สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก ปลด เกตุทัต)
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(ปลด กิตฺติโสภโณ)
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ).jpg
เกิด พ.ศ. 2432
อุปสมบท พ.ศ. 2452
มรณภาพ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2505
พรรษา 53
อายุ 73
วัด วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
จังหวัด กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา ป.ธ.๙
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์ สมเด็จพระสังฆราช
เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณ) เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 14 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2503 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงดำรงตำแหน่งอยู่ 2 พรรษา มรณภาพเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2505 พระชนมายุได้ 73 พรรษา

พระองค์มีพระนามเดิมว่า ปลด เกตุทัต ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2432 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรขุนพิษณุโลกประชานาถ (ล้ำ เกตุทัต) เจ้ากรมคนแรกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ แต่ได้กราบถวายบังคมลาก่อนที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ จะทรงกรมเป็นกรมหลวง

ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2444 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ทรงเริ่มเรียนภาษาบาลีตั้งแต่พระชนมายุ 8 ปี เรียนมูลกัจจายน์ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ประโยค 1 ได้รับโปรดเกล้า ฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ให้อยู่ที่วัดเบญจมบพิตร ฯ ต่อมาได้เข้าแปลประโยค 2 และประโยค 3 ได้ ทรงสอบได้ประโยค 4 เมื่อพระชนมายุได้ 13 ปี ประโยค 5 ถึงประโยค 7 เมื่อพระชนมายุได้ 14, 15, 16 ปี ตามลำดับ ทรงสอบประโยค 8 ได้เมื่อพระชนมายุได้ 19 ปี และประโยค 9 เมื่อพระชนมายุได้ 20 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2451 ทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงสายเปรียญธรรม ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. 2452 ได้ฉายาว่า "กิตฺติโสภโณ"[1]

เนื้อหา

[แก้] สมณศักดิ์

  • พ.ศ. 2457 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระศรีวิสุทธิวงศ์
  • พ.ศ. 2466 เป็นราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเวที
  • พ.ศ. 2468 เป็นเจ้าคณะแขวงกลาง จังหวัดพระนคร
  • พ.ศ. 2469 เป็นราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมุนี
  • พ.ศ. 2471 เป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพ
  • พ.ศ. 2472 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมโกศาจารย์
  • พ.ศ. 2473 เป็นกรรมการเถรสมาคม
  • พ.ศ. 2481 เป็นเจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก และเป็นประธานคณะบัญชาการคณะสงฆ์ แทนองค์สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)
  • พ.ศ. 2482 เป็นพระราชาคณะ ตำแหน่งเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่ พระพรหมมุนี
  • พ.ศ. 2490 เป็นสมเด็จพระราชา คณะตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ ชั้นสุพรรณบัฎที่ สมเด็จพระวันรัต
  • พ.ศ. 2494 เป็นสังฆนายก
  • พ.ศ. 2501 เป็นผู้บัญชาการคณะสงฆ์ แทนสมเด็จพระสังฆราชเจ้า และรักษาการในตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช
  • พ.ศ. 2503 เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 14 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม[2]

[แก้] พระกรณียกิจ

พระองค์ทรงกระทำกิจทางพระศาสนามาโดยตลอด ด้วยประการต่าง ๆ เป็นอันมาก ตลอดพระชนมชีพ พอประมวลสรุปได้ดังนี้

สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณ) เมื่อครั้งยังเป็นสามเณรปลด
  1. ด้านการปกครอง เริ่มตั้งแต่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส เจ้าคณะแขวง เจ้าคณะมณฑล กรรมการเถรสมาคม ประธานคณะบัญชาการคณะสงฆ์ แทนองค์สมเด็จพระสังฆราช สังฆนายก และรักษาการในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
  2. ด้านการศึกษา เริ่มตั้งแต่การศึกษาในสำนักวัดเบญจมบพิตร ฯ การศึกษาในมณฑลพายัพ ทั้ง 7 จังหวัด และแขวงกลางจังหวัดพระนคร เป็นกรรมการสอบพระปริยัติธรรมในสนามหลวง เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา
  3. ด้านการเผยแผ่ มีหนังสือธรรมที่ทรงนิพนธ์ พิมพ์ออกเผยแผ่ เป็นอันมาก เช่น มงคลภาษิต ปราภวภาษิต ศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งงานพระธรรมเทศนา ในโอกาสต่าง ๆ ที่ได้รับการยอย่องว่า มีสำนวนโวหารง่าย ๆ เป็นที่เข้าใจทราบซึ้ง
  4. ด้านการต่างประเทศ ได้เสด็จไปต่างประเทศเพื่อการพระศาสนาหลายครั้ง คือ
    • พ.ศ. 2482 ไปตรวจการณ์คณะสงฆ์ ไทรบุรี และปีนัง แทนสมเด็จพระสังฆราช
    • พ.ศ. 2498 เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมงานฉัฎฐสังคายนาจตุตถสันนิบาต (สมัยไทย) โดยเป็นประธาน กระทำพิธีเปิดประชุมสังคายนา ณ สหภาพพม่า
    • พ.ศ. 2499 เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมพิธีฉลอง พุทธชยันตี 25 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา ณ ประเทศลังกา และไปสังเกตการพระศาสนาในประเทศอินเดีย
    • พ.ศ. 2501 เป็นหัวหน้าคณะไปเป็นประธานประกอบพิธีบรรจุพระบรมธาตุ ณ วัดบุปผาราม เมืองปีนัง สหพันธรัฐมาลายา
    • พ.ศ. 2502 เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมพิธีฉลองพระพุทธชยันตี 25 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา ณ ประเทศญี่ปุ่น และในปีเดียวกันนี้ ได้นำพระสงฆ์ไทยไปอยู่ ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย และได้เสด็จไปมนัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง ที่อินเดีย
    • พ.ศ. 2504 เสด็จไปสังเกตการพระศาสนา ในสหรัฐอเมริกา ตามคำทูลอาราชธนาของมูลนิธิเอเซีย

[แก้] ผลงาน

งานด้านวิชาการและงานพิเศษ มีงานสำคัญคือ

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ราชกิจจานุเบกษา, การอุปสมบทสามเณรปลด ปเรียญ ๙ ประโยค, เล่ม ๒๖, ๑๑ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๘, หน้า ๖๒๔
  2. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช, เล่ม ๗๗, ตอน๓๘ ก ฉบับพิเศษ, ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓, หน้า ๑


สมัยก่อนหน้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมัยถัดไป
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
(หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์ สุจิตฺโต)
2leftarrow.png Dharmacakra flag (Thailand).svg
สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
(พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2505)
2rightarrow.png สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช
(อยู่ ญาโณทโย)
สมเด็จพระวันรัต (จ่าย ปุณฺณทตฺโต) 2leftarrow.png Dharmacakra flag (Thailand).svg
เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
(พ.ศ. 2471 - พ.ศ. 2505)
2rightarrow.png สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต)


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ