บาป (ศาสนาคริสต์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาคริสต์

Symbol สถานีย่อย

Red Cross of Christianity.png

ประวัติศาสนาคริสต์

พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
พระเยซูคริสต์ :
การประสูติการรับบัพติศมาการถูกทดลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายการตรึงที่กางเขนการคืนพระชนม์การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์การมาครั้งที่สองการพิพากษาครั้งสุดท้าย

เทววิทยาการตกในบาปความรอดหลักข้อเชื่อของอัครทูตพระบัญญัติสิบประการ

คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่พระวรสาร
ประวัติ
ยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อัครทูต
สิบสองอัครทูต :
ซีโมนเปโตรอันดรูว์ยากอบบุตรเศเบดียอห์นฟีลิปบารโธโลมิวโธมัสมัทธิวยากอบบุตรอัลเฟอัสยูดาซีโมนเศโลเทยูดาส
อัครทูต :
มัทธีอัสเปาโลบารนาบัสยากอบ
นิกาย
ตะวันตก :
โรมันคาทอลิกโปรเตสแตนต์ (ลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบ๊บติสต์แองกลิคันแอดเวนติสต์)
ตะวันออก :
ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม :
พยานพระยะโฮวามอรมอน
พิธีกรรม
พิธีบัพติศมาพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์
สังคมศาสนาคริสต์
ศาสนสถานปฏิทินวันสำคัญบุคคลนักบุญศิลปะสัญลักษณ์ธง
ดูเพิ่มเติม
อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

บาป ในความหมายของคริสต์ศาสนา (อังกฤษ: Christian views on sin; ฮีบรู: חָטָא khatahทำผิด) คือการไม่บรรลุถึงความครบถ้วนแห่งกฎหมายอันชอบธรรมที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสำหรับมนุษย์ (กฎทางศีลธรรม) การไม่บรรลุเช่นนั้น ยังผลให้มนุษย์ตกเข้าสู่แนวทางการดำเนินชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์อันเป็นผลจากบาปได้เป็นเหมือนนายที่กดขี่เขา ให้อยู่ในสภาพเป็นทาส สภาพเช่นนั้นคือ ความบกพร่องของทั้งจิตวิญญาน (ทั้งหมดในตัวบุคคล) ที่ต้องเสื่อมลงทุกด้าน และที่สุดคือ ความตาย ดังที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ว่า "เพราะ‍ว่า​ค่า‍จ้าง​ของ​บาป​คือ​ความ​ตาย"[1]

จุดเริ่มต้นของบาป[แก้]

สวนเอเดน อันเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์คู่แรก ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงจัดเตรียมให้ พระองค์อนุญาตให้เขากินผลไม้ทุกอย่างในสวนได้ แต่มีต้นหนึ่งที่อยู่กลางสวน เป็นต้นไม้ที่ให้รู้จักความดีและชั่ว พระองค์ทรงสงวนไว้จากมนุษย์คู่แรก โดยบัญชาแก่เขาว่า "แต่​ผล​ของ​ต้น‍ไม้​แห่ง​การ​รู้​ถึง​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว​นั้น ห้าม​เจ้า​กิน เพราะ​ใน​วัน​ใด​ที่​เจ้า​กิน เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​แน่" [2] อย่างไรก็ดี อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เอวากำลังมองดูผลจากต้นไม้นั้น เธอก็ได้ยินเสียงพูดมาจากงูตัวหนึ่ง ถามกับเธอว่า "จริง​หรือ? ที่​พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ห้าม​พวก‍เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น‍ไม้​ทุก​ต้น​ใน​สวน​นี้’" เอวาจึงตอบงูว่า "ผล​ของ​ต้น‍ไม้​ใน​สวน​นี้​เรา​กิน​ได้ เว้น‍แต่​ผล​ของ​ต้น‍ไม้​ที่​อยู่​กลาง​สวน​นั้น พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ห้าม​พวก‍เจ้า​กิน​และ​ถูก‍ต้อง​เลย มิ‍ฉะนั้น​พวก‍เจ้า​จะ​ตาย’" งูจึงหลอกเอวาโดยพูดว่า "พวก‍เจ้า​จะ​ไม่​ตาย​แน่ เพราะ​พระ‍เจ้า​ทรง​ทราบ​อยู่​ว่า พวก‍เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น‍ไม้​นั้น​วัน‍ใด ตา​ของ​พวก‍เจ้า​จะ​สว่าง​ขึ้น​ใน​วัน‍นั้น แล้ว​พวก‍เจ้า​จะ​เป็น​เหมือน​อย่าง​พระ‍เจ้า คือ​รู้​ความ​ดี​และ​ความ​ชั่ว" เอวาจึงคล้อยตามการชี้นำของซาตาน หยิบผลไม้ที่พระเจ้าตรัสห้ามมากินเข้าไป ทั้งยังส่งให้อาดัมกินด้วย

การละเมิดต่อพระบัญชาโดยเจตนาเช่นนั้น ทำให้สัมพันธภาพอันดีของเขากับพระเจ้ายุติลง และตั้งแต่วันนี้นเอง ทั้งสองจึง ตาย ในสายพระเนตรพระเจ้า "เขามีมลทิน และมีบาป ขาดจากชีวิตนิรันดร์ พระเจ้ายังได้ขับเขาออกจากสวนเอเดนด้วย"[3]

บาปสืบทอดมาถึงคนทั้งปวง[แก้]

ดังที่ หนังสือโรม 5:12-15 กล่าว "เพราะ​เหตุ‍นี้ บาป​ได้​เข้า‍มา​ใน​โลก​เพราะ​คนๆ เดียว และ​ความ​ตาย​ก็​เกิด​มา​เพราะ​บาป​นั้น และ​ความ​ตาย​ก็​ได้​แผ่​ไป​ถึง​มวล‍มนุษย์​ทุก‍คน เพราะ​มนุษย์​ทุก‍คน​ทำ​บาป ความ​จริง​บาป​ได้​มี​อยู่​ใน​โลก​แล้ว​ก่อน​มี​ธรรม‍บัญญัติ แต่​ที่​ไหน​ไม่‍มี​ธรรม‍บัญญัติ​ก็​ไม่​ถือ‍ว่า​มี​บาป อย่าง‍ไร​ก็​ตาม ความ​ตาย​ก็​ได้​ครอบ‍งำ​ตลอด‍มา ตั้ง‍แต่​อา‌ดัม​จน‍ถึง​โม‌เสส แม้​คน​ที่​ไม่‍ได้​ทำ​บาป​อย่าง​เดียว​กับ​การ​ละ‌เมิด​ของ​อา‌ดัม ผู้​ซึ่ง​เป็น​แบบ​ของ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​ภาย‍หลัง แต่​ของ‍ประ‌ทาน​แห่ง​พระ‍คุณ​ก็​ไม่​เหมือน​การ​ละ‌เมิด​นั้น เพราะ​ว่า​ถ้า​คน​จำ‌นวน​มาก​ต้อง​ตาย​เพราะ​การ​ละ‌เมิด​ของ​คนๆ เดียว" เช่นเดียวกับแม่พิมพ์ หลังจากได้ทำบาปแล้ว อาดามยังคงมีอายุยืนยาวถึง 930 ปี จึงตาย แต่ก่อนตาย เขาได้ให้กำเนิดบุตรชาย-หญิง หลายคน ทุกคนจึงล้วนแต่สืบทอดความบาป ความไม่สมบูรณ์จากแม่พิมพ์เป็นมรดก บรรดามนุษย์ทั้งปวงที่เกิดมาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงจากพันธนาการของบาป ที่ยังผลเป็นความตายเรื่อยมา เช่น บุตรชายที่ชื่อเสท มีอายุได้ 912 ปีจึงสิ้นชีวิต โนอาห์ อายุ 950 ปีจึงสิ้นชีวิต เชม อายุ 600 ปีจึงสิ้นชีวิต อารปัคชาด อายุ 438 ปีจึงสิ้นชีวิต เรอู อายุ 239 ปีจึงสิ้นชีวิต อับราฮัม อายุ 175 ปีจึงสิ้นชีวิต ยาโคป อายุ 147 ปีจึงสิ้นชีวิต โมเสส อายุ 120 ปีจึงสิ้นชีวิต ฯลฯ หนังสือปฐมกาล บท 1 มีการสะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ในหลาย ฯ ด้าน เช่น การคิด การพูด การกระทำ ฯลฯ ด้วย

การอภัยบาป[แก้]

แม้ว่ามนุษย์คู่แรกได้ทำผิดประสงค์ของพระองค์ในเรื่องชีวิตบนแผ่นดินโลก แต่นั่นหาได้ทำให้พระองค์ล้มเหลวไม่ โดยพระกรุณาอันไม่พึงได้รับต่อลูกหลานของอาดัมที่เกิดมา พระองค์ทรงเลือกอับราฮัม ชายผู้ยำเกรงพระเจ้า ตรัสสัญญากับท่านว่า จะมีพงศ์พันธุ์หนึ่งซึ่งจะมาบังเกิดในเชื้อวงศ์ของท่าน ผู้นี้จะได้กระทำตามการจัดเตรียมของพระเจ้า ที่จะช่วยมนุษย์โลกให้รอด พ้นจากบาป นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้นี้จะต้องเป็นบุคคลที่แตกต่างจากมนุษย์ทั้งปวงที่มีบาป เพราะที่หนังสือสดุดี 49:7-9 กล่าวว่า "แน่​ที‍เดียว ไม่‍มี​คน‍ใด​ไถ่​พี่‍น้อง​ของ​ตน​ได้ หรือ​ถวาย​ค่า‍ไถ่​ตัว​เขา​แด่​พระ‍เจ้า เพราะ​ค่า‍ไถ่​ชีวิต​ของ​เขา​นั้น​แพง และ​ไม่‍เคย​พอ​เลย ที่​จะ​ให้​เขา​มี​ชีวิต​ตลอด‍ไป และ​ไม่​ต้อง​เห็น​หลุม‍มรณะ" จนกระทั่งหลายศตวรรตต่อมา หญิงพรหมจารีย์คนหนึ่งที่ชื่อมารีย์แห่งเมืองนาซาเรธ (ได้หมั้นไว้แล้วกับโยเซฟ) ได้รับแจ้งจากทูตสวรรค์ของพระเป็นเจ้าว่า "เธอ​จะ​ตั้ง‍ครรภ์​และ​คลอด‍บุตร‍ชาย จง​ตั้ง‍ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า​เยซู พระ‍วิญ‌ญาณ‍บริ‌สุทธิ์​จะ​เสด็จ​ลง‍มา​เหนือ​เธอ และ​ฤทธิ์‍เดช​ของ​ผู้‍สูง‍สุด​จะ​ปก​เธอ เพราะ‍ฉะนั้น​องค์‍บริ‌สุทธิ์​ที่​เกิด​มา​นั้น​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​พระ‍บุตร​ของ​พระ‍เจ้า-พระวรสารนักบุญลูกา 1:31,35 นั่นจึงหมายความว่า พระเยซูจะกำเนิดมาโดยมิได้ปฏิสนธิเหมือนอย่างมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่พระเจ้าอาศัยครรภ์ของนางมารีย์ เพื่อพระเยซูจะกำเนิดมามีเลือดเนื้อได้โดยไม่สืบทอดความบาปอย่างมนุษย์ แต่จะสมบูรณ์ ปราศจากบาป เหมือนอย่างอาดัมตอนที่ยังไม่ได้ทำบาป

เหตุการณ์นั้นมาเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวยิวตามที่พระคัมภีร์พยากรณ์ เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติศมาและเริ่มประกาศถึงความหวังแก่ผู้คนเพื่อให้เขาทราบว่าพระเมสสิยาห์ที่ทรงสัญญาคือพระคริสต์ ซึ่งจะต้อง"ให้ชีวิตของท่านเป็นค่าไถ่คนเป็นจำนวนมาก[4] และพระองค์ได้สละชีวิตที่สมบูรณ์เป็นเครื่องบูชาในปี 33 ส.ศ.พระองค์คือผู้ที่ยอห์นอัครทูตกล่าวว่า "พระ‍เจ้า​ทรง​รัก​โลก​ดัง‍นี้ คือ​ได้​ประ‌ทาน​พระ‍บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ‍องค์ เพื่อ​ทุก‍คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิ‌รันดร์"-พระวรสารนักบุญยอห์น 3:16

ดังนั้นเอง การแสดงความเชื่อต่อการจัดเตรียมเกี่ยวกับค่าไถ่ที่พระเจ้าประทานให้โดยทางพระเยซู จึงเป็นหนทางที่มนุษย์คนใด ฯ ก็ตามที่มีความเชื่อจะกลับมีสัมพันธภาพอันดีกับพระเจ้าได้อีกครั้ง ขณะที่พวกเขาจะปฏิเสธหรือพยายามที่จะไม่ทำบาปอีก แต่เขาจะทำการเฉพาะที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานศีลธรรมที่พระเจ้าวางไว้ ครั้นแล้วการอภัยบาปจึงเป็นไปได้สำหรับคนนั้น แม้ว่าเขาอาจสิ้นชีวิตก่อนที่เครื่องบูชาไถ่ของพระเยซูจะสำเร็จครบถ้วน ณ ตอนสิ้นกำหนดพันปีก็ตาม เขายังคงได้รับการระลึกถึงโดยการกลับเป็นขึ้นจากตายเพื่อมีชีวิตอีกในช่วงพันปีของพระคริสต์ เวลาที่เรียกว่า "นครเยรูซาเล็มใหม่"[5] ตามคำสัญญาของพระเจ้า และเมื่อถึงคราวที่คุณค่าแห่งค่าไถ่ที่พระเยซูถวายแก่พระเจ้านั้นครบถ้วน ณ ตอนสิ้นกำหนดพันปีของพระคริสต์ มนุษย์สามารถปิติยินดีได้ที่พบฟ้าสวรรค์และโลกใหม่ "และ​ข้าพ‌เจ้า​เห็น​ฟ้า‍สวรรค์​ใหม่​และ​แผ่น‍ดิน​โลก​ใหม่ เพราะ‍ว่า​ฟ้า‍สวรรค์​เดิม​และ​แผ่น‍ดิน​โลก​เดิม​นั้น​หาย​ไป​แล้ว และ​ทะเล​ก็​ไม่‍มี​อีก‍ต่อ‍ไป และ​ข้าพ‌เจ้า​ได้​เห็น​นคร​บริ‌สุทธิ์ คือ​นคร‍เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ใหม่​ลอย​ลง‍มา​จาก​สวรรค์​และ​จาก​พระ‍เจ้า นคร​นี้​เตรียม‍พร้อม​เหมือน​อย่าง​เจ้า‍สาว​ที่​แต่ง‍ตัว​ไว้​สำหรับ​สามี ข้าพ‌เจ้า​ได้‍ยิน​เสียง‍ดัง​จาก​พระ‍ที่‍นั่ง​ว่า “นี่‍แน่ะ ที่‍ประ‌ทับ​ของ​พระ‍เจ้า​อยู่​กับ​มนุษย์​แล้ว และ​พระ‍องค์​จะ​ประ‌ทับ​กับ​เขา‍ทั้ง‍หลาย พวก‍เขา​จะ​เป็น​ชน‍ชาติ​ของ​พระ‍องค์ พระ‍เจ้า​เอง​จะ​สถิต​กับ​เขา [และ​จะ​ทรง​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​เขา] พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​เช็ด​น้ำ‍ตา​ทุกๆ หยด​จาก​ตา​ของ​เขา‍ทั้ง‍หลาย และ​ความ​ตาย​จะ​ไม่‍มี​อีก‍ต่อ‍ไป ความ​โศก‍เศร้า การ​ร้อง‍ไห้ และ​การ​เจ็บ‍ปวด​จะ​ไม่‍มี​อีก‍ต่อ‍ไป เพราะ​ยุค​เดิม​นั้น​ผ่าน​ไป​แล้ว”"[6]

ทัศนะคาทอลิก[แก้]

คริสตจักรโรมันคาทอลิกถือว่าบาปมี 2 ชนิด บาปหนักและบาปเบา

บาปหนัก[แก้]

ผลของบาปหนัก[แก้]

  1. ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนมนุษย์ และพระเป็นเจ้า
  2. ทำลายชีวิตเหนือธรรมชาติในใจเรา
  3. ไม่สามารถรับพระหรรษทานจากพระได้ ชีวิตค่อยๆแห้งตาย ที่สุดต้องรับโทษในนรก

วิธีการแก้ไขหากทำบาปหนัก[แก้]

  1. เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ หรือแท้จริง
  2. รีบไปสารภาพบาปกับบาทหลวง
  3. ตั้งใจ และระวังไม่ทำบาปหนำซ้ำอีกต่อไป

บาปเบา[แก้]

ผลของบาปเบา[แก้]

จิตใจของเราจะค่อยๆแข็งกระด้างทีละน้อย สนุกในความผิดบาป ชินชา ไม่ยอมฟังเสียงของพระ และพาไปสู่การทำบาปหนัก

วิธีการแก้ไข[แก้]

  1. เป็นทุกข์เสียใจอย่างสมบูรณ์ ที่ได้ทำผิดพลาดไป
  2. สวดภาวนา หรือ ทำกิจการดีอื่นๆ ชดเชยความผิดพลาด
  3. ตั้งใจและระวังจะไม่ทำผิดซ้ำอีก
  4. พยายาม ไม่อยู่ในสถานที่ที่ชักชวนให้ทำบาป หรือท่าทางบาป
  5. หากมีโอกาส ให้ไปสารภาพบาปกับบาทหลวง

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือโรม 6:23, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  2. หนังสือปฐมกาล 2:17, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  3. หนังสือปฐมกาล บท 3, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  4. พระวรสารนักบุญมัทธิว 20:28, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  5. พระวรสารนักบุญยอห์น 5:28-29 หนังสือวิวรณ์ บทที่ 21, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  6. หนังสือวิวรณ์ 21:1-4, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011