ปราสาทนอรัม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ปราสาทนอแรม)


Standard of the English Heritage.svg ปราสาทนอแรม Standard of the English Heritage.svg
Norham Castle

โบราณสถานในความอนุรักษ์ของ
องค์การอนุรักษ์แห่งอังกฤษ

Norham Castle.jpg
ปราสาทนอรัม
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท ปราสาท
ที่ตั้ง นอรัม นอร์ธัมเบอร์แลนด์
ประเทศ อังกฤษ สหราชอาณาจักร
การก่อสร้าง
ปีสร้าง ค.ศ. 1121
สถาปัตยกรรม ปราสาท
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 55°43′19.2″N 2°8′56.4″W / 55.722000°N 2.149000°W / 55.722000; -2.149000
ผู้บริหาร องค์การอนุรักษ์แห่งอังกฤษ
หมายเหตุ สิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ ระดับ 1

ปราสาทนอรัม (อังกฤษ: Norham Castle, (ออกเสียง)) เดิมเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ในเทศมณฑลนอร์ธัมเบอร์แลนด์ในสหราชอาณาจักรเหนือฝั่งแม่น้ำทวีดบนพรมแดนระหว่างอังกฤษและสกอตแลนด์ นอแรมเป็นปราสาทที่สถานที่ที่อยู่ในสนามรบระหว่างความขัดแย้งระหว่างอังกฤษ และ สกอตแลนด์ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง

ปราสาทนอแรมเป็นสิ่งก่อสร้างอยู่ในรายชื่อสิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ ระดับ 1 และ ในรายการโบราณสถานขึ้นอันดับ (Scheduled Ancient Monument) ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารขององค์การอนุรักษ์แห่งอังกฤษ

ประวัติสมัยแรก[แก้]

ปราสาทนอแรมเดิมก่อตั้งขึ้นเมื่อรานุล์ฟ แฟลมบาร์ด บิชอปแห่งเดอรัมระหว่าง ค.ศ. 1099 ถึง ค.ศ. 1128 มีคำสั่งให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1121 เพื่อให้ในการพิทักษ์ทรัพย์สินของมุขมณฑลทางตอนเหนือของนอร์ธัมเบอร์แลนด์จากการโจมตีของชาวสกอต

ในปี ค.ศ. 1136 พระเจ้าเดวิดที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ก็เดินทัพเข้ามารุกรานนอร์ทธัมเบอร์แลนด์และยึดปราสาท แต่ไม่นานก็คืนให้แก่มุขมณฑล แต่ก็ถูกยึดคืนไปอีกในปี ค.ศ. 1138 ระหว่างการรุกรานครั้งต่อมา ครั้งนี้โครงสร้างของปราสาทถูกทำลายอย่างยับเยิน ปราสาทอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาจนเมื่อฮิวจ์ เดอ ปุยเซ็ต บิชอปแห่งเดอรัมระหว่าง ค.ศ. 1153 ถึง ค.ศ. 1195 สั่งให้ซ่อมแซมใหม่ งานซ่อมอาจจะดำเนินการภายใต้การดูแลของริชาร์ดแห่งโวลวิสตันผู้เป็นสถาปนิกของบิชอปปุยเซ็ต

ในปี ค.ศ. 1174 ฮิวจ์ เดอ ปุยเซตให้การหนุนหลังกลุ่มผู้ต่อต้านพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ ในขณะเดียวกันกับที่พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งสกอตแลนด์เดินทัพเข้ามารุกรานนอร์ธัมเบอร์แลนด์ คณะผู้ปฏิวัติได้รับความพ่ายแพ้ซึ่งเป็นผลทำให้ฮิวจ์ เดอ ปุยเซ็ตต้องยกปราสาทให้เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ปราสาทได้รับการบริหารโดยผู้บริหารที่ได้รับแต่งตั้งจากองค์กรทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ มีทหารประจำการที่เป็นทหารหลวงมาจนถึงปี ค.ศ. 1197 สองปีหลังจากที่ปุยเซ็ตเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปราสาทถูกเวนคืนให้แก่ฟิลีปแห่งปัวตู อาร์ชบิชอปแห่งเดอรัมองค์ต่อมา อาร์ชบิชอปแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์องค์ต่อมาสมเด็จพระเจ้าจอห์น แต่เมื่ออาร์ชบิชอปฟิลิปสิ้นพระชนม์ปราสาทก็ถูกเวนคืนกลับไปเป็นของหลวงอีก

คริสต์ศตวรรษที่สิบสาม[แก้]

ในปี ค.ศ. 1209 ปราสาทนอรัมเป็นที่ประทับของทั้งพระเจ้าจอห์น และพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ เมื่อพระเจ้าวิลเลียมเสด็จมาแสดงความสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าจอห์น ระหว่างปี ค.ศ. 1208 จนถึงปี ค.ศ. 1211 พระเจ้าจอห์นทรงทะนุบำรุงปราสาทให้อยู่ในสภาพดีเพื่อใช้เป็นที่ตั้งมั่นอันแข็งแรง การมีที่ตั้งมั่นที่แข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็นในปี ค.ศ. 1215 เมื่อ[[พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งสกอตแลนด์]พระราชโอรสในพระเจ้าวิลเลียมเดินทัพมาล้อมปราสาทอยู่สี่สิบวันแต่ก็ไม่สามารถยึดปราสาทได้ ในปี ค.ศ. 1217 หลวงก็คืนปราสาทให้กับสังฆมณฑลเดอแรมอีกครั้งหนึ่ง

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ผู้ทรงได้รับฉายาว่า “ผู้บี้ชาวสกอต” (Hammer of the Scots) เดินทางมาประทับที่ปราสาทมากกว่าครั้งเดียว ในปี ค.ศ. 1292 พระองค์เสด็จมาเพื่อรับการแสดงการสวามิภักดิ์ของจอห์นแห่งสกอตแลนด์ ในปี ค.ศ. 1296 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเดินทัพเข้าไปรุกรานสกอตแลนด์ ระหว่างที่ขึ้นไปทำการสงคราม พระองค์ก็ทรงทิ้งพระนางมาร์เกอรีตแห่งฝรั่งเศสไว้ให้ประทับที่ปราสาทนอรัม

คริสต์ศตวรรษที่สิบสี่[แก้]

ระหว่างต้นคริสต์ศตวรรษที่สิบสี่ ฝ่ายสกอตก็เข้ามารุกรานนอร์ทธัมเบอร์แลนด์หลายครั้งแต่ก็มิได้โจมตีปราสาทนอแรมทุกครั้ง ในปี ค.ศ. 1318 พระเจ้าโรเบิร์ตที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ หรือ โรเบิร์ตเดอะบรูซมาล้อมปราสาทอยู่เกือบหนึ่งปี กองทัพสกอตสามารถยึดรอบนอกของปราสาทได้อยู่สามวันก่อนที่จะถูกขับออกไป การยึดปราสาทจึงไม่ประสบความสำเร็จ ในปี ค.ศ. 1319 ฝ่ายสกอตนำทัพกลับมาอีกและไม่สามารถยึดปราสาทได้หลังจากที่ล้อมอยู่เจ็ดเดือน ในปี ค.ศ. 1322 ฝ่ายสกอตพยายามยึดปราสาทอีกแต่ก็ไม่สำเร็จ ระหว่างการล้อมทั้งสามครั้ง ปราสาทอยู่ในการควบคุมโดยเซอร์ทอมัส เกรย์แห่งเฮตันขุนนางผู้ที่เคยถูกฝ่ายสกอตจับไปเป็นเชลยในปี ค.ศ. 1314.

ในปี ค.ศ. 1327 กองทัพสกอตสามารถบุกเข้ายึดปราสาทนอรัมได้แต่ก็เพียงไม่นานก่อนที่สังฆมณฑลเดอแรมจะยึดคืนมาได้เมื่อมีการประกาศสันติภาพ

คริสต์ศตวรรษที่สิบห้า[แก้]

แม้ว่าในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่สิบห้าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นที่ปราสาทนอรัม แต่ปราสาทก็ได้รับการทำนุบำรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เหตุการณ์ใหญ่ครั้งต่อมาเกิดขึ้นระหว่างสงครามดอกกุหลาบ (ค.ศ. 1455-ค.ศ. 1487) ในปี ค.ศ. 1462 ปราสาทนอแรมถูกยึดโดยฝ่ายราชวงศ์ยอร์กในนามของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ปีต่อมากองทัพของฝ่ายราชวงศ์แลงคาสเตอร์ก็มาล้อมปราสาทอยู่เป็นเวลาสิบแปดวันจนกระทั่งฝ่ายยอร์คมีกองหนุนมาช่วย ในปี ค.ศ. 1464 กองกำลังที่ยึดนอแรมอยู่ก็เปลี่ยนข้างไปสนับสนุนฝ่ายแลงคาสเตอร์ แต่ก็ถูกฝ่ายยอร์กบังคับให้ยอมแพ้

ต่อมาในปลายคริสต์ศตวรรษสังฆราชริชาร์ด ฟ็อกซ์ทำการสร้างเสริมระบบป้องกันของปราสาทให้ดีขึ้น ในปี ค.ศ. 1497 ปราสาทนอแรมถูกล้อมอยู่เป็นเวลาสองอาทิตย์โดยกองทัพที่นำโดยพระเจ้าเจมส์ที่ 4 แห่งสกอตแลนด์ ระหว่างการล้อมก็ได้มีการยิงปืนใหญ่เพื่อที่จะทลายกำแพง แต่ในที่สุดฝ่ายอังกฤษก็ส่งกองหนุนขึ้นไปช่วยได้ทัน หลังจากการล้อมครั้งล่าสุดแล้วนอแรมก็ได้รับการซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง ปืนใหญ่ที่ใช้ในการยิงกำแพงปราสาทเป็นปืนขนาด 56 เซนติเมตรที่เรียกกันว่ามอนสเม็กที่ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ปราสาทเอดินบะระ

คริสต์ศตวรรษที่สิบหก[แก้]

ในปี ค.ศ. 1513 พระเจ้าเจมส์ที่ 4 แห่งสกอตแลนด์ทรงนำทัพเข้ามารุกรานอังกฤษอีกครั้งพร้อมกับกองกำลังอันเข้มแข็งและอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง หลังจากที่ทรงข้ามพรมแดนแล้วพระเจ้าเจมส์ก็ทรงเดินทัพไปยังปราสาทนอรัม เมื่อไปถึงพระองค์ก็ทรงสั่งให้รุมยิงระบบป้องกันรอบนอกของปราสาทอยู่หลายวันจนกระทั่งรอบนอกของปราสาทถูกยึดได้โดยฝ่ายสกอต จากนั้นไม่นานปราสาทก็ยอมแพ้ เมื่อถึงเวลานั้นกำแพงรอบนอกของปราสาทเกือบทั้งหมดก็ถูกทำลายไปสิ้น แต่สองสามอาทิตย์ต่อมาพระเจ้าเจมส์ก็ทรงพ่ายแพ้และทรงถูกสังหารในยุทธการฟลอดเด็นฟิลด์ไม่ไกลจากแบรงสตัน นอร์ธัมเบอร์แลนด์ นอรัมจึงกลับมาเป็นของอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง

บิชอปธอมัส รูธอลล์แห่งเดอรัมทำการตรวจตราความเสียหายของปราสาทและเริ่มทำการบูรณะที่ดำเนินต่อมาจนถึงปี ค.ศ. 1521 ปราสาทนอรัมได้รับการทำนุบำรุงให้อยู่ในสภาพที่ใช้เป็นที่มั่นอันมั่นคงแข็งแรงอีกครั้งตลอดระยะเวลาที่อังกฤษมีความขัดแย้งกับสกอตแลนด์ในคริสต์ศตวรรษนี้ แต่เมื่อช่วงระยะเวลาที่มีความสงบยืดเยื้อมาเป็นเวลาราวสองศตวรรษหลังจากคริสต์ศตวรรษที่สิบหก นอรัมก็ถูกละเลยจนตกอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมลงเป็นอันมาก เมื่อมาถึงปลายคริสต์ศตวรรษปราสาทก็ตกอยู่ในภาพที่ไม่อาจจะบูรณปฏิสังขรณ์ได้อีก

ที่ตั้งและตัวปราสาท[แก้]

ปราสาทนอรัมตั้งอยู่บนฝั่งใต้ของแม่น้ำทวีดแต่สูงจากฝั่งน้ำ ฉะนั้นด้านที่ติดแม้น้ำทางเหนือของปราสาทจึงใช้ผาสูงของฝั่งน้ำเป็นเครื่องป้องกัน ทางตะวันออกป้องกันด้วยห้วยลึก ทาตะวันตกและทางใต้ป้องกันด้วยคูที่ขุดขึ้น ตัวปราสาทเป็นวงซ้อนสองวง วงในอยู่บนเนินดินและแยกจากวงนอกด้วยคูที่เชื่อมด้วยสะพานชัก

ทางเข้าหลักเป็นประตูทางตะวันตกที่มีระบบป้องกันอย่างแข็งแรงที่ตรงออกไปยังลานรอบนอก ประตูที่สองอยู่ทางด้านใต้ของปราสาทรอบนอกที่เรียกว่าประตูแกะ (Sheep Gate)

ปราสาทตอนในเข้าได้โดยใช้สะพานชักข้ามคูเข้ามาทางประตูทางตะวันตก ในปัจจุบันนี้สะพานชักได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นสะพานไม้ ทางด้านเหนือเป็นหอประชุมบิชอป (bishop’s hall) ที่กว้าง 9.1 เมตร ยาว 18.3 เมตร ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซาก ทางด้านตะวันออกเป็นหอกลางที่มีขนาด 25.6 x 18.3 เมตร สูง 26.8 เมตร กล่าวกันว่าหอกลางสร้างโดยฮิวจ์ เดอ ปุยเซ็ต

อ้างอิง[แก้]

  • Dodds, G.L., “Historic Sites of Northumberland & Newcastle upon Tyne”, 2000, Albion Press, pp 121-129, ISBN – 0-9525122-1-1.
  • Saunders, A. D., "Norham Castle and Early Artillery Defences", Fort (Fortress Study Group), (25), 1997, pp37-61

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ปราสาทนอรัม