บานประตูวิหารวัดพระฝาง
|
บานประตูวัดพระฝาง เป็นบานประตูไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกโบราณสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นบานประตูพุทธศาสนสถานที่มีความสวยงามมากที่สุด 1 ใน 3 คู่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ บานประตูวิหารวัดพระฝาง, บานประตูพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ และบานประตูวิหารวัดดอนสัก โดยประตูวิหารวัดพระฝางนี้เป็น 1 ใน 2 คู่ บานประตูสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน[1]
ปัจจุบันบานประตูวัดพระฝางบานเดิมจัดแสดงอยู่ที่อาคารธรรมสภา วัดธรรมาธิปไตย ภายในตัวเมืองอุตรดิตถ์ [2]ส่วนบานจำลองสร้างใหม่ติดตั้งจัดแสดงอยู่ในกรอบประตูวิหารหลวงวัดพระฝาง สามารถเข้าชมได้ทุกวัน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
[แก้] ความสำคัญ
บานประตูวัดพระฝาง คู่นี้แกะสลักในสมัยอยุธยา เป็นบานประตูไม้จำหลักปิดทองโบราณขนาดใหญ่ แสดงถึงชั้นเชิงในฝีมือช่างไม้ของคนในสมัยอยุธยาที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน บานประตูคู่นี้แต่ละบานมีขนาดกว้าง 1.2 เมตร สูง 5.3 เมตร และหนาถึง 16 เซนติเมตร ทำจากไม้ปรุแกะสลักเป็นลายกนกก้านขด ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ บานละ 7 พุ่ม ระหว่างพุ่มทรงข้าวบิณฑ์มีกนกใบเทศขนาบ สองข้างขวามือด้านบนมีอกเลาประตูอยู่ตรงกลาง แกะสลักเป็นลายเทพพนม ตอนบนอกเลา 4 องค์ตอนล่างอกเลา 4 องค์ กล่าวกันว่างดงามเป็นที่สองรองจากประตูพระวิหารหลวง วัดสุทัศน์ในกรุงเทพมหานครฯ
ในพระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ พุทธศักราช 2444 ได้ทรงกล่าวถึงบานประตูวัดพระฝางไว้ว่า[3]
[แก้] สถานที่จัดแสดง
เดิมบานประตูคู่นี้ติดตั้งเป็นบานประตูของพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุประจำเมืองฝาง (วัดพระฝาง) มาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในระยะหลังเมืองฝางเสื่อมความเจริญ วัดพระฝางและวิหารหลวงจึงถูกทิ้งให้รกร้างทรุดโทรมขาดการดูแลรักษา อันตรายต่อการถูกโจรกรรมและถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ ดังนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 พระสุธรรมเมธี (บันลือ ธมฺมธโช) เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ในสมัยนั้นจึงได้ขออนุญาตกรมศิลปากรนำมาเก็บรักษาไว้อาคารธรรมสภา วัดธรรมาธิปไตย ซึ่งอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์แทนจนถึงปัจจุบัน
[แก้] การอนุรักษ์
ในปี พ.ศ. 2534 กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาอนุรักษ์เนื้อไม้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ บานประตูวัดพระฝางจึงมีสภาพอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
[แก้] บานประตูวัดพระฝางจำลอง
ในปี พ.ศ. 2550 สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม[4] ได้จัดทำบานประตูวัดพระฝางจำลอง เพื่อนำไปติดตั้งที่เดิม ยังกรอบประตูของวิหารหลวงวัดพระฝาง ในคราวงานสมโภชพระฝางทรงเครื่องจำลอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ในปัจจุบันมีบานประตูวัดพระฝาง 2 คู่
-
บานประตูวัดพระฝางก่อนการบูรณะโดยกรมศิลปกรในปี พ.ศ. 2534
-
บานประตูวัดพระฝางบานเดิมที่จัดแสดงอยู่ในอาคารธรรมสภา วัดธรรมาธิปไตย หลังการบูรณะโดยกรมศิลปกรในปี พ.ศ. 2534
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] อ้างอิง
- ^ ______. (2550). อุตรดิตถ์. แพร่: ห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่ไทยการพิมพ์.
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ, เล่ม 92, ตอน 109, 10 มิถุนายน พ.ศ. 2518, หน้า 1422
- ^ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2465). พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5 นับในหนังสือเรื่องเที่ยวที่ต่าง ๆเปนภาคที่ 5. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ไทย. หน้า 46-47
- ^ โครงการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานวัดพระฝางสว่างคบุรีมุนีนาถ (วัดพระฝาง).เว็บไซต์สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง