ปลาฉลามบาสกิ้น
| ปลาฉลามบาสกิ้น ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: โอลิโกซีนตอนต้น-ปัจจุบัน, 34.0–0 Ma [1] |
|
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Chondrichthyes |
| ชั้นย่อย: | Elasmobranchii |
| อันดับ: | Lamniformes |
| วงศ์: | Cetorhinidae T. N. Gill, 1862 |
| สกุล: | Cetorhinus Blainville, 1816 |
| ชนิด: | C. maximus |
| ชื่อทวินาม | |
| Cetorhinus maximus (Gunnerus, 1765) |
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ทั่วโลก (สีน้ำเงิน) | |
| ชื่อพ้อง | |
|
|
|
ปลาฉลามบาสกิ้น หรือ ปลาฉลามยักษ์น้ำอุ่น[3] (อังกฤษ: Basking shark; ชื่อวิทยาศาสตร์: Cetorhinus maximus) เป็นปลากระดูกอ่อนขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จำพวกปลาฉลาม นับเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในวงศ์ Cetorhinidae และสกุล Cetorhinus[4]
ปลาฉลามบาสกิ้นจัดอยู่ในอันดับ Lamniformes เช่นเดียวกับปลาฉลามขาว จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองมาจากปลาฉลามวาฬ ปลาฉลามบาสกิ้นมีความยาวได้ถึง 10 เมตร เท่ากับรถโดยสารสองชั้นคันหนึ่ง (ขนาดโดยเฉลี่ย 8 เมตร) มีน้ำหนักมากถึงได้ 7 ตัน เท่ากับช้างสองเชือก มีลักษณะเด่น คือ มีลำตัวสีเทาออกน้ำตาล มีปลายจมูกเป็นรูปกรวย มีปากขนาดใหญ่ มีซี่กรองเหงือกสีแดงมีลักษณะเป็นซี่คล้ายหวีหรือแปรงที่พัฒนามาเป็นอย่างดีสำหรับกรองอาหาร มีริ้วเหงือกภายนอกตั้งแต่ส่วนบนหัวถึงด้านล่างหัว ซึ่งปลาฉลามบาสกิ้นจะใช้ซี่กรองเหงือกนี้ในการหายใจเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย กรองกินแพลงก์ตอนสัตว์ต่าง ๆ ผ่านซี่กรองนี้เป็นอาหารเหมือนปลาฉลามวาฬ และปลาฉลามเมกาเมาท์ จัดเป็นปลาฉลามที่มีสมองขนาดเล็ก แต่ก็มีประสาทสัมผัสโดยเฉพาะประสาทการดมกลิ่นที่ดีเยี่ยมเหมือนปลาฉลามกินเนื้อชนิดอื่น[5]
ปลาฉลามบาสกิ้น เป็นปลาฉลามขนาดใหญ่อีกชนิดหนึ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ กระจายพันธุ์อยู่ในทะเลหรือมหาสมุทรเขตน้ำอุ่นทั่วโลก โดยเฉพาะรอบ ๆ เกาะอังกฤษ นับเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดที่พบได้ในเกาะอังกฤษ ปลาฉลามบาสกิ้นบางครั้งจะรวมตัวกันเป็นฝูงเล็ก ๆ เพื่อกินแพลงก์ตอนสัตว์บริเวณผิวน้ำ ตามสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมที่แพลงก์ตอนสัตว์จะเจริญเติบโตได้ดี คือ มีแสงแดด มีอุณหภูมิอบอุ่นที่เหมาะสม ปลาฉลามบาสกิ้นจะอ้าปากได้กว้าง จนกระทั่งเห็นซี่กรองภายในปากชัดเจน ไล่กินแพลงก์ตอนสัตว์ตามผิวน้ำ แต่โดยปกติจะอาศัยอยู่ในน้ำลึก และจะมีพฤติกรรมย้ายถิ่นฐานไปตามแพลงก์ตอนตามฤดูกาล ซึ่งเชื่อว่าจะว่ายตามแพลงก์ตอนไปตามกลิ่น จากการศึกษาพบว่าสามารถเดินทางได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 7 วัน[5]
ปลาฉลามบาสกิ้น เหมือนปลาฉลามชนิดอื่น ๆ ที่ถูกล่าเพื่อการพาณิชย์มามาตั้งแต่อดีต เพื่อนำไปเพื่อการบริโภค ครีบนำไปทำเป็นหูฉลาม และน้ำมันตับปลาฉลาม[6] อีกทั้งในปัจจุบัน ผลจากการตรวจสอบทางดีเอ็นเอและเนื้อเยื่อพบว่า ซากปลาฉลามบาสกิ้น คือ ซากของสิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่ที่เรือประมงสัญชาติญี่ปุ่นเคยกว้านขึ้นมาได้เมื่อ ปี ค.ศ. 1977 ที่ชายฝั่งนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นปริศนามาอย่างยาวนานว่าคือสัตว์ชนิดใด จนกระทั่งมีความเชื่อกันว่าเป็นพลีซิโอซอรัส สัตว์เลื้อยคลานทะเลคอยาวขนาดใหญ่ยุคเดียวกับไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์[7]
รูปภาพ [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Sepkoski, Jacktology (2002). 364. p. 560 http://strata.ummp.lsa.umich.edu/jack/showgenera.php?taxon=575&rank=class. สืบค้นเมื่อ 2008-01-09. Missing or empty
|title=(help) - ↑ Fowler (2005). "Cetorhinus maximus". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2010.3. International Union for Conservation of Nature. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010.
- ↑ ความตกลงเพื่อการอนุวัติการตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาสหประชาชาติ
- ↑ จาก itis.gov
- ↑ 5.0 5.1 The Basking Shark, "Nick Baker's Weird Creatures" สารคดีทางอนิมอลพลาเน็ต. ทางทรูวิชั่นส์: พุธที่ 16 มกราคม 2556
- ↑ Leonard J. V. Compagno (1984). Sharks of the World: An annotated and illustrated catalogue of shark species known to date. Food and Agriculture Organization of the United Nations.
- ↑ Kuban, Glen. "Sea-monster or Shark?: An Analysis of a Supposed Plesiosaur Carcass Netted in 1977".
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Cetorhinus maximus |
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Cetorhinus maximus จากวิกิสปีชีส์