บิลลี ฮอลิเดย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บิลลี ฮอลิเดย์
Billie Holiday, Downbeat, New York, N.Y., ca. Feb. 1947 (William P. Gottlieb 04251).jpg
บิลลี ฮอลิเดย์ ในปี 1942
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด เอเลนอรา แฮร์ริส[1][2]
ฉายา เลดีเดย์
วันเกิด 7 เมษายน ค.ศ. 1915
ฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา
เกิดที่ ฮาร์เลม รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1959 (44 ปี)
นิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง แจ๊ซ, สวิง, บลูส์
อาชีพ นักร้อง
ปี ค.ศ. 1933 - 1959
ค่าย Columbia (1933-1942, 1958)

Commodore (1939, 1944)
Decca (1944-1950)

Verve (1952-1959)
เว็บไซต์ เว็บทางการ

บิลลี ฮอลิเดย์ (Billie Holiday) (7 เมษายน ค.ศ. 1915 - 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1959) นักร้องผิวสีชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา เลดี้เดย์ (Lady Day) เป็นนักร้องเพลงแจ๊ซ สวิงและบลูส์ที่มีน้ำเสียงและวิธีการร้องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยน้ำเสียงแหบหยาบ หม่นเศร้า ประกอบกับเพลงส่วนใหญ่ที่เธอเลือกร้อง มักมีเนื้อหาเกี่ยวกับความผิดหวัง เศร้าหมอง ขมขื่น สอดคล้องกับชีวิตจริงของเธอเอง

ประวัติ[แก้]

เริ่มต้น[แก้]

บิลลี ฮอลิเดย์ เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1915 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย มีชื่อแต่แรกเกิดว่า เอเลนอรา แฮร์ริส[1] เป็นบุตรนอกสมรสของแคลเรนซ์ ฮอลิเดย์ (บ้างสะกดว่า ฮัลลิเดย์) นักดนตรีแบนโจ ซึ่งขณะนั้นมีอายุได้ 15 ปี กับแซราห์ จูเลีย แฟแกน หรือ แซดี (สกุลเดิม แฮร์ริส) วัย 13 ปี

พ่อของเธอทิ้งให้สองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ส่วนตัวไปทำงานเป็นนักดนตรีอยู่ที่นิวยอร์ก เมื่อเธอเริ่มโตขึ้น แม่ก็ทิ้งให้อยู่กับญาติ ส่วนตัวก็ไปหางานทำต่างเมือง เอเลนอราถูกข่มขืน ในวัยเพียง 11 ปี โดยเพื่อนบ้าน และถูกส่งเข้าโรงเรียนคาธอลิกในบัลติมอร์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ (หนังสือบางเล่ม กล่าวว่า เป็นโรงเรียนดัดสันดาน)

ซาดี และเอเลนอรา ย้ายไปนิวยอร์ก เมื่อ ค.ศ. 1928 ณ ที่นั้น เธอเริ่มใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลกอยู่ตามซ่องโสเภณี ถูกจับด้วยข้อหาคนจรจัด ติดคุกอยู่ระยะหนึ่ง เมื่อออกจากคุก จึงเริ่มอาชีพนักร้อง ตระเวนร้องตามบาร์ ใช้ชื่อว่า บิลลี ฮอลิเดย์ โดย บิลลี มาจากชื่อนักแสดงที่เธอชื่นชม ชื่อ บิลลี โดฟ และ ฮอลิเดย์ มาจากนามสกุลของพ่อ

เธอร้องเพลงโดยได้แบบอย่างและลีลาการร้องมาจาก เบสซี สมิธ และการเปล่งเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ หลุยส์ อาร์มสตรอง นักร้องที่เธอได้ฟังจากแผ่นเสียง ขณะใช้ชีวิตอยู่ในซ่องโสเภณี และชื่นชมมาก

การร้องเพลงของบิลลี ฮอลิเดย์ สะดุดตาโปรดิวเซอร์ชื่อ จอห์น แฮมมอนด์ ซึ่งเป็นผู้ชักนำให้เธอเข้าสู่วงการ เธอเริ่มอัดแผ่นเสียงเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1933 กับวงดนตรีของเบนนี กูดแมน เธอมีชื่อเสียงมากขึ้นและได้ร่วมงานกับเคาท์ เบซี เมื่อ ค.ศ. 1937

Strange Fruit[แก้]

การเหยียดผิว และเหตุการณ์รุนแรงที่เป็นแรงบันดาลใจของเพลง Strange Fruit

ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุด ของเธอ เป็นผลงานชื่อเพลง Strange Fruit จากบทกวีของ เอเบล มีโรโปล (Abel Meeropol) ซึ่งสะท้อนเหตุการณ์การเหยียดผิว และความรุนแรงในสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น มีชาวผิวขาวรุมทำร้ายชาวผิวดำ และนำศพไปแขวนกับต้นไม้

Southern trees bear strange fruit,
Blood on the leaves and blood at the root,
Black bodies swinging in the southern breeze,
Strange fruit hanging from the poplar trees.

Pastoral scene of the gallant south,
The bulging eyes and the twisted mouth,
Scent of magnolias, sweet and fresh,
Then the sudden smell of burning flesh.

Here is a fruit for the crows to pluck,
For the rain to gather, for the wind to suck,
For the sun to rot, for the tree to drop,
Here is a strange and bitter crop.

มีโรโปล ใช้นามแฝงว่า ลิวอิส อัลเลน (Lewis Allen) เปรียบเทียบคนผิวดำที่ถูกแขวนคอกับกิ่งไม้ ว่าเป็นผลไม้หน้าตาประหลาด ที่เลือดไหลเปรอะไปทั่วกิ่งใบ จนถึงรากไม้

เธอชื่นชอบเพลงนี้ และนำไปเสนอต่อต้นสังกัด คือ โคลัมเบีย ว่าจะบันทึกเสียงเพลงนี้ แต่ต้นสังกัดปฏิเสธ เนื่องจากความรุนแรงของเนื้อหา เธอจึงหันไปบันทึกเสียงกับค่าย คอมมอดอร์ เมื่อ ค.ศ. 1939 และบันทึกอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1944

เพลง Strange Fruit นับเป็นเพลงที่อื้อฉาวที่สุดของเธอ แฟนเพลงจำนวนมากไม่พอใจที่เธอนำเพลงนี้มาร้อง ในระยะแรกเพลงถึงกับถูกห้ามออกอากาศทางสถานีวิทยุ แต่ที่สุดแล้ว เพลงนี้ก็ผลักดันได้เธอก้าวสู่ความเป็นนักร้องชั้นนำ และเป็นเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของเธอ

ฟังเพลง Strange Fruit ประกอบแอนิเมชัน ขับร้องโดย บิลลี ฮอลิเดย์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1939
Frankie Newton, ทรัมเป็ต
Tab Smith, อัลโตแซกโซโฟน
Stanley Payne, Kenneth Hollon, เทเนอร์แซกโซโฟน
Sonnie White, เปียโน
Jimmy McLin, กีตาร์
Johnny Williams, ดับเบิลเบส
Eddir Dougherty, กลองชุด

บั้นปลาย[แก้]

ช่วงทศวรรษ 1940 บิลลี ฮอลิเดย์ มีชีวิตที่ผกผัน เธอติดเหล้าและยาเสพติด มีชีวิตแต่งงานและความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ถูกจับด้วยข้อหายาเสพติด และต้องเข้าไปอยู่ในสถานกักกันนานถึงแปดเดือน ในปี ค.ศ. 1947

ช่วงทศวรรษ 1950 เธอยังคงเสพยา และติดเหล้าอย่างหนัก เธอแต่งงานใหม่กับมาเฟียชื่อ หลุยส์ แมคเคย์ แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์กับชายมากมาย เสียงเธอเริ่มแหบหยาบ แต่ก็ยังผลิตผลงานออกมามากมาย รวมทั้งจัดการแสดงสดในยุโรปในปี 1954 และ 1958-59

เธอป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคตับ ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม 1959 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1959 อายุ 44 ปี ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว

เรื่องราวชีวิตของบิลลี ฮอลิเดย์ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1972 ชื่อ Lady Sings The Blues รับบทโดย ไดอาน่า รอสส์‎

มีเดีย[แก้]

เพลงอื่นๆ ของบิลลี ฮอลิเดย์:

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 History "Billie Holiday wishing on the Moon" p. 9.
  2. Autobiography "Lady Sings the Blues" p. 14.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]