บูลเทร์เรียร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บูล เทอร์เรีย)
บูล เทอเรียร์
ลักษณะพิเศษ: หัวหลิม สันจมูกตรง ตาตี่

ประวัติ[แก้]

บูล เทอเรียร์ (อังกฤษ: Bull Terrier) เป็นสายพันธุ์สุนัขมีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษราวปี ค.ศ.1835 เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์บูลด็อก BULLDOG และอิงลิชเทอเรียร์สีขาว WHITE ENGLISH TERRIER ได้ออกมาเป็น "บูลแอนด์เทอเรียร์" แต่เนื่องจากตัวเล็กเกินไป สองสามปีต่อมาจึงมีคนเอาบูลแอนด์เทอเรียร์ ไปผสมกับ สแปนิช พอยน์เตอร์ SPANISH POINTER ทำให้ได้บูลเทอร์เรียที่ตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งการพัฒนาสายพันธุ์ก็มีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1850 มีการผสมพันธุ์ให้ขนสั้นลงมีสีขาวล้วน สุนัขบูล เทอเรียร์เป็นสุนัขที่แข็งแรง ในสมัยก่อนนิยมใช้ในกีฬากัดสุนัข และยังถือว่าเป็นพันธุ์ที่มีหน้าตาแปลกพันธุ์หนึ่ง บูล เทอเรียร์มีอุปนิสัยร่าเริง ตื่นตัวเสมอ ฉลาด สามารถนำมาฝึกได้

ลักษณะทั่วไป[แก้]

บูล เทอเรียร์ เป็นสุนัขในกลุ่ม (Terrier Group) คือ หนึ่งในสุนัขประเภทเทอเรียร์ 4 สายพันธุ์ ที่ใช้ในการกัดสุนัข ได้แก่ American Pittbull Terrier, Staffordshire Bull Terrier, Miniature Bull Terrier, และ Bull Terrier ทั้งนี้ สุนัข บูล เทอเรียร์ จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี น้ำหนักมาตรฐานอยู่ระหว่าง 52-62 ปอนด์ ส่วนสูงอยู่ที่ 21-22 นิ้ว บูล เทอเรียร์ ดูแลง่าย ขนสั้น มีหลายสี ทั้งสีขาวล้วน ขาวแต้มดำหรือสีน้ำตาล และลายเสือ บูล เทอเรียร์ นับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพละกำลัง และความงดงาม สุนัขบูล เทอเรียร์ อันเป็นที่ยอมรับกันนั้นต้องขาวบริสุทธิ์ คือขาวปลอด มีจุดหรือปนสีอื่นได้

แต่ถ้าหากดูในเรื่องของความฉลาดและการเชื่อฟังคำสั่ง บูล เทอเรียร์จัดว่าไม่ฉลาดเท่าใดนัก จากการวัดไอคิวของสุนัขทั้งหมด 79 สายพันธุ์ บูล เทอเรียร์ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 66 อย่างไรก็ตาม บูล เทอเรียร์ สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ในระดับหนึ่ง แต่การตอบสนองก็ไม่ดีเหมือนพันธุ์อัลเซเชี่ยน, ลาบราดอร์ หรือพุดเดิ้ล ดังนั้น ถ้าใครอยากได้สุนัขที่ไม่ดื้อ เรียนรู้เร็ว เชื่อฟังคำสั่งดีก็ขอให้มองข้าม สุนัข บูล เทอเรียร์ นี้ไปได้เลย

-ลำตัวและโครงสร้างต้องแข็งแรง ลำตัวมีลักษณะกลม ผิวหนังตึง ประกอบด้วยกล้ามเนื้อรูปร่างสันทัดล่ำสัน ขนสั้นแข็ง

-หน้าอกมีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่ ลึกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และต้องมีส่วนสัดที่รับกันอย่างพอดี

-มีลักษณะปราดเปรียว คล่องแคล่วว่องไว กระตือรือร้น มีไหวพริบและความฉลาด

-จมูกดำ ปลายจมูกโค้งเล็กน้อย

-หัวมีลักษณะโค้งคล้ายรูปไข่สังเกตได้จากส่วนหัวที่มีลักษณะยาวและลึก เส้นที่ลากจากหัวกะโหลกจรดปลายจมูกเป็นเส้นโค้ง หัวกะโหลกระหว่างหูมีลักษณะแบน

-ความยาวของปากจะยาวกว่าความยาวของหัวกะโหลกเล็กน้อย ริมฝีปากตึง

-ตาค่อนข้างลึก และนัยน์ตาเป็นรูปสามเหลี่ยม สียิ่งเข้มยิ่งดี

-หูมีขนาดเล็ก บาง หูทั้งสองข้างตั้งอยู่ชิดกัน

-ฟันแข็งแรง ฟันขบแบบกรรไกร และมีขากรรไกรแข็งแรง -คอมีขนาดค่อนข้างยาว ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ หนังคอตึงไม่ย่น

-ขาหน้ามีกระดูกค่อนข้างใหญ่และยาวข้อเท้าหน้าแข็งแรงขาหน้าตั้งฉากกับพื้น มองจากด้านหน้า ขาหน้าตรง ห่างกันพอเหมาะ การยึดมั่นคง เท้าคล้ายเท้าแมวนิ้วเท้าชิด

-ขาหลังท่อนบนแข็งแรง ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ ข้อเท้าหลังสั้นตั้งฉากกับพื้น มองจากด้านหลัง ต้องตรง ห่างกันพอเหมาะ เท้าคล้ายแมวนิ้วเท้าชิด

-หางค่อนข้างสั้น โคนหางอยู่ในระดับต่ำ หางควรชี้ขนานกับพื้น

-การเดิน/วิ่งดูมั่นคง มองจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขาไม่ปัดหรือบิด

ลักษณะนิสัย[แก้]

สุนัขบูล เทอร์เรียร์เป็นนักสู้ที่อ่อนหวานโดยธรรมชาติ เป็นนักสู้ที่ใจถึง เป็นสุนัขอารักขาที่กระฉับกระเฉง รักครอบครัวและอาณาเขตของเขาโดยสัญชาติญาณ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามอพาร์ทเม้นท์ซึ่งมีเนื้อที่จำกัด จะนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อช่วยอารักขา เนื่องจากเป็นสุนัขอารักขาที่ดี แล้วยังเป็นสุนัขที่ประหยัดอีกด้วย บางครั้งอาจจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เป็นสุนัขที่เข้ากับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เขาอยู่ในโอวาทควรมีการฝึกปรือตั้งแต่วันแรกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเลี้ยงเขารวมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น โดยธรรมชาติแล้วจะก้าวร้าวกับสุนัขที่ทำตัวเป็นเจ้าถิ่น มีความจงรักภักดีต่อทุกคนในครอบครัว บูล เทอเรียร์ มีนิสัยที่ทำให้เราต้องขบขัน มีสมอง มีจินตนาการ มีบุคคลิกไม่เหมือนสุนัขพันธุ์อื่น ที่ทำให้ใครๆ ต้องรักในความงามของเขา รูปลักษณ์รวมทั้งเอกลักษณ์ของเขาเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น เอกลักษณ์และอุปนิสัยของบูล เทอเรียร์ มีความซับซ้อนมากบูล เทอเรียร์ เป็นสุนัขที่ซุกซนและทำตัวคล้ายเด็ก ดังนั้นคุณต้องตระเตรียมสิ่งต่างๆ และต้องคอยเอาใจใส่ดูแลเขาให้ดี ความซุกซนเป็นลักษณะที่พบได้ใน บูล เทอเรียร์หนุ่มแทบจะทุกตัว ลูกสุนัขจะซนมากเป็นพิเศษและบูล เทอเรียร์หลายๆตัวจะยังคงซุกซนและชอบเล่นจนกระทั่งวัยกลางคน(5-6 ปี) ไม่ดีแน่ถ้าจะปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังตัวเดียวนานๆ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือในสนามวิ่งเล่น

การดูแล[แก้]

บูล เทอเรียร์ จะมีการผลัดขน 2 ครั้งต่อปี ขนที่หมดอายุสามารถเอาออกได้เป็นประจำทุกวันโดยการแปรงขน ควรตรวจเล็บและนิ้วติ่ง เป็นประจำทุกเดือนและคอยตัดเล็บโดยใช้กรรไกรตัดเล็บสุนัข บูล เทอเรียร์โดยเฉพาะสีขาวธรรมชาติผิวหนังจะค่อนข้างแพ้แสงแดดและอื่นๆได้ง่าย แม้ว่าโดยทั่วไปสุขภาพจะดีก็ตาม แต่บูล เทอเรียร์ก็มีแนวโน้มเกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้ง่าย โดยเฉพาะแผลจากการถูกแมลงกัด ดังนั้นควรเอาใจใส่ดูแลในเดือนที่มีอากาศร้อนเป็นพิเศษ บูล เทอเรียร์ต้องการรั้วรอบขอบชิดเพื่อ ความปลอดภัย บริเวณสนามวิ่งเล่นที่มีขนาดใหญ่สักหน่อยเพื่อจะได้ไม่ต้องล่ามโซ่หรือผูกเขาไว้กับที่ และสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องการคือมิตรภาพจากพวกเรา บูล เทอเรียร์สามารถอยู่ร่วมและเล่นกับฝูงสุนัขพันธุ์อื่นได้

อาหาร[แก้]

เนื่องจากเป็นสุนัขขนาดกลาง ปริมาณในกินอาหารในแต่ละมื้อของบูล เทอเรียร์จึงไม่มากเท่าไหร่ แต่ผู้เลี้ยงก็ควรฝึกให้มีวินัยในการกิน กินเป็นเวลา ไม่พร่ำเพรื่อ เพราะบูล เทอเรียร์มีนิสัยกินเก่ง หากให้อาหารบ่อยๆ อาจเสี่ยงต่อโรคอ้วนได้ ดังนั้น จึงควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน อาหารเม็ดจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากสะดวก ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาปรุงเอง งดอาหารซึ่งคนบริโภคเนื่องจากผ่านการปรุงรสชาติ เติมสารกันบูดหรือเคมีต่างๆ หรืออาหารที่มีรสเค็ม เผ็ด หรือหวานจัด

ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม[แก้]

บูล เทอเรียร์สามารถทนพฤติกรรมของของเด็กได้มาก แต่จะไม่ทนหากถูกแหย่และสามารถเกเรถ้าถูกแหย่ให้โกรธเสมอๆ เจ้าของบูล เทอเรียร์ต้องมีความรับผิดชอบสูงและการผสมพันธุ์ควรจะอยู่ในความรับผิดชอบและการดูแลของผู้เป็นเจ้าของสุนัขเท่านั้น

โรคและวิธีการป้องกัน[แก้]

แม้บูล เทอเรียร์จะเป็นสุนัขที่พื้นฐานร่างกายค่อนข้างแข็งแรง แต่โรคและอาการที่พบในบูล เทอเรียร์ก็มีมากเช่นกัน ทั้งนี้โรคที่พบบ่อย ได้แก่

1. โรคผิวหนังหรือผิวหนังมีอาการแพ้ง่าย โรคนี้พบมากเหลือเกินโดยเฉพาะสุนัขที่มีสีขาว และอยู่ในประเทศแถบร้อนชื้นอย่างบ้านเรา

2. โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด อาการนี้ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจ ซึ่งหมายความว่าผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นพาเขาไปตรงสุขภาพทุกปี เมื่อรู้ว่าเขาป่วยด้วยโรคนี้จะได้ดูแลได้อย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นบางคนนำสุนัขที่เป็นโรคหัวใจไปออกกำลังกายหนักๆ ก็จะทำให้เสียชีวิตได้

3. โรคไตผิดปกติแต่กำเนิด อาการนี้ก็ต้องตรวจเช่นกันว่าค่าไตอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ เพื่อที่ผู้เลี้ยงจะได้เตรียมการดูแลที่ต่างออกไปจากสุนัขปกติ ทั้งด้านอาหารและการออกกำลังกาย

4. อาการหมุนเป็นวงกลมโดยไม่สามารถควบคุมได้ บางตัวอาจมีการงับหางตัวเองร่วมด้วย ส่วนมากเกิดจากความเครียดที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

5. อาการลูกสะบ้าหัวเข่าเคลื่อน เป็นโรคเกี่ยวกับพันธุกรรม เกิดจากการเลี้ยงบนพื้นลื่น หรือบางตัวอาจได้รับการกระแทกบริเวณหัวเข่า อาจแสดงอาการเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้ อาการที่พบคือ สุนัขจะเดินย่อตัว ปลายเท้าแบะออก นอกจากนี้อาจพบโรคกระดูกบาง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการได้รับสารอาหารบางชนิดในวัยเด็ก เช่น ข้าวคลุกตับ โครงไก่ หรือปลากระป๋อง หรือการเสริมแคลเซียมให้มากเกินไป ทำให้ระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสเลือดเสียสมดุล ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกบางตามมาได้

6. หูหนวกแต่กำเนิด ที่ต่างประเทศจะมีเครื่องที่ใช้ตรวจกรณีนี้โดยเฉพาะเรียกว่า BEAR test แต่เท่าที่ทราบนี่เมืองไทยยังไม่น่าจะมี แต่เราก็สามารถใช้วิธีตรวจสอบคร่าวๆได้ เช่น การเป่านกหวีด หรือทำเสียงต่างๆเพื่อป้องกันการซื้อสุนัขหูหนวกมาเลี้ยง

จะเห็นได้ว่าสุนัขบูล เทอเรียร์มีโอกาสเกิดโรคต่างๆได้ไม่แพ้สุนัขสายพันธุ์อื่นๆ แม้จะมีร่างกายที่แข็งแรงเพียงใดก็ตาม ดังนั้น ผู้เลี้ยงควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำตามใบนัดเพื่อทำการฉีดวัคซินตามโปรแกรม และขอย้ำเรื่องการจูงเดินเล่น เป็นการออกกำลังกายที่ควรจะทำให้บ่อยที่สุด หรือทุกวันก็จะดีมากๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงในเวลาที่แสงแดดจัด จะได้ไม่เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

http://www.youtube.com/watch?v=krsqDFSAe6U&x-yt-ts=1421914688&x-yt-cl=84503534#action=share

  • [thaidogcenter.com, dogilike.com, thaidog.info, panda-bull-terrier.blogspot.com]