ปลาแซลมอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาดปลาแซลมอนชนิดต่าง ๆ

ปลาแซลมอน [1] หรือ ปลาแซมอน [1] (อังกฤษ: Salmon; /ˈsæmən/) เป็นชื่อสามัญของปลาทะเลที่ว่ายเข้าสู่แม่น้ำเพื่อวางไข่ โดยคำว่า "แซลมอน" มาจากภาษาละตินคำว่า Salmo ซึ่งมาจากคำว่า Salire หมายถึง "ที่จะกระโดด" [2]

ปลาแซลมอน คือ ปลาที่อยู่ในอันดับ Salmoniformes และวงศ์ Salmonidae พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีักโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ, อลาสกา, ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร (ปลาน้ำกร่อย) มีเพียงส่วนน้อยที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ปลาแซลมอนวางไข่ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวในทะเลสาบน้ำจืดหรือแม่น้ำที่มีปริมาณออกซิเจนสูง เท่านั้นโดยปลาแซลมอนเพศเมียจะขุดรัง ด้วยปลายหางและวางไข่ หลังจากนั้นตัวผู้จะปล่อยสเปิร์มมาปฏิสนธิกับไข่ ตัวเมียจะใช้หางกลบไข่เพื่อให้ไข่ไม่ถูกกระแสน้ำพัดพาไปแล้วลูกปลาแซลมอนจะว่ายตามกระแสน้ำออกสู่ทะเลในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เมื่อออกจากไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะอพยพไปสู่มหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และเจริญเติบโต และเมื่อถึงฤดูวางไข่ลูกปลาแซลมอนก็จะกลับไปวางไข่ที่บ้านเกิดของตัวงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีศึกษาพบว่าปลาแซลมอนที่ถูกวิจัยทั้งหมดอพยพกลับมาเพียงร้อยละ 10 ส่วนที่เหลือสูญหายในทะเล สิ่งที่นำทางลูกปลาแซลมอนให้กลับมาวางไข่ได้ถูกต้อง คือกลิ่นเฉพาะของแม่น้ำที่มันเกิดและพฤติกรรมแบบฝังใจในลูกปลาแซลมอนที่เกิดขึ้นทันทีที่มันฟักออกจากไข่ เป็นสิ่งที่ใช้นำทางปลาแซลมอนที่โตเต็มที่จากมหาสมุทรไปยังที่ที่ใช้วางไข่ สารประกอบของกลิ่นนั้นเป็นสารอินทรีย์ ระเหย และคุณสมบัติทางเคมียังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่า ปลาแซลมอนหาทางมายังปากน้ำได้อย่างไรโดยไม่มีเครื่องหมายใด ๆ ในการนำทางมาจากทะเล การทดลองล่าสุดได้ให้ข้อคิดว่า ปลาตัวเต็มวัยได้รับการชักนำจากปรากฏการบนท้องฟ้าเช่น มีดวงดาวเป็นเครื่องนำทางหรือทิศทางหรือตำแหน่งของดวงอาทิตย์เป็นต้นในกรณีนี้ปลาแซลมอนจะมีความสามารถในการจับเวลาเสมือนหนึ่งเป็นนาฬิกาชีวภาพ ดังที่พบในสิ่งมีชิวิตอื่น ๆ[3]

ลักษณะของปลาแซลมอน[แก้]

ส่วนมากลำตัวมีสีเงินวาว มีจุดสีดำที่บริเวณด้านบนของลำตัวเหนือเส้นข้างลำตัว ลักษณะอย่างอื่นคล้ายปลาทั่วไปไม่ว่าจะเป็นลักษณะภายนอกหรือลักษณะภายใน

ชนิดของปลาแซลมอน[แก้]

ปลาแซลมอนมีทั้งหมด 5 ชนิด ที่นิยมใช้บริโภคกันเป็นอาหาร (สกุล Oncorhynchus)
  1. ปลาแซลมอนชีนุก (Oncorhynchus tshawytscha) มีขนาดใหญ่ที่สุด มีจุดสีดำตามบริเวณ สีข้างด้านบน และหาง จะโตเต็มที่เมื่ออายุได้ 4 ปี
  2. ปลาแซลมอนสีชมพู (Oncorhynchus gorbuscha) ลักษณะที่โดดเด่นคือ จะมีกระดูกสันหลังที่โค้งงอมากกว่าปลาแซลมอนชนิดอื่นและมีขนาดเล็กมีอายุเพียง 2 ปี
  3. ปลาแซลมอนชัม (Oncorhynchus keta) คล้ายปลาแซลมอนสีชมพู แต่ขนาดจะใหญ่กว่ามีลักษณะเหมือนกับสุนัข ฟันมีขนาดใหญ่ใช้ขับไล่ตัวผู้ตัวอื่นในการหาคู่
  4. ปลาแซลมอนโคโฮ (Oncorhynchus kisutch) มีขนาดปานกลาง และลักษณะจะคล้ายกับปลาแซลมอนชีนุก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าผิวมีสีเงิน สีเงินนี้จะดึงดูดให้เป็นเหยื่อของปลาขนาดใหญ่กว่า[3]
การเจริญเติบโตของลูกปลาที่ฟักออกจากไข่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
  1. ลูกอ่อนที่มีขนาดเล็ก (Fry)
  2. ลูกปลาแซลมอนที่มีแถบสีดำอยู่ข้างลำตัว (Parr)
  3. ลูกปลาแซลมอนในวัยที่จะออกจากแหล่งน้ำจืดและมุ่งสู่น้ำทะเล (Smolts)[3]

คุณประโยชน์ของเนื้อปลาแซลมอน[แก้]

เนื้อปลาแซลมอนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง นิยมนำไปแปรรูปต่าง ๆ ทั้ง ปลากระป๋อง หรือเนื้อปลาสด เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีการประมงทั่วโลก รวมถึงการตกเป็นเกมกีฬาด้วย มีการศึกษาพบว่าเนื้อปลาแซลมอนมีัโปรตีนสูง มีกรดอะมิโนที่มีคุณค่า มีวิตามิน A, D, B6, B12 รวมทั้งไนอาซินและไรโบเฟลวิน, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, สังกะสี, แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส นับเป็นอาหารที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เพราะเป็นเนื้อปลาที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็งบางชนิดได้ด้วย[4] นอกจากนี้แล้วปลาแซลมอนที่พบในประเทศญี่ปุ่นจะมีปริมาณไขมันน้อยกว่าปลาแซลมอนที่อื่นด้วย[5]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Wikibooks
วิกิตำรา มีคู่มือ ตำรา หรือวิธีการเกี่ยวกับ:
ปลาแซลมอน