบูรณ์ (complete cleft) ปากแหว่งอาจเกิดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ปากแหว่งมีสาเหตุจากการเชื่อมของขากรรไกรบนและส่วนยื่นจมูกด้านใกล้กลาง (medial nasal processes) เพื่อเป็นเพดานปากปฐมภูมิ (primary palate) ไม่สมบูรณ์

ปากแหว่งรูปแบบหนึ่งเรียกว่า microform cleft ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า มีลักษณะเป็นรอยเล็กๆ บนริมฝีปากหรือมีลักษณะคล้ายแผลเป็นจากริมฝีปากไปยังจมูก ในบางรายกล้ามเนื้อหูรูดปากใต้แผลเป็นนั้นอาจผิดปกติซึ่งต้องได้รับการผ่าตัด ทารกที่เกิดมามีความผิดปกติดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประเมินความรุนแรงจากแพทย์ด้านใบหน้าและปากทันที

เพดานโหว่[แก้]

เพดานโหว่ เป็นภาวะที่แผ่นกระดูกของกะโหลกศีรษะที่ประกอบเป็นเพดานแข็ง 2 แผ่นไม่เชื่อมกัน อาจมีช่องโหว่ของเพดานอ่อนได้ด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยส่วนมากมักมีปากแหว่งร่วมด้วย เพดานโหว่เกิดราว 1 ในทารกแรกเกิดมีชีพ 700 คนทั่วโลก[1]

เพดานโหว่แบ่งออกเป็นชนิดสมบูรณ์ (คือมีรอยแยกทั้งเพดานแข็งและเพดานอ่อน บางครั้งอาจมีที่ขากรรไกรด้วย) หรือชนิดไม่สมบูรณ์ (คือมีช่องอยู่ที่เพดานปาก มักเป็นที่เพดานอ่อน) ผู้ป่วยเพดานโหว่มักมีลิ้นไก่แฉก เพดานโหว่มีสาเหตุมาจากความบกพร่องของการเชื่อมของส่วนยื่นเพดานปากด้านข้าง (lateral palatine processes) , ผนังกลางจมูก (nasal septum) , และ/หรือส่วนยื่นเพดานปากกลาง (median palatine processes) เพื่อเป็นเพดานปากทุติยภูมิ (secondary palate)

ช่องที่เพดานปากที่เกิดจากเพดานโหว่ทำให้ช่องปากเชื่อมโดยตรงกับโพรงจมูก

ภาพต่อจากนี้แสดงเพดานปาก โดยด้านบนของภาพคือจมูก ริมฝีปากแสดงด้วยสีชมพู โดยภาพดังกล่าวจะไม่แสดงฟันเพื่อให้เห็นโครงสร้างเพดานโหว่ชัดเจน

ผลจากการมีช่องเชื่อมระหว่างช่องปากและโพรงจมูกคือ เพดานอ่อนและคอหอยบกพร่อง (velopharyngeal insufficiency, velopharyngeal inadequacy; VPI) ช่องดังกล่าวทำให้อากาศรั่วไปยังโพรงจมูกทำให้เมื่อพูดจะเกิดเสียงก้องขึ้นจมูก และเกิด nasal emission (อากาศจากปากผ่านช่องเพดานปากระหว่างการออกเสียงพยัญชนะที่ต้องอาศัยความดันในปาก) [2] ผลตามมาจากอาการดังกล่าวทำให้ออกเสียงไม่ชัด เช่น เสียงเพี้ยน และต้องออกเสียงแบบอื่นชดเชย เช่น ใช้เสียงกัก เส้นเสียงหรือเสียงเสียดแทรกหลังโพรงจมูก[3] ทางเลือกในการรักษาคือการบำบัดวจีเภท (speech therapy) , การใช้อุปกรณ์เทียม, การเสริมผนังหลังคอหอย, การเพิ่มความยาวเพดานปาก และการผ่าตัด[2]

เพดานโหว่ใต้ชั้นเยื่อเมือก (Submucous cleft palate; SMCP) อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีลักษณะเพดานโหว่ซ่อนอยู่ในส่วนเพดานอ่อน ร่วมกับมีอาการสามอย่างได้แก่ลิ้นไก่ 2 แฉก, มีรอยบากที่เพดานแข็งและโซนา เพลลูซิดา (zona pellucida)

อ้างอิง[แก้]

  1. "Statistics by country for cleft palate". WrongDiagnosis.com. สืบค้นเมื่อ 2007-04-24. 
  2. 2.0 2.1 Sloan GM (2000). "Posterior pharyngeal flap and sphincter pharyngoplasty: the state of the art". Cleft Palate Craniofac. J. 37 (2): 112–22. doi:10.1597/1545-1569 (2000) 037<0112:PPFASP>2.3.CO;2 Check |doi= value (help). PMID 10749049. 
  3. Hill, J.S. (2001). Velopharyngeal insufficiency: An update on diagnostic and surgical techniques. Current Opinion in Otolaryngology and Head and Neck Surgery, 9, 365-368.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]