วงศ์ปลาเหาฉลาม
| ปลาเหาฉลาม | |
|---|---|
| ปลาเหาฉลามชนิด Remora remora | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Actinopterygii |
| อันดับ: | Perciformes |
| อันดับย่อย: | Percoidei |
| วงศ์ใหญ่: | Percoidea |
| วงศ์: | Echeneidae |
| สกุล | |
| ชื่อพ้อง | |
ปลาเหาฉลาม หรือ ปลาเหา หรือ ปลาเหาทะเล หรือ ปลาติด[1] เป็นปลาทะเลปลากระดูกแข็งในวงศ์ Echeneidae ในอันดับปลากะพง (Perciformes)
เนื้อหา |
ลักษณะทั่วไป[แก้]
ลำตัวยาว หัวเรียวแหลม ดวงตาสามารถกลอกกลิ้งไปมาเพื่อชำลองมองได้โดยรอบ ด้านบนแบนราบมีอวัยวะที่ใช้สำหรับดูดติด ซึ่งพัฒนามาจากครีบหลัง มีจำนวน 22-27 ซี่ มีความยาวประมาณ 1 ใน 4 ของความยาวลำตัว คอดหางเล็กแต่แข็งแรงทำให้ว่ายน้ำได้ดี ถึงแม้ว่าจะชอบเกาะติดไปกับปลาอื่นก้อตามมีแถบสีดำขนาดใหญ่พาดตามยาวลำตัว หลังและท้องมีสีเทาเข้มลักษณะคล้ายกับปลาช่อนทะเล ที่ชอบว่ายตามปลาขนาดใหญ่เช่นกันความแตกต่างของปลาสองชนิดนี้อยู่ตรงที่ด้านบนของหัวปลาช่อนทะเลไม่มีอวัยวะสำหรับดูดติด มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 60 เซนติเมตร
นิเวศวิทยา[แก้]
ชอบเกาะติดอยู่กับสัตว์ใหญ่ เช่น ปลาฉลาม, กระเบนราหู หรือเต่าทะเล โดยใช้อวัยวะสำหรับดูดติด ดังนั้นจึงมีแหล่งที่อยู่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสัตว์ที่อาศัยเกาะอยู่ แต่บางครั้งอาจพบเหาฉลามขนาดเล็กที่ยังหาสัตว์อื่นเกาะไม่ได้ ว่ายน้ำอยู่อิสระในแนวปะการัง สามารถแบ่งออกได้เป็น 8 ชนิด ใน 4 สกุล (ดูในตาราง)[2]
การแพร่กระจาย[แก้]
พบแพร่กระจายในเขตร้อนทั่วโลก จัดเป็นปลาเหาฉลามที่พบได้ง่าย และมีการแพร่กระจายกว้างที่สุด ในประเทศไทย พบได้ทั้งสองฝั่งทะเล แต่จะพบเห็นได้บ่อยบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และกองหินลอเชลิว ซึ่งเป็นบริเวณที่พบปลาขนาดใหญ่ เช่น ฉลามวาฬ หรือกระเบนราหู ฝั่งอ่าวไทยพบบ้างบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี
สถานภาพ[แก้]
พบได้ไม่บ่อยนักไม่มีการใช้ประโยชน์ทางการประมง แต่ถูกจับขึ้นมาพร้อมกับปลาที่เกาะติด[3]
อ้างอิง[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Echeneidae |