ปลาฝักพร้า
ความหมายอื่น: สำหรับปลาชนิดอื่นที่เป็นปลาน้ำเค็ม ดูได้ที่ ปลาดาบลาว
| ปลาฝักพร้า | |
|---|---|
| ปลาวัยอ่อน | |
| ปลาวัยใหญ่ | |
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| Kingdom: | Animalia |
| Phylum: | Chordata |
| Class: | Actinopterygii |
| Order: | Cypriniformes |
| Family: | Cyprinidae |
| Subfamily: | Oxygastrini |
| Genus: | Macrochirichthys Bleeker, 1860 |
| Species: | M. macrochirus |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | |
| Macrochirichthys macrochirus (Val. in Cuv. & Val., 1844) |
|
| ชื่อพ้อง | |
|
|
ปลาฝักพร้า (อังกฤษ: Freshwater wolf herring, Sword minnow, Long pectoral-fin minnow, ญี่ปุ่น: カショーロバルブ) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) อยู่ในวงศ์ย่อย Oxygastrini ซึ่งเป็นวงศ์ย่อยปลาตะเพียนกินเนื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Macrochirichthys macrochirus มีลักษณะลำตัวยาวและแบนข้างคล้ายมีดดาบ ท้องเป็นสันแคบ ตาโต ปากกว้างเฉียงขึ้นด้านบน ปลายปากล่างโค้งเข้าเล็กน้อยคล้ายตะขอ ลำตัวสีเงินวาว ครีบใส ครีบอกใหญ่และยาวแหลม ครีบท้องและครีบหลังเล็ก แต่ครีบก้นมีฐานครีบยาว ครีบหางเว้าลึกและปลายมน โคนครีบหางมีแต้มสีคล้ำ ขนาดประมาณ 20-60 เซนติเมตร จัดเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Macrochirichthys[2]
เป็นปลาล่าเหยื่อ มักหากินบริเวณใกล้ผิวน้ำ เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วมาก อาหารได้แก่ ปลาขนาดเล็กจำพวกปลาซิวและแมลง พบในแหล่งน้ำหลากและแม่น้ำขนาดใหญ่ในภาคกลาง, ภาคอีสาน เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำโขง ในภาคใต้พบเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกเท่านั้น และพบได้จนถึงประเทศอินโดนีเซีย
เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำสะอาด ปัจจุบันอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เพราะสภาพแวดล้อมที่อยู่ถูกทำลายไปประกอบกับปริมาณปลาที่พบในธรรมชาติมีน้อยมาก จึงไม่ทำให้เป็นที่นิยมในการประมง
ปลาฝักพร้า ยังมีชื่อเรียกอื่นที่เรียกต่างออกไป เช่น "ท้องพลุ"[3], "ดาบลาว", "ดาบญวน", "โกร๋ม" เป็นต้น