บ้าน (อาณาจักรแห่งกาลเวลา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บ้าน เป็นขอบเขตพิภพซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในวรรณกรรมชุด "อาณาจักรแห่งกาลเวลา" งานประพันธ์ของการ์ธ นิกซ์ นักเขียนชาวออสเตรเลีย สิ่งอื่นใดที่อยู่นอกเหนือจากบ้าน คือ เอกภพ จะถูกเรียกว่า "อาณาจักรชั้นที่สอง" บ้านประกอบด้วยเจ็ดเขตแดน ได้แก่ บ้านเบื้องล่าง ผืนดินไกล ทะเลกั้นอาณาเขต วงกตยิ่งใหญ่ บ้านเบื้องกลาง บ้านเบื้องบน และสวนไร้ที่เปรียบ

ประชากรของบ้าน คือ พลเมือง โดยมหาสถาปนิกได้สร้างบ้านโดยกำหนดให้พลเมืองมีหน้าที่จดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรชั้นที่สองโดยไม่มีการเข้าไปก้าวก่าย ในบ้านมีกลุ่มพลเมืองและสิ่งมีชีวิตจากอาณาจักชั้นที่สองปฏิบัติหน้าที่ที่แตกต่างกัน ตลอดจนมีของวิเศษเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยตามหน้าที่

เนื้อหา

รายละเอียด[แก้]

ลักษณะทางกายภาพของบ้านที่ปรากฏในอาณาจักรชั้นที่สองถูกระบุว่ามีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล และมีขนาดผิดกันเสมอ[1] ประกอบไปด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายประเภท อาเธอร์ ลีฟและซิลวีเป็นเพียงผู้รู้ตายสามคนเท่านั้นที่สามารถมองเห็นบ้านได้ในโลก อาเธอร์มองเห็นบ้านได้เป็นเพราะเขาเป็นทายาทผู้ทรงสิทธิ์ของมหาสถาปนิก ซิลวีมองผ่านแว่นตาเวทมนตร์ของด็อกเตอร์สคาแมนดรอส[2] ส่วนลีฟเชื่อว่าเธอมองเห็นบ้านได้เพราะย่าทวดของเธอเป็น "แม่มดไอริช"[3] ในตอนจันทร์มหันตภัย ขณะที่อาเธอร์มองดูบ้านในโลกของเขา เขาก็พบว่าตัวเองถึงดึงดูดความสนใจไปโดยสถาปัตยกรรมของบ้าน ทำให้เกิดความไขว้เขวได้[4]

บ้านถูกแบ่งออกเป็น 7 ส่วน แต่ละส่วนจะถูกปกครองโดยผู้ดูแลซึ่งมีชื่อตามวันทั้งเจ็ดในหนึ่งสัปดาห์ ส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ได้แก่ บ้านเบื้องล่าง ผืนดินไกล ทะเลกั้นอาณาเขต วงกตยิ่งใหญ่ บ้านเบื้องกลาง บ้านเบื้องบน และสวนไร้ที่เปรียบ

จุดประสงค์[แก้]

มหาสถาปนิกสร้างบ้านเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลอันเป็นสิ่งแรกที่นางสร้างขึ้นจากสุญญะ บ้านยังมีหน้าที่บันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาจักรชั้นที่สอง และต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ ทั้งสิ้น พลเมืองส่วนใหญ่เชื่อว่ามหาสถาปนิกสร้างบ้านเป็นอย่างแรกในจักรวาล แต่เป็นจริงเฉพาะสวนไร้ที่เปรียบเท่านั้น[5] ส่วนที่เหลือของบ้านถูกสร้างภายหลังที่มหาสถาปนิกสร้างจักรวาล (คือ อาณาจักรชั้นที่สอง) แล้ว[6] หลังจากที่มหาสถาปนิกหายตัวไป เธอได้ทิ้งกฎหมายดั้งเดิมเพื่อที่จะสืบทอดเจตจำนงของนางต่อไป กฎดั้งเดิมห้ามมิให้พลเมืองเขาไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรชั้นที่สอง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งก่อนหน้าใด ๆ แต่กฎดั้งเดิมก็มิได้ถูกผูกมัดตลอดไป และสามารถถูกละเมิดได้ ผู้ดูแลสามารถเข้าสู่อาณาจักรชั้นที่สองได้ในวันที่ตนเองมีอำนาจเหนือเท่านั้น และผู้รับใช้ชั้นสูง ได้แก่ ย่ำรุ่ง ยามเที่ยง ย่ำค่ำของแต่ละวันจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรชั้นที่สองได้ตามเวลาหนึ่งชั่วโมงตามที่กำหนดไว้ สำหรับยามเที่ยงจะอยู่ระหว่าง 12.00-13.00 น. ของวัน

เวลาของบ้านเท่านั้นที่เป็นเวลาที่แท้จริง เวลาในบ้านมีความสม่ำเสมอกัน ขณะที่เวลาในอาณาจักรชั้นที่สองนั้นถูกบิดเบือนไป ไปจนถึงขั้นที่กระแสเวลาไหลย้อนกลับได้ถ้าได้รับพลังจำนวนมากพอ เช่น พลังอำนาจจากกุญแจทั้งเจ็ดดอก เวลาในบ้านและเวลาบนโลกมีความแตกต่างกันมาก ซึ่ง่สวนใหญ่แล้วเวลาในบ้านจะเร็วกว่าเวลาบนโลกมาก

พลเมือง[แก้]

พลเมือง คือชื่อที่ใช้เรียกประชากรของบ้าน โดยมหาสถาปนิกเป็นผู้สร้างพลเมืองเองเพื่อทำหน้าที่ทำงานและดูแลบ้านให้อยู่ในความปกติ พลเมืองหมายความถึงคนในบ้านทั่ว ๆ ไป แต่ไม่รวมตัวมหาสถาปนิกและลูกหลานของนาง พลเมืองแต่ละคนมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป พลเมืองมีความสูงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สูงสี่ห้าฟุตปกติไปจนถึงสิบสองฟุต ตลอดจนความสวยงามของรูปร่างหน้าตา

พลเมืองมีลำดับความสำคัญภายในบ้านด้วย แต่ละคนจะมีเลขลำดับเท่าไรขึ้นอยู่กับตำแหน่ง บางคนที่เลื่อนชั้นขึ้นมาก็สามารถเปลี่ยนเลขลำดับให้สูงขึ้นได้ ยกเว้นลูกของมหาสถาปนิกจะไม่มีเลขลำดับความสำคัญภายในบ้าน (ยกเว้นลอร์ดวันอาทิตย์ เพราะมีตำแหน่งในบ้าน) เด็กของคนเป่าปี่ก็มีเลขลำดับความสำคัญ

พลเมืองมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับมนุษย์ แต่พลเมืองมีข้อแตกต่างบางประการจากมนุษย์ดังนี้

  • เลือดของพลเมืองส่วนใหญ่มีสีน้ำเงิน แต่ก็มีข้อยกเว้นที่พลเมืองจำนวนหนึ่งจะมีเลือดเป็นสีอื่น มีกระดูกสีทอง
  • พลเมืองสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ได้ยาก เรียนรู้ได้ช้า
  • พลเมืองมีความหล่อเหลาและความสวยงามตามธรรมชาติ แต่พลเมืองที่มีลำดับสูงกว่าจะหล่อหรือสวยกว่า และสูงกว่าพลเมืองลำดับต่ำกว่า
  • พลเมืองแทบจะเป็นอมตะ:
    • พลเมืองไม่ตายจากความชรา โรคเจ็บไข้ได้ป่วย การอดน้ำและอาหาร และสามารถรักษาตัวเองได้จากอาการบาดเจ็บแทบทุกชนิด รวมทั้งการถูกตัดศีรษะ ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้พลเมืองต่างถือว่าโรคจากอาณาจักรชั้นที่สองเป็นของมีค่าในบ้าน หากอวัยวะถูกทำลาย ก็จะมีอวัยวะใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ถึงแม้ว่ากระบวนการดังกล่าวจะสามารถถูกยับยั้งได้ก็ตาม เมื่ออยู่ในบ้าน ผู้รู้ตายและเด็กของคนเป่าปี่จะสามารถรอดชีวิตได้แม้ว่าจะขาดอาหารและน้ำ ตลอดจนไม่ตายจากความชราภายในบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้เท่ากับพลเมือง
    • พลเมืองสามารถตายได้ด้วยสาเหตุ
      • ไฟ สายน้ำร้อน หรือแหล่งความร้อนสูงมาก
      • อาวุธบางชนิด (อาวุธของนายตรวจ อาวุธของกองทัพอันเกรียงไกรแห่งมหาสถาปนิก เป็นต้น)
      • การถูกตัดหัว และปล่อยให้หัวขาดเป็นเวลานาน
      • สุญญะ
      • โดนนิทลิ่งกัดหรือข่วน ซึ่งจะละลายพลเมืองให้เป็นสุญญะ
      • กุญแจ
      • การจมน้ำ
      • ตกจากความสูงอย่างน้อย 15,000 ฟุต (4.572 กิโลเมตร)

เขตแดนของบ้าน[แก้]

บ้านเบื้องล่าง[แก้]

บ้านเบื้องล่างเป็นอาณาจักรส่วนหนึ่งของบ้านซึ่งคุณวันจันทร์เป็นผู้ครอบครอง ประกอบด้วยชั้นหลาย ๆ ชั้น ตั้งแต่ห้องถ่านหินใต้ดินไปจนถึงสำนักบริหารของคุณวันจันทร์ บ้านเบื้องล่างเป็นที่ตั้งของสำนักงานต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอาณาจักรชั้นที่สองและจดบันทึกเกี่ยวกับผู้รู้ตาย การบริหารงานของบ้านเบื้องล่างขาดประสิทธิภาพเนื่องจากความเกียจคร้านนับหลายสหัสวรรษของคุณวันจันทร์

ห้องโถงเบื้องล่าง[แก้]

ห้องโถงเบื้องล่างเป็นที่ตั้งของสำนักงานส่วนใหญ่ กลางห้องโถงคือประตูหน้าของบ้านเบื้องล่างซึ่งเป็นทางเชื่อมหลักของบ้านเบื้องล่าง อาณาจักรชั้นที่สองและอาณาจักรอื่น ๆ ของบ้าน ประตูใหญ่ของบ้านเป็นเสาประตูหินขาวคู่สูงโดดเด่นอยู่กลางเนิน ตั้งอยู่ระหว่างประตูรั้วไม้ลงน้ำมันสีเข้มขนาดยักษ์ตกแต่งด้วยเหล็กหล่อสวดลายต่าง ๆ ที่เปลี่ยนรูปร่างได้เมื่อมองจากจุดต่างๆ กันจนสามารถทำให้เวียนหัวหรือเสียสติได้ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหญ้าตัดสั้น ประตูใหญ่ถูกดูแลโดยร้อยโทผู้รักษาประตูหน้า ซึ่งสามารถพาไปยังส่วนต่าง ๆ ของบ้านและอาณาจักรชั้นที่สองที่ประตูเปิดอยู่

ส่วนที่อยู่รอบเนินคืออาคารประหลาดที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันออกไป บ้างก็มียอดแหลม บ้างก็มีหอคอย ผสมผสานศิลปะหลายสไตล์เข้าด้วยกัน มีหมอกจางๆ แผ่ปกคลุมตึกเหล่านั้นในยามกลางคืน เพดานของห้องโถงเป็นรูปโดมขนาดยักษ์ทำจากเงินสีหม่นที่ขยายตัวออกไปทุกทิศทางเป็นไมล์ๆ จุดศูนย์กลางของโดมอยู่สูงจากประตูใหญ่ประมาณหกร้อยฟุต มีลวดลายสีม่วงและส้มหมุนวนอยู่รอบพื้นผิวสีหม่นของโดม เป็นแหล่งแสงเดียวที่มีอยู่ของห้องโถงเมื่ออยู่ในกะกลางคืน แต่เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนเป็นกะกลางวัน จะมีลำแสงพุ่งออกจากประตูใหญ่กระจายไปทั่วโดม หมอกจะหายไปจนเห็นอาคารสำนักงานได้อย่างชัดเจน บรรยากาศของห้องโถงจะเหมือนกับเมืองในเวลากลางคืน แต่เพดานยังคงมืดเหมือนเดิม จะไม่สว่างจ้าเหมือนท้องฟ้ายามกลางวัน

สำนักงานของนายพลผู้สร้างสัมประสิทธิผลแห่งบ้านเบื้องล่าง[แก้]

สำนักงานนี้อยู่ในชั้นที่ 3900 นายพลผู้สร้างสัมประสิทธิผลเป็นผู้ทำหน้าดูแลบ้านเบื้องล่าง ทำหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานทุกอย่างในห้องโถงเบื้องล่างให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นายพลคนปัจจุบันถูกเลื่อนขั้นไปแล้ว แต่ไม่มีผู้อื่นมาทำหน้าที่แทน เพราะไม่ได้รับการอนุมัติจากคุณวันจันทร์ สำนักงานนี้จึงเป็นสำนักงานร้าง ตัวสำนักงานเป็นโถงยาว ผนังเป็นหน้าต่างภาพที่แสดงบรรยากาศของที่ใดก็ได้ในอาณาจักรชั้นที่สองในอดีต มีลำธารขนาดเล็กอยู่ในสำนักงานที่สร้างขึ้นเพื่อให้เข้ากับหน้าต่างภาพ สำนักงานดังกล่าวถูกทำลายเมื่อคุณวันจันทร์เกือบมาพบพินัยกรรมที่หลบหนีออกมาได้

ห้องถ่านหินใต้ดิน[แก้]

พลเมืองที่ทำงานผิดพลาด ปฏิเสธงานที่ได้รับ หรือทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่พอใจ ผู้บังคับบัญชาสามารถส่งลูกน้องของตนลงมาทำงานที่ห้องถ่านหินใต้ดินได้ พลเมืองที่อยู่ในนั้นต้องถูกลดลำดับความสำคัญลงด้วย เหนือห้องถ่านหินใต้ดินจะมีทางเข้าห้องถ่านหินบน อยู่ชั้นที่ 2012 เป็นยกพื้นไม้โย้เย้บนขอบนอกของทุ่งราบว่างเปล่าที่ไม่พบขอบเขต ตรงกลางของห้องมีหลุมขนาดยักษ์และดำมืด หลุมที่จะนำไปสู่ห้องถ่านหินมีความลึกมาก มีฝุ่นถ่านหินตกอยู่ทุกที่ ทางเดินจากยกพื้นไปที่หลุม เป็นพื้นหินอ่อนที่ไม่ยอมรับฝุ่นที่จะตกลงมาบนมัน จึงขาวสะอาดอยู่ตลอดเวลา

พลเมืองที่ทำงานอยู่ในห้องถ่านหินใต้ดินมีหน้าที่ขุดเอาถ่านหินขึ้นมา รวบรวมเป็นกองพีระมิด และตัดมันเป็นก้อนๆ ให้มีขนาดที่เท่าๆ กัน และส่งมันขึ้นไปยังสำนักงานต่างๆ เมื่อพลเมืองที่นั่นต้องการใช้ โดยติดฉลากเขียนหมายเลขชั้นและชื่อสำนักงานลงบนตะกร้าบรรทุกถ่านหินแล้วส่งขึ้นไป เคยมีพลเมืองคนหนึ่งพยายามหนีออกจากห้องถ่านหินโดยติดฉลากไว้ที่คอ แต่ฉลากนั่นตัดผ่านคอเขาไปเลย หัวจึงหลุดออกจากบ่า นอกจากจะเป็นสถานที่ทำงานของพลเมืองเหล่านี้แล้ว ห้องถ่านหินใต้ดินยังเป็นที่คุมขังของผู้ชราอีกด้วย

สำนักบริหารของคุณวันจันทร์[แก้]

ประกอบไปด้วย ห้องด้านหน้าของวันจันทร์ และห้องกลางวันของวันจันทร์

ห้องด้านหน้าของวันจันทร์ 

ห้องนี้เป็นเฉลียงขนาดยักษ์กว้างสองสามร้อยหลา ที่ยื่นออกไปจากภูเขาไฟที่สูงประมาณสองในสาม ปากปล่องอยู่สูงขึ้นไปบนแนวลาดหลายร้อยหลา เฉลียงยักษ์ถูกค้ำยันด้วยเสาหรือคานเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น ห้องด้านหน้าของวันจันทร์เต็มไปด้วยผู้รอคอยการติดต่อกับคุณวันจันทร์

ห้องกลางวันของวันจันทร์ 

ห้องนี้อยู่ภายในภูเขาไฟ มีลวดใยแมงมุมที่ให้พลเมืองที่มาติดต่อกับวันจันทร์ปีนและกันผู้บินมาเยี่ยม อีกทางหนึ่งคือทางประหลาดที่เชื่อมต่อกับห้องด้านหน้า ห้องกลางวันเป็นอาคารวิลล่าแบบโรมันที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบร้อนที่พวยพุ่งไอน้ำร้อนออกมา อาคารนั้นยังมีคูที่เต็มไปด้วยเสพอักษรล้อมรอบ (เสพอักษรจะละลายตัวอักษรทุกตัวให้กลายเป็นสุญญะ) ภายในห้องกลางวันมีพื้นเป็นยกพื้นเหล็กหล่อเก่าๆ สีน้ำตาลดำอยู่เหนือทะเลไอน้ำที่มีโคลนเดือดและส่งกลิ่นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกมา ข้างหน้ามีสะพานเหล็กหล่อแคบๆ สะพานมียกพื้นทุกๆ ร้อยหลา ต่อจากสะพานมียกพื้นอีกแห่งที่มีโต๊ะ ต่อไปเป็นสะพานต่ำที่พาไปยังที่นอนของวันจันทร์ เป็นสระที่มีโคลนเดือดปุดและเสาเหล็กหลายต้นโผล่ขึ้นมา ที่แขวนอยู่ระหว่างเสาคือเปลญวณที่คุณวันจันทร์นอนอยู่

เมื่ออาเธอร์สามารถพิชิตคุณวันจันทร์ได้ พินัยกรรมก็เปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นอาคารสไตล์พิพิธภัณฑ์ โดยมีห้องประชุมเพิ่มมาด้วย ประตูเป็นประตูไม้เรียบๆ ลูกบิดทำจากสำริดมีความแข็งแรงมาก ภายในใหญ่กว่าโรงยิม พื้น เพดาน ผนังปูด้วยหินอ่อนขาว เดินเส้นสีทอง ตรงกลางมีโต๊ะกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณร้อยฟุต ทำจากเหล็กหล่อทาด้วยสีแดงเข้ม มีรูอยู่ตรงกลาง และรายล้อมไปด้วยเก้าอี้เหล็กหล้อพนักสูงทาสีขาวกว่าร้อยตัว ยกเว้นเก้าอี้ของอาเธอร์และคุณหญิงพรีมัสเอง

ห้องหน้าปัดทั้งเจ็ด 

ที่ตั้งของนาฬิกาตั้งพื้นโบราณเจ็ดเรือนที่หันหน้าเข้าหากันซึ่งเรียกกันว่า หน้าปัดทั้งเจ็ด ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือซึ่งเปิดได้โดยการสั่นกระดิ่ง เป็นห้องเจ็ดเหลี่ยมประหลาด ตรงกลางเป็นที่ตั้งของหน้าปัดทั้งเจ็ด เป็นห้องที่สงวนไว้เฉพาะนายแห่งบ้านเบื้องล่าง สำหรับการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในอาณาจักรชั้นที่สอง

ผืนดินไกล[แก้]

เดิมทีผืนดินไกลเคยเป็นถ้ำขนาดมหึมา และภายในถ้ำก็มีน้ำพุสุญญะที่สม่ำเสมอ อังคารเคร่งได้ใช้สุญญะในการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ซึ่งเขาจะนำไปขายต่อในเขตแดนอื่น ๆ ของบ้าน อย่างไรก็ตาม ด้วยโลภะ ทำให้วันอังคารได้โพรงเข้าไปและขยายโพรงสุญญะนั้น เพื่อที่จะได้สุญญะมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป โพรงก็ถูกขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นหลุมขนาดมหึมา และในที่สุดก็กลายเป็นหลุมลึก อันเป็นสิ่งที่บั่นทอนทำลายรากฐานของบ้านทั้งหลัง เขายังมีพีระมิดเก็บสมบัติของตัวเอง และยังมีสถานีรถไฟที่จะพาเขาขึ้นและลงไปตามรางรถไฟ แต่ทาสจะต้องเดินทางด้วยเท้าไปยังหลุมลึก

อังคารเคร่งใช้ทาสที่มีสัญญาผูกมัดจากเขตแดนของเขาเอง หรือได้มาจากเขตแดนส่วนอื่น ๆ ของบ้านเพื่อที่จะมาทำเหมืองสุญญะ ผืนดินไกลเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นเขตแดนที่ทำการผลิตสินค้าจำนวนมากภายในบ้าน แต่หลังจากอังคารเคร่งถูกโค่นล้ม การผลิตก็แทบจะไม่มี เพื่อเป็นการประหยัดสุญญะ นอกจากผืนดินไกลจะเป็นสถานที่ขุดสุญญะแล้ว ยังมีสถานที่สำหรับปลูกชา สถานที่กึ่งผลิตกึ่งเพาะพันธุ์อสินธพ และโรงงานประดิษฐ์สิ่งของจากสุญญะส่งไปยังส่วนอื่น ๆ ของบ้าน

ตรงปลายสุดอาณาเขตของผืนดินไกลมีกำแพงซึ่งกั้นบ้านจากสุญญะ ในอังคารอหังการ อาเธอร์ได้ซ่อมกำแพงดังกล่าวจนกลายเป็นกำแพงไร้สภาพ แต่ในเสาร์มนตรา ได้เกิดรอยเจาะบนกำแพงซึ่งทำให้สุญญะกลืนกินผืนดินไกลภายในสี่หรือห้านาที

ทะเลกั้นอาณาเขต[แก้]

ทะเลกั้นอาณาเขตเดิมเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่ แต่หลังจากที่ท่านหญิงวันพุธได้กลายร่างเป็นเลวีอาธานตัวมหึมา ได้เกิดการแทนที่น้ำในปริมาณมหาศาล ก่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในทะเลกั้นอาณาเขต แผ่นดินแทบไม่มีเหลือ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในทะเลกั้นอาณาเขตกว่าเก้าในสิบก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเรือเพื่อป้องกันการถูกทำลาย โดยทีเรือดั้งเดิมของวันพุธมี 49 ลำเท่านั้น สิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียวที่โผล่พ้นน้ำหลังจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ก็คือยอดประภาคารของท่าเรือวันพุธเก่า ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า สามเหลี่ยม จุดชมวิววันพุธได้ก่อสร้างกลายเป็นท่าเรือใหม่

ทะเลกั้นอาณาเขตได้เชื่อมต่อกับสถานที่ทุกแห่งในอาณาจักรชั้นที่สองที่มีน้ำ และสามารถติดต่อหากันได้ โดยมีแนวพายุขวางกั้น อันจะเผาร่างของผู้รู้ตายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในบ้านได้ แต่ก็ยังมีบางคนรอดเข้ามาได้ และส่วนใหญ่ก็เป็นโจรสลัด ทะเลกั้นอาณาเขตเป็นที่อยู่อาศัยของโจรสลัดผู้รู้ตายเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือกัปตันฟิเวอร์ฟิวผู้น่าสะพรึงกลัว ทะเลกั้นอาณาเขตยังเป็นฐานทัพของพวกหนูเติบโตอีกด้วย

ทะเลกั้นอาณาเขตเป็นสถานที่ที่ของไม่ว่าจะหายมาจากที่ใดในบ้านหรืออาณาจักรชั้นที่สอง มันจะมาปรากฏในทะเลกั้นอาณาเขตแห่งนี้ (แต่ต้องหายโดยที่เจ้าของไม่ได้ตั้งใจ หรือถูกขโมย)

วงกตยิ่งใหญ่[แก้]

วงกตยิ่งใหญ่คือส่วนของบ้านที่ถูกปกครองโดยเซอร์พฤหัสบดี พวกมันถูกแบ่งออกเป็นตารางขนาด 1 ตารางไมล์ จำนวนหนึ่งล้านช่อง หรือ 1,000 ช่องในแนวตั้งและแนวนอน และพวกมันจะเปลี่ยนที่กันเมื่อยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า เพื่อให้ศัตรูที่เข้ามาในวงกตยิ่งใหญ่ง่ายในการถูกโจมตีโดยกองทัพอันเกรียงไกรแห่งมหาสถาปนิก มีเพียงสถานที่บางแห่งเท่านั้นที่เป็นตารางที่ไม่เคลือนที่ เช่น ป้อมกลาง ค่ายเปลี่ยนแปลง เป็นต้น ช่องตารางที่ 500/500 เป็นตำแหน่งเอกของวงกต ช่องตารางจะสามารถขยับได้ก็ต่อเมื่อช่องเอกนี้ขยับได้

ป้อมกลางถือเป็นกองบัญชาการใหญ่ของกองทัพ และเป็นที่พักของเซอร์พฤหัสบดี ค่ายเปลี่ยนแปลงเป็นสถานที่สำหรับฝึกหัดทหารใหม่เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปรับการฝึกในหน่วยอื่น ๆ ของกองทัพอีกเป็นเวลา 99 ปี

ตอนปลายสุดของวงกตเป็นแนวเขาอันมีช่องว่างของสุญญะอยู่ ในภูเขามีอุโมงค์ซึ่งมีประตู 4 บานเพื่อให้กองทัพแห่งมหาสถาปนิกได้รับการฝึกซ้อมกับกองทัพนิทลิ่ง ประตูแก้วเป็นประตูที่เปิดเข้าไปสู่สุญญะ อันเป็นสถานที่ที่คนเป่าปี่ใช้สร้างกองทัพนิทลิ่งใหม่ขึ้นมาเพื่อโจมตีบ้าน

บ้านเบื้องกลาง[แก้]

บ้านเบื้องกลางเป็นภูเขาขนาดใหญ่ 3 ชั้น ซึ่งทำให้เกิดที่ราบสูง 3 แห่ง เคยอยู่ภายใต้การปกครองของท่านหญิงวันศุกร์ ที่ราบสูงนั้นถูกเชื่อมโดยคลองหลวงใหญ่อย่างยิ่ง

ที่ราบสูงในบ้านเบื้องกลาง[แก้]

บ้านเบื้องกลางมีดวงอาทิตย์แยกเป็นของแต่ละที่ราบ มีฟ้ากั้นแบ่งระหว่างที่ราบ มีประตูฟ้า (Skylock) เป็นทางผ่าน บ้านเบื้องกลางนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างมาก ทำให้แต่ละส่วนมีอุณหภูมิของอากาศไม่เท่ากัน บ้านเบื้องกลางเป็นภูเขาขนาดใหญ่ มีที่ราบอยู่ 3 ชั้น แบ่งออกได้ดังนี้

ทุ่งราบ 

ชั้นล่างสุดซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสถานที่ตั้งของสมาคมวิชาชีพปิดทองประดับหน้าหนังสือ โรงงานสำคัญที่สุดคือโรงงานปิดทอง แล้วยังมีหอปกหน้าเป็นเลิศและอาคารอื่น ๆ รวมไปถึงเมืองพักผ่อนคือเมืองออเรียนเบิร์ก ซึ่งห่างจากโรงงานในระยะทางที่เท่ากัน ทุ่งราบเป็นที่ราบไหล่เขาซึ่งอยู่ต่ำที่สุด แถมยังไม่มีการดูแลทำให้อากาศพัง ทุ่งราบจึงตกอยู่ในความหนาวเย็นและไม่มีดวงอาทิตย์ตลอดหลายพันปี น้ำในคลองหลวงใหญ่อย่างยิ่งก็กลายเป็นน้ำแข็งแผ่จากตลิ่งเข้ามายังตรงกลาง มีระหัดวิดน้ำขนาดยักษ์สำหรับให้เครื่องตีทองแห่งโรงงานทำทองคำเปลว

ทุ่งราบเป็นเขตแดนของย่ำรุ่งของวันศุกร์ เหนือทุ่งราบขึ้นไปคือฟ้าเบื้องล่าง ซึ่งกั้นระหว่างทุ่งราบกับเบื้องกลางของเบื้องกลาง คลองถูกกั้นด้วยประตูฟ้าบานที่หนึ่ง ฟ้าที่กั้นระหว่างทุ่งราบกับเบื้องกลางของเบื้องกลาง เรียกว่า "ฟ้าเบื้องล่าง"

เบื้องกลางของเบื้องกลาง 

เป็นที่ตั้งของสมาคมวิชาชีพวาดภาพประกอบและขยายขนาด มีอุณหภูมิอุ่นกว่าทุ่งราบ และยังเป็นที่ตั้งของเมืองบูรินเบิร์ก ซึ่งในเสาร์มนตรา ย่ำรุ่งของวันศุกร์พยายามป้องกันไว้จากกองกำลังของวันเสาร์ แต่ก็ต้องล่าถอยไปตั้งรับบนที่ราบสูงบนสุดใกล้กับสมาคมวิชาชีพการเข้าเล่มและบูรณะแทน[7] เหนือขึ้นไปคือฟ้าเบื้องกลาง และทางน้ำก็ถูกกั้นด้วยประตูฟ้าบานที่สอง ฟ้าที่กั้นระหว่างเบื้องกลางของเบื้องกลางกับที่ราบสูงบนสุดคือ "ฟ้าเบื้องกลาง" เป็นเขตแดนของย่ำค่ำของวันศุกร์

ที่ราบสูงบนสุด 

เป็นที่ตั้งของสมาคมสูงวิชาชีพชั้นสูงแห่งการเข้าเล่มและบูรณะ อากาศที่นี่อบอุ่นมากจนร้อนชื้นเพราะอากาศไม่พังและมีดวงอาทิตย์ 2 ดวง ดวงหนึ่งเล็กกว่าอีกดวงมากๆ ระหว่างที่ราบสูงบนสุดและยอดเขาคือรอยแตกของภูเขาอันนำไปสู่ที่อยู่ของผู้รับใช้มีปีกแห่งรัตติกาล และเป็นที่คุมขังดั้งเดิมของพินัยกรรมส่วนที่ห้าแห่งมหาสถาปนิก และบนยอดสูงสุดของภูเขาในบ้านเบื้องกลางคือที่พำนักของท่านหญิงวันศุกร์ ที่บนสุดของบ้านเบื้องกลางนั่นคือ ท้องฟ้าบนสุด (The Upper Sky) เป็นเขตแดนของยามเที่ยงของวันศุกร์

คลองใหญ่อย่างยิ่ง 

คลองใหญ่อย่างยิ่ง (อังกฤษ: The Extremely Grand Canal) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าคลอง เป็นคลองสายหลักของบ้านเบื้องกลาง มีพลังสามารถขับไล่วัตถุต่าง ๆ ที่มีตัวอักษรปรากฏอยู่ให้เคลื่อนที่ไป ทำให้มันสามารถเคลื่อนย้ายเอกสารจำนวนมากในบ้านเบื้องกลางได้ เอกสารที่ว่านั้นได้แก่ บันทึกของพลเมืองและสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรชั้นที่สอง นอกนั้นยังเป็นทางสัญจรของพลเมืองในการใส่ชุดกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษร ซึ่งมักจะสัญจรไปโดยเรือหรือแพ เพื่อป้องกันการจมน้ำ

คลองใหญ่อย่างยิ่งมีกระแสน้ำอยู่สองแบบ คือขึ้นกับลง สามารถเคลื่อนที่ขึ้นสู่ที่ราบชั้นบนได้ มีประตูฟ้ากั้นไว้ระหว่างทุ่งราบ เบื้องกลางของบ้านเบื้องกลาง และที่ราบชั้นสูงสุด ประตูฟ้ากว้างและใหญ่มากต้องใช้คนจำนวนมากในการเปิด

คลองใหญ่อย่างยิ่งเริ่มต้นจากภูเขาด้านบนสุดของบ้านเบื้องกลาง ไหลลงมาผ่านที่ราบสูงทั้งสาม เพื่อขนส่งเอกสารต่างๆ ลงไปสู่ทะเลสาบเก็บรักษา เพื่อที่จะได้ไปเก็บยังหอจดหมายเหตุในบ้านเบื้องล่าง และยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ระหว่างสมาคมได้โดยส่งขึ้นลงไปตามกระแสน้ำ คลองหลวงนั้นมีสูงขึ้นไปจะได้รับการค้ำยันโดยเสาหินจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งสูงมาก

หออาลักษณ์ 

เป็นสถานที่ที่อยู่บนยอดเขาสูงสุดของบ้านเบื้องกลาง หออาลักษณ์ตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบนั้น เป็นอาคารหลังคาโดมรูปทรงหัวหอมตามสไตล์แบบรัสเซีย ประดับด้วยแผ่นทอง แต่เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลจึงหลุดลอก ผนังเป็นปูนฉาบสีเหลืองและไม่มีหน้าต่าง หออาลักษณ์ได้ถูกบรรยายไว้เพียงรูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอกเท่านั้น ไม่ได้บรรยายภายในอาคาร แต่คาดว่าคงเป็นที่เขียนหนังสือ และเป็นห้องสมุดสำหรับค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับผู้รู้ตาย ซึ่งในศุกร์รัตติกาล วันศุกร์ได้ทำกับดักเอาไว้ เพื่อวางแผนสังหารอาเธอร์ คนเป่าปี่หรือวันเสาร์เลอเลิศ

บ้านเบื้องบน[แก้]

บ้านเบื้องบนถูกปกครองโดยวันเสาร์เลอเลิศ เป็นสถานที่ฝึกหัดสำหรับนักเวทของบ้าน

อาคารในบ้านเบื้องบนเป็นบล็อกหลาย ๆ บล็อก พลเมืองที่มีลำดับต่ำกว่า บล็อกจะอยู่ต่ำกว่า พลเมืองที่มีลำดับสูงกว่ามีร่มที่ดีกว่า สีสดกว่า บล็อกอยู่สูงกว่า หากพลเมืองได้เลื่อนขั้น หรือลดขั้น บล็อกนั้นก็จะถูกเคลื่อนย้ายออกไป สามารถไปได้ทั้งซ้ายและขวา หน้าและหลัง บนและล่าง บล็อกเหล่านั้นถูกควบคุมด้วยโซ่ซึ่งควบคุมโดยลิงจอมหยอด โซ่และอาคารเรืองแสงเป็นสีเขียว

ปรากฏการณ์ที่สำคัญ คือ มีฝนตกอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เนื่องจากพินัยกรรมส่วนที่หกถูกทำให้อยู่กระจัดกระจายอยู่ในน้ำ พลเมืองที่ทำงานจะมีร่มประจำตัวคนละ 1 คัน เพื่อป้องกันฝน ซึ่งในบางครั้งก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าใดนัก ร่มยังบอกถึงลำดับความสำคัญของพลเมืองด้วย การที่อาคารในบ้านเบื้องบนเป็นบล็อกซึ่งมีผนังเป็นลูกกรงและไม่มีเพดานก็เพื่อให้น้ำฝนไหลผ่านไปด้านล่าง เอกสารที่นักเวททำงานอยู่จะไม่เปียกแม้ว่าจะถูกฝนก็ตาม

บ้านเบื้องบนยังควบคุมสายโทรศัพท์จำนวนมากภายในบ้าน ในตอนศุกร์รัตติกาล วันเสาร์เลอเลิศยังพยายามตัดสายโทรศัพท์ของบ้านเบื้องล่าง ผืนดินไกล ทะเลกั้นอาณาเขต วงกตยิ่งใหญ่และบ้านเบื้องกลาง แต่มันไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากระบบสายโทรศัพท์ของบ้านถูกฝังอยู่ใต้ผืนดินไกล และโอเปอเรเตอร์ก็ทำงานอยู่ในบ้านเบื้องล่าง บ้านเบื้องบนยังมีอำนาจในการปกครองบ้านประจำวัน และยังมีศาลแห่งวัน และอื่นๆ อีก

เพดานของบ้านเบื้องบนนั้นเป็นพื้นของสวนไร้ที่เปรียบ ซึ่งห่อหุ้มอยู่เหนือก้อนเมฆ ความชื้นของสวนทำให้บ้านเบื้องล่างมีฝนตกอยู่บ่อย ๆ วันอาทิตย์นั้นได้เยาะเย้ยวันเสาร์โดยการเปิดเมฆให้เธอมองเห็นสวนซึ่งเธอปรารถนาอย่างยิ่งที่จะครอบครอง วันเสาร์นั้นได้พยายามสร้างหอคอยส่วนตัวเป็นเวลากว่าหนึ่งหมื่นปี จุดประสงค์ของหอคอยดังกล่าวก็คือเพื่อให้มันไปถึงพื้นของสวนไร้ที่เปรียบและทำการรุกราน อย่างไรก็ตาม ที่มุมทั้งสี่ของบ้านเบื้องบนนั้นมีต้นไม้ขนาดยักษ์สี่ต้นที่ชื่อต้นดราซิล ซึ่งโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และดันเอาสวนไร้ที่เปรียบให้สูงขึ้นไปอีก เป็นเวลากว่าหนึ่งหมื่นปีแล้วที่เธอสร้างหอคอยดังกล่าวไม่ถึงเสียที เนื่องจากต้นไม้นั้นโตเร็วกว่าที่เธอจะสร้างหอคอยได้สูงเท่า ต้นไม้นี้ยังแข็งแรง ทนทาน มีกิ่งก้านที่เคลื่อนไหวได้ และยังมีนิทลิ่งที่เป็นแมลงคอยป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ในตอนเสาร์มนตรา หอคอยของวันเสาร์สูง 17,000 ฟุต (5.1816 กิโลเมตร) หรือราวชั้นที่ 1700[8]

วันเสาร์ต้องการให้บางส่วนของบ้านตกลงสู่สุญญะ เพื่อให้ต้นดราซิลเติบโตช้าลง ในตอนเสาร์มนตรา การที่ผืนดินไกลและบ้านเบื้องล่างถล่มลงสู่สุญญะทำให้อัตราการเติบโตของต้นดราซิลลดลงประมาณ 6% แต่จะลดลงมากกว่านี้หากบ้านถล่มลงสู่สุญญะมากขึ้น[9]

สวนไร้ที่เปรียบ[แก้]

พื้นของสวนไร้ที่เปรียบเรืองแสงสีเขียวตลอดเวลาเนื่องจากสวนไร้ที่เปรียบเต็มไปด้วยต้นไม้ เชื่อกันว่าเป็นสวนที่สวยงามที่สุดในจักรวาล และมีนิทลิ่งรูปร่างคล้ายแมลงคอยเฝ้าสวนอยู่ สวนไร้ที่เปรียบนั้นถูกค้ำยันบนต้นไม้ขนาดยักษ์ดราซิลสี่ต้นซึ่งอยู่ตรงมุมทั้งสี่ของบ้านเบื้องบนและต้นไม้ดังกล่าวก็โตขึ้นตลอดเวลา พื้นของสวนไร้ที่เปรียบคือเพดานของบ้านเบื้องบน จนกระทั่งสุญญะได้กลืนกินบ้านเกือบทั้งหมด วันเสาร์จึงสามารถส่งกองกำลังมารุกรานสวนไร้ที่เปรียบได้สำเร็จ

มันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้าน เป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อีลีเซียม ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง เช่นเดียวกับมหาสถาปนิก[10] ถ้าอีลีเซียมถูกทำลาย ทั้งจักรวาลก็จะพินาศไปด้วย

การขนส่งและการติดต่อสื่อสารภายในบ้าน[แก้]

ปีก[แก้]

ปีกเป็นการเคลื่อนย้ายในระยะทางสั้นๆ ในส่วนต่างๆ ของบ้าน พวกมันมักจะถูกกล่าวถึงในเรื่องเกือบทุกเล่ม พวกมันมีลักษณะคล้ายปีกแบบคลาสสิกของทูตสวรรค์ (เช่น ขาว และทำมาจากขนนก) ปีกภายในบ้านมีหลากหลายคุณภาพ ปีกบางประเภทมีราคาถูกและทำมาจากกระดาษซึ่งสามารถถ่ายเทได้ พวกมันถูกใช้เป็นจำนวนมากในการเคลื่อนย้ายชั่วคราวของนักเวทย์ชั้นสูงในบ้าน ผู้ใช้มักจะไม่สามารถควบคุมปีกได้มากนัก และเคลื่อนที่ไปยังทิศทางเดียว หลังจากที่มันสำเร็จวัตถุประสงค์ของมันแล้ว มันก็จะหลุดออกและสลายไปเอง

  • ปีกที่มีคุณภาพสูงจะสามารถถูกใส่และเก็บได้ตามใจชอบ ปีกเหล่านี้ถูกควบคุมโดยจิตใจของผู้สวมใส่
  • ปีกที่มีคุณภาพสูงบางประเภทจะมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น เรืองแสงได้ หรือสามารถล่องหนได้ในอาณาจักรชั้นที่สอง
  • ปีกได้ถูกห้ามใช้ในบางพื้นที่ภายในบ้าน อย่างเช่น
    • ในวงกตยิ่งใหญ่ ห้ามใช้ปีกเพราะจะทำให้เกิดฟ้าผ่าใส่ผู้สวมใส่ขณะเปลี่ยนช่องตาราง
    • ในผืนดินไกล ปีกจะดึงดูดก้อนสุญญะให้เข้ามาโจมตีผู้สวมใส่ในหลุมลึก และทำให้เกิดพายุสุญญะ
    • ปีกจะดึงดูดสายไอน้ำร้อนในห้องกลางวันของวันจันทร์ ณ บ้านเบื้องล่าง
  • ปีกบินขึ้น (Ascension Wings) เป็นปีกสำหรับบินขึ้นอย่างเดียว มันจะบินขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะติดกับเพดาน ติดได้ด้วยครั่งซึ่งต้องหยดติดกับผิวหนังและมีเชือกสำหรับดึงให้ครั่งแตก

ประตูหน้า[แก้]

เป็นประตูที่นำพาไปยังทุกที่ที่ประตูสามารถเปิดไปได้ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

  • ประตูหน้าและประตูอื่นๆ ถูกควบคุมโดยวันเสาร์เลอเลิศ เธอมีอำนาจในการส่งเปิด/ปิดประตูไหนก็ได้ รวมทั้งประตูหน้าด้วย
  • ประตูที่สถานีบนในผืนดินไกลสามารถเปิดเป็นประตูหน้าได้ในช่วงสั้นๆ หากรู้เวทมนตร์
  • ประตูที่จะพาไปยังทะเลกั้นอาณาเขตอยู่ในท่าเรือวันพุธเก่าซึ่งไม่สามารถเปิดได้เพราะน้ำทะเลจะทะลักเข้ามา
  • ประตูในวงกตยิ่งใหญ่ที่ประตูหน้าสามารถเปิดไปได้ไปยังป้อมกลางได้ที่เดียว
  • เมื่อเราเข้าประตูไปแล้ว ประตูนั้นจะพาผู้เดินทางไปยังที่ที่มันเปิด เราไม่สามารถเปลี่ยนไปที่อื่นได้ นั่นคือกฎของประตู
  • วันเสาร์ได้สั่งปิดประตูหน้าเพื่อไม่ให้อาเธอร์เดินทางมายังบ้านเบื้องกลางได้

ระบบไปรษณีย์[แก้]

ภายในบ้านก็มีระบบไปรษณีย์แต่ว่าประสิทธิภาพของมันอยู่ในระดับเลว จดหมายมักจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ และบางทีก็ถึงหนึ่งปีจึงจะถึงมือผู้รับ จดหมายจำนวนมากไม่เคยถึงมือผู้รับเลย สาเหตุสำคัญก็เกิดจากความขี้เกียจของคุณวันจันทร์ ภายหลังจากที่เขาตกจากอำนาจ ระบบไปรษณีย์จากบ้านเบื้องล่างถูกตัดขาดไปเลย อันทำให้บางส่วนของบ้านไม่มีระบบไปรษณีย์

ลิฟท์ขนส่ง[แก้]

ลิฟท์ในขณะนี้เป็นเพียงหนทางเดียวในการติดต่อระหว่างส่วนต่างๆ ของบ้าน ลิฟท์สามารถเปลี่ยนแปลงขนาดของมันได้เป็นอย่างมาก มันสามารถมีขนาดได้ตั้งแต่ตู้โทรศัพท์สาธารณะไปจนถึงเท่ากับสนามฟุตบอล เมื่อลิฟท์เคลื่อนไหว หนทางของมันจะถูกกำหนดโดยลำแสงสว่าง ลิฟท์มีระยะเวลาเดินทางที่ไม่แน่นอนขึ้นกับผู้มีอำนาจในท้องถิ่น นอกจากนั้น ลิฟท์ยังสามารถเสียหายได้ ซูซี่เคยบอกว่าเธอติดอยู่ในลิฟท์ของบ้านเบืองล่างเป็นระยะเวลาถึง 14 เดือน ข้อมูลต่างๆ ของลิฟท์ภายในบ้าน

  • ลิฟท์ส่วนตัวของอังคารเคร่งสามารถลงได้ถึงก้นหลุมลึก และไปจนถึงผืนดินไกล มีขนาดเท่ากับขนาดของคนหนึ่งคนเท่านั้น
  • ลิฟท์ของทะเลกั้นอาณาเขตสามารถถูกใช้ได้เพียงที่เดียว คือ ที่ท่าเรือวันพุธ เนื่องจากส่วนอื่นๆ ในทะเลกั้นอาณาเขตถูกน้ำท่วมไปหมดแล้ว
  • ลิฟท์ทุกแห่งที่เชื่อมโยงกับวงกตยิ่งใหญ่เกือบถูกตัดขาด เนื่องจากกองทัพนิทลิ่งใกล้จะพิชิตที่นั่นได้ และพวกมันจำเป็นต้องตัดขาดเพื่อป้องกันส่วนที่เหลือของบ้าน
  • ในตอนศุกร์รัตติกาล วันเสาร์เลอเลิศได้สั่งปิดลิฟท์ทุกแห่งในบ้านเบื้องล่าง ผืนดินไกล ทะเลกั้นอาณาเขต วงกตยิ่งใหญ่และบ้านเบื้องกลาง เพื่อขัดขวางการทำงานของอาเธอร์และคุณหญิงพรีมัส และยังสามารถส่งกำลังสนับสนุนมายังกองกำลังมายังบ้านเบื้องกลางได้อีกด้วย

ทางประหลาด[แก้]

ทางประหลาดเกิดจากการใช้ช่องทางผ่านสุญญะภายในบ้าน คนหนึ่งคนสามารถเคลื่อนที่ผ่านสุญญะโดยผ่านทางเดินอันมืดมิดและมีลักษณะคล้ายเยลลี่ ทางประหลาดสามารถถูกปลอมแปลงให้กลายเป็นวัตถุทั่วๆ ไปในห้องได้ ทางประหลาดไม่สามารถถูกเคลื่อนย้ายได้ และพวกมันสามารถถูกปิดได้โดยเลือดของคณะผู้ดูแล (วันทั้งเจ็ด)

หน้าปัดทั้งเจ็ด[แก้]

เป็นสถานที่อำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางของวันจันทร์ ตั้งอยู่ภายในห้องกลางวันของวันจันทร์ ตั้งนาฬิกาตั้งพื้นโบราณเจ็ดเรือน สามารถให้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้านหรืออาณาจักรชั้นที่สองได้ และสามารถพาใครไปที่ไหนในอาณาจักรชั้นที่สองก็ได้ โดยการปรับเข็มนาฬิกา เมื่อก้าวเข้าไปแล้ว ผู้เดินทางจะพบว่าตนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง และรู้สึกวิงเวียน หลังจากนั้นหน้าปัดจะกลายเป็นตรอกแคบๆ ซึ่งมีกำแพงแสงสีขาวกั้นไว้ 3 ด้าน ทางออกเบื้องหน้าคือทางเดินยาวที่ผู้เดินทางจะต้องก้าวเดินต่อไป[11]

จานเคลื่อนย้าย[แก้]

คือจานขนาดใหญ่ซึ่งทำงานคล้ายกับการหายตัวผ่านความเป็นอยู่ จานส่วนใหญ่มักจะทำมาจากอิเล็กตรัม ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างเงินกับทอง พวกมันบางทีอาจถูกสร้างให้อยู่ภายในรูปร่างอื่นๆ อย่างเช่น จานกระเบื้องเคลือบ ด้วยการสัมผัสกับจานเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จะส่งผู้ที่สัมผัสนั้นไปยังจุดหมายของมัน

จานเคลื่อนย้ายมีคุณสมบัติคล้ายกุญแจนำทางใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่รวดเร็วและสะดวกกว่า

บันไดไม่ควรเป็น[แก้]

บันไดไม่ควรเป็นสามารถเคลื่อนที่ไปมาผ่านสิ่งสร้างต่างๆ ได้ มันเป็นหนทางส่วนตัวของมหาสถาปนิกในการตรวจเยี่ยมชมผลงานของนาง เพื่อจะเข้าสู่บันได ผู้ใช้จำเป็นต้องมีวัตถุแห่งอำนาจ เช่น กุญแจสู่อาณาจักร หรือปี่ของคนเป่าปี่ จากนั้นก็ต้องค้นหาวัตถุบางอย่างซึ่งมีลักษณะคล้ายกับทอดบันได เช่น ใบหญ้าที่โค้งงอสามครั้ง หรือภาพวาดรูปบันไดก็ตาม จากนั้นเราก็ต้องเชื่อว่าบันไดอยู่ที่นั่น และมันก็จะเป็นให้ มันมีชานพักเป็นจำนวนมากระหว่างหนทางของบันได และเมื่อเราไปถึงชานพัก ก็ต้องรีบหาทางกลับเข้าไปในบันไดให้เร็วที่สุด ไม่งั้นอาจจะต้องติดอยู่ที่นั่นตลอดกาล มันยังมีความเสี่ยงที่นิทลิ่งสามารถหาหนทางเข้าสู่บันไดได้ การใช้บันไดไม่ควรเป็นถูกอธิบายว่ามีความเสี่ยงและมีอันตรายมาก และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อเป้าหมายของบันไดอยู่ใกล้กับสุญญะ พลเมืองบางกลุ่มไม่สามารถเข้าสู่บันไดได้โดยไม่ทราบเหตุผล แต่บันไดไม่ควรเป็นยอมรับเด็กของคนเป่าปี่เสมอ

  • บันไดไม่ควรเป็นไม่สามารถใช้ได้ในผืนดินไกล เนื่องจากบันไดไม่ควรเป็นอยู่ใกล้กับสุญญะมากเกินไป แม้แต่อังคารเคร่งก็ยังไม่กล้าใช้มัน
  • บันไดไม่ควรเป็นจะมีความมั่นคงมากขึ้น ถ้าหากผู้ใช้มีพลังอำนาจมากๆ หรือมีวัตถุที่มีพลังอำนาจมากอย่างกุญแจ (หลายดอก) และปี่ของคนเป่าปี่
  • วันเสาร์ได้ใช้พลังมืดของเธอปิดการเชื่อมโยงของบันไดไม่ควรเป็นระหว่างอาณาจักรของอาเธอร์กับบ้านเบื้องบนของเธอเพื่อให้อาเธอร์เดินทางมายังอาณาจักรของเธอไม่ได้

โทรศัพท์[แก้]

โทรศัพท์เป็นหนทางในการติดต่อภายในบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงอาณาจักรชั้นที่สองด้วย แต่การพูดโทรศัพท์ในอาณาจักรชั้นที่สองไม่สามารถได้ยินโดยผู้รู้ตายได้ ระบบโทรศัพท์ของบ้านมีลักษณะคล้ายกับโทรศัพท์โบราณบนโลก และจำเป็นต้องมีโอเปอเรเตอร์ด้วย

  • โทรศัพท์ไม่สามารถถูกใช้ในทะเลกั้นอาณาเขตได้ เนื่องจากสายโทรศัพท์จมอยู่ใต้น้ำ
  • ในตอนศุกร์รัตติกาล วันเสาร์เลอเลิศนั้นพยายามที่จะตัดการสื่อสารทางโทรศัพท์ทั้งหมด แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากโอเปอเรเตอร์อยู่ในบ้านเบื้องล่าง และสายโทรศัพท์ล่องหนอยู่ในผืนดินไกล
  • โอเปอเรเตอร์นั้นต้องการช่วยเหลืออาเธอร์ เนื่องจากเขาพูดสุภาพกับคนเหล่านี้เสมอ
  • สมุนของวันเสาร์เลอเลิศพยายามที่จะตัดการติดต่อทางโทรศัพท์สองครั้ง แต่ว่าเหตุการณ์คลุมเครือ และหลังจากที่ลีฟใช้โทรศัพท์ โอเปอเรเตอร์ก็น่าจะกลับมาทำงานได้แล้ว แต่โอเปอเรเตอร์ที่ลีฟติดต่อเป็นผู้ชาย

กระจกแห่งวันศุกร์[แก้]

กุญแจของท่านหญิงวันศุกร์ หรือที่พลเมืองเรียกว่า กระจกแห่งวันศุกร์ สามารถขนส่งพลเมืองหรือผู้รู้ตายผ่านทางวัตถุที่เป็นเงาวาวได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ที่นางเคยไปแล้วเท่านั้น ท่านหญิงวันศุกร์ใช้กุญแจของนางในการขนส่งผู้รู้ตายไปยังสถานปลีกวิเวกของนาง และส่งผู้ส่งสาส์นไปหาอาเธอร์ คนเป่าปี่ และเสาร์เลอเลิศ

ขวดสองทาง[แก้]

เป็นขวดสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลในหมู่ของหนูเติบโต เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่เอาไว้ส่งเอกสารที่เป็นความลับ แต่มีข้อเสียคือต้องใช้ภายในบ้านเท่านั้น หากใช้จากอาณาจักรชั้นที่สองจะไม่สามารถทำงานได้ ในเล่มที่หกมันมีบทบาทต่ออาเธอร์มาก

รถไฟ[แก้]

เป็นพาหนะโดยสารที่สงวนไว้สำหรับอังคารเคร่งและผู้โดยสารของเขา เป็นรถไฟสีแดงสนิมเหล็ก มีเหล็กแหลมพันไว้โดยรอบไว้กันคนงาน เข้ามาในบ้านเมื่อสองสามร้อยปีตามเวลาของบ้านก่อนที่อาเธอร์จะพิชิตท่านเคร่งลงได้ มันใช้เวลา 4 วันในการเดินทางจากสถานีบนมายังก้นหลุมลึก

เรือ[แก้]

เป็นพาหนะเดียวที่ใช้ในทะเลกั้นอาณาเขต เป็นเรือดั้งเดิม 49 ลำ และเรือซึ่งถูกดัดแปลงจากสำนักงานบนท่าเรือวันพุธเก่า ไม่มีเรือลำไหนเคลื่อนที่เร็วกว่าวันพุธในร่างของปลาวาฬ



อ้างอิง[แก้]

  1. จันทร์มหันตภัย หน้า 36-37
  2. พฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 136
  3. จันทร์มหันตภัย หน้า 30
  4. จันทร์มหันตภัย หน้า 46-47
  5. เสาร์มนตรา. หน้า 185.
  6. เสาร์มนตรา. หน้า 189.
  7. ศุกร์รัตติกาล หน้า 143
  8. เสาร์มนตรา. หน้า 140.
  9. เสาร์มนตรา. หน้า 9.
  10. อาทิตย์สิ้นสูญ. หน้า 218.
  11. จันทร์มหันตภัย หน้า 253 และพฤหัสเจ้าศาสตรา หน้า 67

บรรณานุกรม[แก้]

  • การ์ธ นิกซ์.อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน จันทร์มหันตภัย.กรุงเทพ: แจ่มใส, 2548
  • การ์ธ นิกซ์.อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน อังคารอหังการ.กรุงเทพ: แจ่มใส, 2549
  • การ์ธ นิกซ์.อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน พุธเพชฌฆาต.กรุงเทพ: แจ่มใส, 2550
  • การ์ธ นิกซ์.อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน พฤหัสเจ้าศาสตรา.กรุงเทพ: แจ่มใส, 2550
  • การ์ธ นิกซ์.อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน ศุกร์รัตติกาล.กรุงเทพ: แจ่มใส, 2551