บุญผ่อง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บุญผ่อง
Boonpong.jpg
ประเภท ละครโทรทัศน์
รูปแบบ ดราม่า, ประวัติศาสตร์
ผู้สร้าง ฮั้ง มโนก้า
ผู้กำกับ สมพร เชื้อบุญอุ้ม
ผู้ผลิต สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
แสดง เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์
พลอย ศรนรินทร์
ฮิโระ ซะโนะ
นุสบา ปุณณกันต์
ปีเตอร์ ธูนสตระ
อริศรา วงษ์ชาลี
คะซุกิ ยะโนะ
เพลงประกอบ ฮิเดะกิ โมะริ
สินนภา สารสาส
มงคล อุทก
เพลงจบรายการ ไทริโกะ โนะ โซะโยะคะเซะ (สายลม) โดย อิจิบังโมะชิ เท็ตสึยะ
ฮะนะซะกะริ (ดอกไม้บาน) โดย พลอย ศรนรินทร์[1]
ต้นกำเนิด ไทย ไทย
ภาษา ไทย
อังกฤษ
ญี่ปุ่น
จำนวนตอน 14 ตอน
การผลิต
สถานที่ กาญจนบุรี, สมุทรสงคราม
ความยาวตอน 35 นาที/ตอน
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี TvThai 2009Logo.png ไทยพีบีเอส
ออกอากาศ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 255620 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (พุธ, พฤหัสบดี 20.20-21.15 น.)
รีรัน: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556–30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (เสาร์, อาทิตย์ 11.05-12.00 น.)
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า ข่าวภาคค่ำ ไทยพีบีเอส
รายการถัดไป ที่นี่ไทยพีบีเอส
เว็บไซต์ทางการ
เว็บไซต์ละครจากไทยพีบีเอส

บุญผ่อง ละครโทรทัศน์ไทยทางช่องไทยพีบีเอส ออกอากาศในช่วงกลางปี พ.ศ. 2556

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพญี่ปุ่นได้เดินทัพผ่านทางประเทศไทย ทำให้ไทยได้รับผลกระทบจากสงครามไปด้วย มีการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องจากสหรัฐอเมริกา บุญผ่อง ชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวสิริเวชชะพันธ์ แห่งตลาดปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี รับสุรัตน์ ภรรยา และผณี ลูกสาววัย 9 ขวบ เพียงคนเดียวที่เดินทางหนีระเบิดจากพระนครมาอยู่ที่นี่

ที่กาญจนบุรี และราชบุรี ได้มีการเกณฑ์เชลยสงคราม ซึ่งเป็นทหารชาติตะวันตกฝ่ายสัมพันธมิตรมาสร้างทางรถไฟและสะพานข้ามแม่น้ำแควเพื่อที่จะตัดผ่านไปประเทศพม่า เชลยหลายคนต้องล้มตายจากสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยโรคภัยต่าง ๆ จากป่าดิบชื้น รวมถึงการกินอยู่ที่ลำบาก และการถูกทรมานให้ทำงานตลอดวัน ตลอดคืน เป็นที่น่าหดหู่ใจอย่างมากต่อผู้พบเห็น รวมถึงบุญผ่อง บุญผ่องจึงตัดสินใจบางอย่างที่จะช่วยพวกเชลย แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตตนเองและครอบครัวก็ตาม บุญผ่องได้รับการติดต่อจากกองทัพญี่ปุ่นให้ไปส่งอาหารถึงในค่ายเชลย บุญผ่องจึงแอบส่งยาและของใช้ต่าง ๆ ใส่ลงไปในข้าวของเหล่านี้ แม้จะไม่เป็นที่เห็นด้วยจากครอบครัว รวมถึงเป็นที่สงสัยของทางญี่ปุ่น หลายต่อหลายครั้งมีการตรวจค้น แต่ก็ไม่พบเจอ ท้ายที่สุดเมื่อญี่ปุ่นสงสัยมากขึ้น บุญผ่องจึงให้ผณี ลูกสาวตัวเล็ก ๆ ของตนเองเป็นคนนำไปส่งให้ ด้วยผณีนั้นเป็นที่ผูกพันของ มิโยชิ นายทหารชาวญี่ปุ่นที่รักผณีเสมือนลูกสาวตนเองจริง ๆ จนก่อให้เกิดเป็นมิตรภาพต่างวัย

นักแสดง[แก้]

ตัวละคร นักแสดง
บุญผ่อง เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์
ผณี พลอย ศรนรินทร์
มิโยชิ ฮิโระ ซะโนะ
สุรัตน์ นุสบา ปุณณกันต์
ฉวี อริศรา วงษ์ชาลี
ไซโตะ คะซุกิ ยะโนะ
เวรี่ ปีเตอร์ ธูนสตระ
ไมเคิล คิริน ไซมอน ยัง
รำเพย ณัฏฐนันท์ เกียรติดาฐนิต
ยิ้ม นันทิยา ศรีอุบล
แผน (น้องชายบุญผ่อง) กฤษฎี พวงประยงค์
ขุนสิริเวชชะพันธ์ (หมอเขียน-พ่อบุญผ่อง) ธวัชวงศ์ ปิยะเกศิน
ลำเจียก (แม่บุญผ่อง) อำภา ภูษิต
บุหงา (น้องสาวบุญผ่อง) ปรียาพร ร่มเย็น
บุบผา (น้องสาวบุญผ่อง) จีน ฮอยล์
กระแต นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ
มร.เคจี (หัวหน้าองค์กรวี) เคน สตรุทเกอร์
ประชา (สมาชิกขบวนการใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่น) ชลัฏ ณ สงขลา (นักแสดงรับเชิญ)
ยายรำเพย ฉันทนา กิติยพันธ์ (นักแสดงรับเชิญ)
มือปืน สถาพร นาควิไลโรจน์ (นักแสดงรับเชิญ)

เบื้องหลัง[แก้]

บุญผ่อง เป็นละครโทรทัศน์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ อดีตนักธุรกิจชาวกาญจนบุรี ที่ให้ความช่วยเหลือเชลยสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทรงรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว ด้วยการแอบส่งยาและข้าวของต่าง ๆ ให้ จนได้รับการยกย่องจากหลายชาติที่เป็นชาติสัมพันธมิตรในภายหลังสงครามยุติ จนได้รับฉายาว่า "วีรบุรุษสะพานข้ามแม่น้ำแคว" หรือ "วีรบุรุษช่องเขาขาด"[2]

บทละครได้ถูกเขียนขึ้นโดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ด้วยระยะเวลาการเขียนยาวนานกว่า 5 ปี โดยผ่านคำให้สัมภาษณ์ของ ผณี ศุภวัฒน์ (สิริเวชชะพันธ์) บุตรสาวของบุญผ่องที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ซึ่งกลายมาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องด้วย และลำไย สิริเวชชะพันธ์ น้องสะใภ้ของบุญผ่อง

การถ่ายทำถ่ายในสถานที่จริง และอีกหลายสถานที่ ร่วมด้วยนักแสดงหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายภาษา จนเมื่อละครเปิดตัวเป็นครั้งแรก มีงานแถลงข่าวเปิดตัวในวันที่ 25-26 เมษายน พ.ศ. 2556 ที่จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่เกิดเหตุจริง[3] และมีรอบเปิดตัวสำหรับสื่อมวลชน ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556 ที่โรงภาพยนตร์เอสพลานาด แคราย[4]

และก่อนที่ละครจะออกอากาศ ได้มีการเผยแพร่สารคดี "ไม้หมอนสุดท้าย บนทางสายมรณะ" เป็นการให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้ชมก่อนที่จะละครจะเริ่มต้น[5]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]