ปลาคาร์ดินัล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาคาร์ดินัล
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
โดเมน: Eukaryota
อาณาจักร: Animalia
อาณาจักรย่อย: Bilateria
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Characiformes
วงศ์: Characidae
สกุล: Paracheirodon
ชนิด: P. axelrodi
ชื่อทวินาม
Paracheirodon axelrodi
(Schultz, 1956)
ชื่อพ้อง
  • Cheirodon axelrodi
  • Hyphessobrycon cardinalis

ปลาคาร์ดินัล หรือ ปลาคาร์ดินัลเตตร้า หรือ ปลานีออนแดง (อังกฤษ: Cardinal, Red neon; ชื่อวิทยาศาสตร์: Paracheirodon axelrodi) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาคาราซินของอันดับปลาคาราซิน มันเป็นสัตว์ประจำถิ่นทางเหนือของแม่น้ำโอริโนโคและแม่น้ำนิโกรของอเมริกาใต้

เมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ลักษณะของปลาคาร์ดินัลจะมีเส้นเหลือบสีน้ำเงินสดใสอันลักษณะประจำปลาในสกุล Paracheirodon ซึ่งเป็นปลาที่มีเส้นแบ่งด้านข้าง ร่างกายส่วนร่างเส้นนี้จะเป็นสีแดงสดดังนั้นจึงได้ชื่อว่า คาร์ดินัลเตตร้า คาร์ดินัลมองดูคล้ายญาติสนิทคือ ปลานีออนเตตร้า ซึ่งมักทำให้สับสนกันเป็นประจำ อย่างไรก็ตามสีแดงของปลานีออนจะมีแค่ครึ่งหนึ่งของลำตัวและเส้นสีน้ำเงินจะเปล่งประกายน้อยกว่า

ลักษณะสะท้อนแสงของปลาชนิดนี้และปลานีออนเป็นสีทางโครงสร้างเกิดจากการสะท้อนแสงภายในผลึกguanineซึ่งพัฒนามาจากเซลล์พิเศษที่เรียกว่าiridocytesในชั้นใต้ผิวหนัง สีน้ำเงินที่มองเห็นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับมุมที่มองถ้ามองจากล่างขึ้นบนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มจนกระทั่งเป็นสีคราม อย่างไรก็ตามถ้าเปลี่ยนมามองจากข้างบนตัวปลาสีก็จะกลายเป็นสีเขียว

ปลาคาร์ดินัลเป็นปลาตู้ที่คนนิยมอย่างมากแต่ว่าแพร่หลายน้อยกว่าปลานีออนเพราะว่าจนเมื่อไม่นานมานี้มันเป็นการยากที่จะเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นักเพาะพันธุ์หลายรายก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงได้แล้ว แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการตัดสินใจว่าเราควรซื้อปลาคาร์ดินัลที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงหรือปลาที่ครีบขาด ๆ จากการจับจากธรรมชาติ โดยปกตินักเลี้ยงปลามักซื้อปลาเพาะแต่นักวิชาการชาวบราซิลเชื่อว่านักสะสมปลาควรที่จะสนับสนุนการจับปลาคาร์ดินัลของลุ่มน้ำอเมซอนต่อไป เพราะนับตั้งแต่คนหลายพันในท้องถิ่นถูกจ้างให้จับปลาเพื่ออุตสาหกรรมปลาตู้ มันมีข้อบ่งชี้ว่าถ้าชาวประมงเหล่านั้นสูญเสียวิถีชีวิตของพวกเขาในการจับปลาคาร์ดินัลและปลาเขตร้อนอื่นๆ พวกเขาอาจกลับไปตั้งหน้าตั้งตาตัดไม้ทำลายป่าต่อ

ปลาเป็นสัตว์จำพวกที่รอบปีมีผลกับมันด้วยและช่วงชีวิตของมันจะมีเพียงแค่ปีเดียวในธรรมชาติ แต่ในที่เลี้ยงมันจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงเจ็ดปี อุตสาหกรรมทั้งหมดที่บาร์เซลอสบนฝั่งของแม่น้ำริโอเนรโกของบราซิลที่ซึ่งชาวบ้านจับปลาสำหรับอุตสาหกรรมปลาตู้ การจับปลาคาร์ดินัลนั้นถูกประเมิณราคาไว้สูงมากโดยชาวบ้านที่สวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม มันอาจกล่าวได้ว่าพวกชาวบ้านจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้ที่จะทำลายธรรมชาติ เช่นการตัดไม้ทำลายป่าเพราะว่าพวกเขาสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ด้วยการประมง บางทีระหว่างที่พวกเขาจับจากแหล่งกำเนิด คาร์ดินัลมีแนวโน้มว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการจับ ในธรรมชาติปลาเหล่านี้อาศัยอยู่ในน้ำอ่อนสุดๆ มีความเป็นกรดแต่ดูเหมือนมันก็จะทนทานกับน้ำที่มีภาวะกระด้าง เป็นด่าง สิ่งที่ต้องกังวลที่สุดก็คือน้ำในตู้ที่มีมลพิษ(รวมทั้งน้ำที่มีไนเตรทในระดับสูง) พวกมันพอใจน้ำที่อุ่นสักหน่อย และยอมรับกับอาหารแห้งส่วนใหญ่ได้เร็วมาก ปลาคาร์ดินัลเพาะมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเข้ากับน้ำกระด้างได้ดีกว่าปลาคาร์ดินัลที่จับจากธรรมชาติ

P. axelrodi มักถูกเรียกว่าปลานีออนแดงอีกด้วย Cheirodon axelrodi (ชื่อดั้งเดิม)และ Hyphessobrycon cardinalisเป็นชื่อเรียกที่เลิกใช้ไปแล้ว ชื่อสามัญของมัน(คาร์ดินัลเตตร้า)มาจากการที่สีแดงแวววาวของมันชวนให้นึกถึงเสื้อคลุมยาวของพระคาร์ดินัลส่วนชื่อรองของมันตั้งให้เป็นเกียรติแก่นักสัตววิทยา Herbert R. Axelrod

การดูแลตู้ปลา[แก้]

แหล่งกำเนิดของเจ้าคาร์ดินัลถูกเรียกว่าแม่น้ำแบล็ควอเตอร์ที่ซึ่งคุณสมบัติทางเคมีมีลักษณะเฉพาะทั้งการเป็นกรดและด่าง มีแร่ธาตุต่ำ มีกรดhumic แต่มันก็เป็นสายพันธุ์ที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพในที่เลี้ยงได้ค่อนข้างมากแม้ว่าความอ่อน ความเป็นกรดของน้ำ คุณสมบัติทางเคมีจะคลาดเคลื่อนจากแหล่งกำเนิดของมันอย่างมากซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเพาะพันธุ์และความสมบูรณ์ จุดอุณหภูมิที่ปลาต้องการประมาณ21-28 องศาเซลเซียส และตู้ปลาก็ควรที่จะมีเครื่องกรองน้ำที่ดีเพื่อที่จะแยกของเสียออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องกรองสารอินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับซึ่งควบคุมไนไตร ไนเตรทได้ก็จะให้ผลที่ดีกว่า และถ้าผู้เลี้ยงตั้งใจที่จะเพาะพันธุ์ก็ควรที่จะทำให้คุณสมบัติของน้ำในตู้เหมือนกับที่อยู่ตามธรรมชาติของมัน ซึ่งเครื่องกรองที่กรองผ่านหินพีทก็จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

เนื่องจากเป็นปลาที่รวมกลุ่มกันอยู่ในที่ตื้น จึงควรเลี้ยงมันไว้อย่างน้อยหกตัวขึ้นไปในตู้ อย่างไรก็ตามในธรรมชาติมันมักจะรวมกลุ่มกับปลานีออนญาติสนิทของมันดังนั้นก็สามารถเลี้ยงรวมสองชนิดนี้รวมกันได้ ตู้ที่มีน้ำวนจะกระตุ้นพฤติกรรมฝูงของมันและจะดีกว่าถ้าเลี้ยงเป็นฝูงใหญ่(ด้วยการจัดการพื้นที่และกระแสน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ)เพราะเวลามันว่ายกันเป็นฝูง ๆ คุณจะรู้สึกได้ถึงความน่าประทับใจและสวยงามอย่างประหลาด ปลาหลายชนิดได้รับอาหารสำเร็จรูปแต่ถ้าคุณจะเพาะปลาพันธุ์นี้ก็ควรให้อาหารสดบ้างอย่างเช่นไรน้ำ

ของตบแต่งตู้ก็เป็นสิ่งที่จะต้องให้ความใส่ใจ ต้นไม้น้ำจะทำหน้าที่ได้ราวกับเป็นเครื่องกรองสารอินทรีย์บวกกับการจัดการไนเตรตในตู้ การจัดสิ่งแวดล้อมให้คล้ายคลึงอย่างน้อยส่วนหนึ่งของที่อยู่ตามธรรมชาติของมันก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นปลูกต้น Cabombaมักจะเป็นต้นไม้ที่ถูกเลือกหรือต้นอื่นอย่างเช่นต้น Amazon Swordplants และต้น Vallisneriaก็เป็นตัวเลือกที่ดีพอ ๆ กันในการจัดที่อยู่ให้เจ้าคาร์ดินัล ต้นไม้ลอยน้ำจะให้ร่มซึ่งเป็นสิ่งที่ปลาชนิดนี้ชอบซึ่งมันเกี่ยวกับการผสมพันธุ์กันด้วยซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งที่ถูกปกปิดอยู่ ระบบนิเวศน์ที่สนับสนุนการเพาะพันธุ์ควรมีbogwoodจำนวนหนึ่ง ต้นไม้น้ำพอสมควร พื้นตู้จัดให้เป็นสีดำและแสงอ่อน ๆ ผ่านพวกไม้ลอยน้ำ กับพวกปลาขวานบินสักห้าตัวขึ้นไป คาร์ดินัลสิบห้าตัวขึ้นไปปลาออตโตและปลาแพะ(สองตัวต่อน้ำสิบแกลลอน)

ปลาคาร์ดินัลมีสีและลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันเล็กน้อย แบบสีทองและเหลืองอมเงินอยู่ในแม่น้ำริโอเนโกรซึ่งสีน้ำเงินในริ้วทางยาวจะจางกว่า รูปแบบปกติจาก แม่น้ำริโอเนโกรสีน้ำเงินจะขยายไปจนถึงครีบหลังในขณะที่รูปแบบของแม่น้ำโอริโนโคเส้นสีน้ำเงินจะกินที่ไปจนถึงด้านหลังของครีบหลัง บางทีปลาจากแม่น้ำโอริโนโคอาจจะเป็นชนิดย่อยของปลาชนิดนี้

การเพาะพันธุ์[แก้]

ในธรรมชาติปลาคาร์ดินัลจะว่ายทวนน้ำเป็นฝูงจำนวนมากไปที่ผสมพันธุ์ซึ่งบดบังด้วยป่าฝน ซึ่งจะถูกคลุมเป็นร่มเงาอย่างหนาแน่นจากต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่มีแสงอาทิตย์มาถึงพวกมัน ที่นี่ปลาจะวางไข่เป็นกลุ่มใหญ่ ในตู้การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่งก็พอสำหรับการผสมแต่การเพาะพันธุ์ไม่ได้ต้องการเพียงแค่น้ำซึ่งค่าต่าง ๆ ของน้ำตรงกับที่กล่าวมาด้านบน ตู้สำหรับการเพาะพันธุ์ยังต้องการร่มเงาอย่างมากเพื่อจำลองสภาพแสงน้อยของที่วางไข่ของมัน เมื่อปลาพร้อมที่จะวางไข่ตัวตัวผู้ซึ่งตัวจะเล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่งก็จะไล่ตามตัวเมียเข้าไปในดงไม้น้ำ ส่วนตัวเมียซึ่งตัวใหญ่กว่าและมีไข่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ก็ยอมให้ตัวผู้ว่ายอยู่ข้าง ๆ และทั้งตัวผู้และตัวเมียก็จะผสมพันธุ์กัน

นอกจากความต้องการอย่างเข้มงวดในเรื่องของค่าน้ำแล้ว อีกหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้การเพาะพันธุ์ประสบผลสำเร็จน้อยลงคือตัวของไข่เอง ไข่ของปลาคาร์ดินัลไวต่อแสงมากและจะไม่ฟักถ้าสัมผัสกับแสง เพราะฉะนั้นหลังจากวางไข่ควรย้ายปลาออกจากตู้แล้วคลุมตู้ไว้เพื่อให้ไข่ได้พัฒนาในสภาพแวดล้อมที่ต้องการ

การอนุบาล[แก้]

ถ้าไข่สมบูรณ์และถูกเก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิประมาณ 28 องศาเซลเซียส ก็จะฟักภายในเวลาประมาณสามวัน ลูกปลาจะว่ายน้ำได้แต่ยังคงแพ้แสงอย่างน้อยเจ็ดวันหลังการฟัก หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดที่คลุมเพื่อให้ปลาได้ชินกับแสง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]