บาป (ศาสนาคริสต์)
|
บทความที่เกี่ยวข้องกับ
|
|---|
| พระเจ้า |
| พระตรีเอกภาพ: พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์ |
| ความเชื่อ |
| เทววิทยา • การตกในบาป • ความรอด • การพิพากษาครั้งสุดท้าย • หลักข้อเชื่อของอัครทูต |
| คัมภีร์ |
| คัมภีร์ไบเบิล: เดิม • ใหม่ • พระวรสาร |
| นิกาย |
| ตะวันตก คาทอลิก • โปรเตสแตนต์ (แองกลิคัน • ลูเทอแรน • เพรสไบทีเรียน • เมทอดิสต์ • แบปทิสต์ • แอดเวนติสต์) ตะวันออก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ • ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์ อตรีเอกภาพนิยม พยานพระยะโฮวา • มอรมอน |
| ประวัติ |
| ประวัติศาสนาคริสต์ • เปาโลอัครทูต • ยุคแรก • สภาสังคายนาสากล • มหาศาสนเภท • สงครามครูเสด • การปฏิรูปศาสนา |
| อื่น ๆ |
| สถานที่สำคัญทางศาสนา • วันสำคัญ • บุคคล • นักบุญ • ศิลปะ • อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์ |
|
|
บาป (ฮีบรู: חָטָא khatah ทำผิด) ในความหมายของคริสต์ศาสนา คือการไม่บรรลุถึงความครบถ้วนแห่งกฎหมายอันชอบธรรมที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสำหรับมนุษย์ (กฎทางศีลธรรม) การไม่บรรลุเช่นนั้น ยังผลให้มนุษย์ตกเข้าสู่แนวทางการดำเนินชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์อันเป็นผลจากบาปได้เป็นเหมือนนายที่กดขี่เขา ให้อยู่ในสภาพเป็นทาส สภาพเช่นนั้นคือ ความบกพร่องของทั้งจิตวิญญาน (ทั้งหมดในตัวบุคคล) ที่ต้องเสื่อมลงทุกด้าน และที่สุดคือ ความตาย ดังที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ "ค่าจ้างของบาป ก็คือความตาย"
เนื้อหา |
จุดเริ่มต้นของบาป [แก้]
ณ สวนเอเดน อันเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์คู่แรก ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงจัดเตรียมให้ พระองค์อนุญาตให้เขากินผลไม้ทุกอย่างในสวนได้ แต่มีต้นหนึ่งที่อยู่กลางสวน เป็นต้นไม้ที่ให้รู้จักความดีและชั่ว พระองค์ทรงสงวนไว้จากมนุษย์คู่แรก โดยบัญชาแก่เขาว่า "ผลจากต้นนั้น เจ้าอย่าได้กินเป็นอันขาด ถ้าเจ้าขืนกินในวันใด เจ้าจะต้องตายในวันนั้น" [1] อย่างไรก็ดี อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ฮาวากำลังมองดูผลจากต้นไม้นั้น เธอก็ได้ยินเสียงพูดมาจากงูตัวหนึ่ง ถามกับเธอว่า "จริงหรือ ที่พระเจ้าตรัสห้ามไม่ให้กินผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ " เอวาจึงตอบงูว่า "ผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้กินได้ทั้งหมด เว้นแต่ผลที่ให้รู้จักความดีและชั่ว พระเจ้าตรัสห้ามว่า อย่ากิน เกลือกว่าจะตาย" งูจึงหลอกฮาวาโดยพุดว่า "เจ้าจะไม่ตายจริงดอก เพราะพระเจ้าทรงทราบอยู่ว่า เจ้ากินผลไม้นั้นเข้าไปในวันใด ตาของเจ้าก็จะสว่างขึ้นในวันนั้น แล้วเจ้าจะได้เป็นเหมือนพระ คือรู้จักความดีและชั้ว" เอวาจึงคล้อยตามการชี้นำของซาตาน หยิบผลไม้ที่พระเจ้าตรัสห้ามมากินเข้าไป ทั้งยังส่งให้อาดามกินด้วย.
การละเมิดต่อพระบัญชาโดยเจตนาเช่นนั้น ทำให้สัมพันธภาพอันดีของเขากับพระเจ้ายุติลง และตั้งแต่วันนี้นเอง ทั้งสองจึง ตาย ในสายพระเนตรพระเจ้า "เขามีมลทิน และมีบาป ขาดจากชีวิตนิรันดร์ พระเจ้ายังได้ขับเขาออกจากสวนเอเดนด้วย"[2]
บาปสืบทอดมาถึงคนทั้งปวง [แก้]
ดังที่ หนังสือโรม 5:12 กล่าว "ความผิดได้เข้ามาในโลกเพราะคน ฯ เดียว และความตายก็เกิดมาเพราะความผิดนั้น อย่างนั้นแหละความตายจึงได้ลามไปถึงคนทั้งปวง เพราะคนทั้งปวงเป็นคนผิดอยู่แล้ว" เช่นเดียวกับแม่พิมพ์ หลังจากได้ทำบาปแล้ว อาดามยังคงมีอายุยืนยาวถึง 930 ปี จึงตาย แต่ก่อนตาย เขาได้ให้กำเนิดบุตรชาย-หญิง หลายคน ทุกคนจึงล้วนแต่สืบทอดความบาป ความไม่สมบูรณ์จากแม่พิมพ์เป็นมรดก บรรดามนุษย์ทั้งปวงที่เกิดมาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงจากพันธนาการของบาป ที่ยังผลเป็นความตายเรื่อยมา.เช่น บุตรชายที่ชื่อเซธ มีอายุได้ 950 ปีจึงตาย โนฮา อายุ 950 ปีจึงตาย เซม อายุได้ 600 ปี,อาระฟัดซัด 438ปี ระอู 239 ปีจึงตาย อับราฮัม 175 ปีจึงตาย ยาโคบ 147 ปีจึงตาย โมเสส 120 ปีจึงตาย ฯลฯ หนังสือปฐมกาล บท 1 มีการสะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ในหลาย ฯ ด้าน เช่น การคิด การพูด การกระทำ ฯลฯ ด้วย
การอภัยบาป [แก้]
แม้ว่ามนุษย์คู่แรกได้ทำผิดประสงค์ของพระองค์ในเรื่องชีวิตบนแผ่นดินโลก แต่นั่นหาได้ทำให้พระองค์ล้มเหลวไม่ โดยพระกรุณาอันไม่พึงได้รับต่อลูกหลานของอาดัมที่เกิดมา พระองค์ทรงเลือกอับราฮัม ชายผู้ยำเกรงพระเจ้า ตรัสสัญญากับท่านว่า จะมีพงศ์พันธุ์หนึ่งซึ่งจะมาบังเกิดในเซื้อวงศ์ของท่าน ผู้นี้จะได้กระทำตามการจัดเตรียมของพระเจ้า ที่จะช่วยมนุษย์โลกให้รอด พ้นจากบาป ...นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้นี้จะต้องเป็นบุคคลที่แตกต่างจากมนุษย์ทั้งปวงที่มีบาป เพราะที่บทเพลงสรรเสริญ 49:7,8 กล่าวว่า "ไม่มีใครสักคนเดียว ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดฯ เพื่อไถ่ชีวิตน้องของเขาก็ไม่ได้ หรือจะเอาทรัพย์ถวายพระเจ้าเพื่อไถ่ชีวิตน้องก็ไม่ได้ เพราะการไถ่นั้นใช้ค่ามาก ไม่มีวันสำเร็จเลย" จนกระทั่งหลายศตวรรตต่อมา หญิงพรหมจารีย์คนหนึ่งที่ชื่อมารีย์แห่งเมืองนาซาเรธ (ได้หมั้นไว้แล้วกับโยเซฟ ) ได้รับแจ้งจากทูตสวรรค์ของพระเจ้าว่า "เธอจะตั้งครรภ์คลอดบุตรชาย โดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญานบริสุทธิ์จากพระเจ้า และจะให้ชื่อบุตรนั้นว่า เยซู-พระวรสารนักบุญลูกา 1:34-36.นั่นจึงหมายความว่า พระกุมารเยซูจะกำเนิดมาโดยมิได้ปฏิสนธิเหมือนอย่างมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่พระเจ้าอาศัยครรภ์ของนางมารีย์ เพื่อพระเยซูจะกำเนิดมามีเนื้อและเลือดได้โดยไม่สืบทอดความบาปอย่างมนุษย์ แต่จะสมบูรณ์ ปราศจากบาป เหมือนอย่างอาดัมตอนที่ยังไม่ได้ทำบาป.
เหตุการณ์นั้นมาเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวยิวตามที่พระคัมภีร์พยากรณ์ เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติสมาและเริ่มประกาศถึงความหวังแก่ผู้คนเพื่อให้เขาทราบว่าพระเมสสิยาห์ที่ทรงสัญญาคือพระคริสต์ ซึ่งจะต้องวายพระซนฆ์เป็นค่าไถ่สำหรับคนเป็นอันมาก[3] และพระองค์ได้สละชีวิตที่สมบูรณ์เป็นเครื่องบูชาในปี 33 ส.ศ.พระองค์คือผู้ที่ยอห์นอัครทูตกล่าวว่า "ผู้ที่วางใจในพระบุตรจะมิได้พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร์"-พระวรสารนักบุญยอห์น 3:16
ดังนั้นเอง การแสดงความเชื่อต่อการจัดเตรียมเกี่ยวกับค่าไถ่ที่พระเจ้าประทานให้โดยทางพระเยซู จึงเป็นร่องทางที่มนุษย์คนใด ฯ ก็ตามที่เชื่อจะกลับมีสัมพันธภาพอันดีกับพระเจ้าได้ ขณะที่พวกเขาจะปฏิเสธหรือพยายามที่จะไม่ทำบาปเป็นอาจิณ แต่เขาจะทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานศีลธรรมที่พระเจ้าวางไว้ ครั้นแล้วการอภัยบาปจึงเป็นไปได้สำหรับคนนั้น.แม้ว่าเขาอาจจบชีวิตก่อนที่เครื่องบูชาไถ่ของพระเยซูจะสำเร็จครบถ้วน ณ.ตอนสิ้นรัชสมัยพันปีก็ตาม เขายังคงได้รับการระลึกถึงโดยการกลับเป็นขึ้นจากตายเพื่อมีชีวิตอีกในช่วงหนึ่งพันปีของพระคริสต์ เวลาที่เรียกว่า "โลกใหม่"[4] ตามคำสัญญาของพระเจ้า.และเมื่อถึงคราวที่คุณค่าแห่งค่าไถ่ที่พระเยซูถวายแก่พระเจ้านั้นจะครบถ้วน ณ.ตอนสิ้นรัชสมัยพันปีของพระคริสต์ มนุษย์สามารถปิติยินดีได้ที่พบว่า เขาได้บรรลุถึงความสมบูรณ์ของชีวิต พ้นจากการเป็นทาสบาป เพราะบาปได้รับการอภัยแล้ว และดังนั้นเขาจึงมีชีวิตเป็นนิรันดร์.[5]
ทัศนะคาทอลิก [แก้]
คริสตจักรโรมันคาทอลิกถือว่าบาปมี 2 ชนิด บาปหนักและบาปเบา
บาปหนัก [แก้]
ผลของบาปหนัก [แก้]
- ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนมนุษย์ และพระเป็นเจ้า
- ทำลายชีวิตเหนือธรรมชาติในใจเรา
- ไม่สามารถรับพระหรรษทานจากพระได้ ชีวิตค่อยๆแห้งตาย ที่สุดต้องรับโทษในนรก
วิธีการแก้ไขหากทำบาปหนัก [แก้]
- เป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ หรือแท้จริง
- รีบไปสารภาพบาปกับบาทหลวง
- ตั้งใจ และระวังไม่ทำบาปหนำซ้ำอีกต่อไป
บาปเบา [แก้]
ผลของบาปเบา [แก้]
จิตใจของเราจะค่อยๆแข็งกระด้างทีละน้อย สนุกในความผิดบาป ชินชา ไม่ยอมฟังเสียงของพระ และพาไปสู่การทำบาปหนัก
วิธีการแก้ไข [แก้]
- เป็นทุกข์เสียใจอย่างสมบูรณ์ ที่ได้ทำผิดพลาดไป
- สวดภาวนา หรือ ทำกิจการดีอื่นๆ ชดเชยความผิดพลาด
- ตั้งใจและระวังจะไม่ทำผิดซ้ำอีก
- พยายาม ไม่อยู่ในสถานที่ที่ชักชวนให้ทำบาป หรือท่าทางบาป
- หากมีโอกาส ให้ไปสารภาพบาปกับบาทหลวง
อ้างอิง [แก้]
- ^ หนังสือปฐมกาล 2:17
- ^ หนังสือปฐมกาล บท 3
- ^ พระวรสารนักบุญมัทธิว 20:28
- ^ พระวรสารนักบุญยอห์น 5:28,29
- ^ หนังสือวิวรณ์ 21:1-4