บิล รัสเซล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บิล รัสเซล
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์
ความสูง ฟุต 9 นิ้ว (2.06 )
น้ำหนัก 225 ปอนด์ (102 กก.)
สัญชาติ  สหรัฐอเมริกา
วันเกิด 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 (80 ปี)
มอนโร รัฐลุยเซียนา
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก
ดราฟท์ ลำดับที่ 2, 1956
เซนหลุยส์ ฮอกส์
เล่นระดับอาชีพ 1956–ปัจจุบัน
รางวัล ผู้เล่นทรงคุณค่าเอ็นบีเอ 5 ครั้ง
แชมป์เอ็นบีเอ 11 สมัย
หอเกียรติยศ 1975

วิลเลียม เฟลตัน รัสเซล (อังกฤษ: William Felton Russell; 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1934 — ) อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักและจดจำในฐานะผู้เล่นสำคัญ ในยุคเฟื่องฟูของทีมบอสตัน เซลติกส์ ซึ่งชนะเลิศ 11 ครั้งจากฤดูกาลแข่งขัน 13 ฤดูกาล เขาเป็นผู้เล่นที่ยกระดับการเล่นเกมรับของกีฬานี้ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น ผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ ที่เป็นผู้เล่นเกมรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของกีฬาบาสเกตบอล

บิล รัสเซล เกิดที่เมืองมอนโร รัฐลุยเซียนา เติบโตที่เมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ส่วนสูง 6 ฟุต 9 นิ้ว (2.06 เมตร) เล่นบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัยให้กับ มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซานฟรานซิสโก และนำทีมไปสู่ชัยชนะ ในการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย เอ็นซีดับเบิลเอ (NCAA) ในปี ค.ศ. 1955 และ 1956 รวมทั้งการชนะการแข่งขันติดต่อกันถึง 55 เกม นอกจากนั้นแล้ว บิล รัสเซล ยังเป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลชาย ตัวแทนสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในปี ค.ศ. 1956

บิล รัสเซล เล่นบาสเกตบอลให้กับทีม บอสตัน เซลติกส์ ปี ค.ศ. 1956 ถึง ค.ศ. 1969 ชนะเลิศการแข่งขันเอ็นบีเอ เกือบทุกปียกเว้นปี ค.ศ. 1958 และ 1967 เท่านั้น ในปี ค.ศ. 1966 หัวหน้าโค้ช เรด ออร์บาค ได้เสนอชื่อให้บิล รัสเซล เป็นหัวหน้าโค้ช คนถัดไป ซึ่งทำให้ บิล รัสเซล นั้นได้เป็นหัวหน้าโค้ช และเขาก็เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับตำแหน่งนี้ในทีมกีฬาในลีกใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นทั้งผู้เล่น และหัวหน้าโค้ช จากปี ค.ศ. 1966 ถึง 1969 และ ชนะเลิศเอนบีเอสองครั้ง ต่อมาเขาได้เป็นหัวหน้าโคช ให้แก่ทีมซีแอตเติล ซุปเปอร์โซนิกส์ จากปี ค.ศ. 1973 ถึง 1977 และต่อมาให้แก่ทีมซาคราเมนโต คิงส์ จากปี ค.ศ. 1987 ถึง 1988 แต่ก็ไม่สามารถนำทีมทั้งสองไปสู่ชัยชนะเลิศได้

บิล รัสเซลนั้นถือได้ว่า ได้รับรางวัลเกียรติยศทุกรางวัลที่มีในเอ็นบีเอ และในปี ค.ศ. 1968 เขาได้รับรางวัล "นักกีฬาแห่งปี" ("Sportsman of the Year") ของนิตยสาร Sports Illustrated ในปี ค.ศ. 1980 เขาได้ถูกยกย่องจากสมาคมนักเขียนอาชีพเกี่ยวกับบาสเกตบอลแห่งสหรัฐอเมริกา ให้เป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอ็นบีเอ นอกจากนั้นแล้วเขายังเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของพลเมืองสหรัฐอเมริกา เขาเคยปฏิเสธเข้าร่วมแข่งขัน เมื่อร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่ยอมให้บริการแก่เพื่อนชาวอเมริกันผิวดำของเขา ในปี ค.ศ. 1968 กลุ่มแบ่งแยกสีผิวได้ทำความเสียหายแก่บ้านของเขา ซึ่งทำให้เขาได้เรียกเมืองบอสตันว่าเป็น "flea market of racism" (ตลาดนัดของการเหยียดเชื้อชาติ) [1]

นักกีฬาในตำนานอีกผู้หนึ่งคือ วิลท์ แชมเบอร์เลน (Wilt Chamberlain) ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลเกมรุก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การต่อสู้แข่งขันระหว่าง วิลท์ แชมเบอร์เลน และ บิล รัสเซล นั้นนับได้ว่าเป็นคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีก ทั้งคู่นั้นเป็นเพื่อนกันจนกระทั่งบั้นปลายของวิลท์

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Goudsouzian, Aram (2010). King of the Court: Bill Russell and the Basketball Revolution. Berkeley: University of California Press.
  • Heisler, Mark (2003). Giants: The 25 Greatest Centers of All Time. Chicago: Triumph Books. ISBN 1-57243-577-1. 
  • Kornheiser, Tony (1999). "Bill Russell: Nothing but a Man". In ESPN SportsCentury. Michael MacCambridge, Editor. New York: Hyperion-ESPN Books. pp. 178–89.
  • Pluto, Terry (1992). Tall Tales: The Glory Years of the NBA in the Words of the Men Who Played, Coached, and Built Pro Basketball. New York: Simon & Schuster. ISBN 0-671-74279-5. 
  • Taylor, John (2005). The Rivalry: Bill Russell, Wilt Chamberlain, and the Golden Age of Basketball. New York City: Random House. ISBN 1-4000-6114-8. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]