บัวขาว บัญชาเมฆ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บัวขาว ป.ประมุข)
สมบัติ บัญชาเมฆ
Buakaw Por.Puramuk.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง สมบัติ บัญชาเมฆ[1]
ฉายา ดำดอตคอม
แบล็กโกลด์
วันเกิด 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 (31 ปี)[1]
สถานที่เกิด บ้านสองหนอง อำเภอสำโรงทาบ
จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.74 ม. (5 ฟุต 9 นิ้ว)
น้ำหนัก 69.5 กก. (153 ปอนด์)
รุ่น เฟเธอร์เวท
ไลท์เวท
เวลเตอร์เวท
จูเนียร์มิดเดิลเวท
ค่ายมวย ค่ายมวย ป.ประมุข[2]
ค่ายมวยบัญชาเมฆ
ผู้จัดการ ว่าที่ร้อยโทธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม
ผู้ฝึกสอน ว่าที่ร้อยโทธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม
สเถียร สมขาว
สถิติ
ชก 260
ชนะ 208
ชนะน็อก 54
แพ้ 40
เสมอ 12
'
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม สมบัติ บัญชาเมฆ
วันเกิด
สถานที่เกิด
ตำแหน่ง ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน อาร์แบค
หมายเลข 16
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
2557 อาร์แบค 1

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ

สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว ป.ประมุข[2] เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการการต่อสู้ระดับสากล โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่น เคยเป็นนักมวยไทยสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข ส่วนสูง 174 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม บัวขาวจัดเป็นหนึ่งในนักกีฬาอาชีพไทยที่ทำรายได้สูง โดยส่วนใหญ่มาจากการชกมวยที่ต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ไทยเรื่อง ซามูไร อโยธยา[3] และใน พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยไฟท์ ที่ประเทศไทย ในรุ่น 70 กิโลกรัม[4] ซึ่งได้เป็นแชมป์ของการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย[5]

บัวขาวเข้าแข่งขันไทยไฟต์อีกครั้งในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยครั้งนี้ได้พบกับเมาโร เซียรา ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวอิตาลี และบัวขาวเป็นฝ่ายชนะน็อค[6]

นอกเหนือจากกีฬาชกมวยแล้ว บัวขาวยังเล่นฟุตบอลอาชีพในไทยลีก ดิวิชั่น 2 ให้กับสโมสรฟุตบอลอาร์แบคในฤดูกาล 2014 ในตำแหน่งศูนย์หน้า [7]

ประวัติ[แก้]

สมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว เกิดและเริ่มชีวิตอาชีพมวยไทย ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น เขาได้เข้ากรุงเทพมาสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข เมื่ออายุ 15 ปี บัวขาวได้รับเข็มขัดแชมป์มาครองเป็นจำนวนมากภายหลังเริ่มอาชีพมวยไทยที่กรุงเทพ ได้แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวท แชมป์ประเทศไทยรุ่นเฟเธอร์เวท และแชมป์ที่เวทีมวยสยามอ้อมน้อยอีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท ในปี พ.ศ. 2545 บัวขาวชนะเลิศมวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยเวทีลุมพินี ชนะโคบายาชินักชกชาวญี่ปุ่น[8]

พ.ศ. 2547 บัวขาวชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2004 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยชนะ จอห์น เวย์น พาร์ นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย โคะฮิรุยมาคิ และมาซาโตะแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น[8] และในปีต่อมา บัวขาวเกือบที่จะรักษาแชมป์รายการ เค-วัน ได้ โดยแพ้คะแนน แอนดี้ ซอเยอร์ ในนัดชิงชนะเลิศอย่างน่ากังขา[1]

พ.ศ. 2549 บัวขาวเข้าชิงชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง[8] โดยเป็นนักมวยคนแรกในรายการนี้ที่ชนะเลิศสองสมัย

พ.ศ. 2550 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 บัวขาวสามารถผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายโดยชนะคะแนน ไนกีย์ "เดอะ เนเจอรัล" โฮลต์ซเคน นักมวยชาวฮอลแลนด์

พ.ศ. 2551 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยบัวขาวแพ้น็อกให้กับ โยชิฮิโร ซาโตะ นักมวยชาวญี่ปุ่น แฟนมวยบางส่วนกังขาว่ามีการล้มมวยหรือไม่ แต่พิจารณาแล้วพบว่าบัวขาวแพ้น็อกจริงๆ ด้วยเข่าของซาโตะทำให้จุกและโดนหมัดฮุคเข้ากกหูสลบคาเวที นับเป็นความเสียใจของผู้ชมชาวไทยครั้งหนึ่ง

พ.ศ. 2552 บัวขาวเข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ โดยคราวนี้สามารถเข้าถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ต้องมาแพ้คะแนนให้แอนดี้ ซาวเวอร์ คู่ปรับเก่าอย่างน่ากังขาอีกหน บัวขาวถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้กรรมการชี้แจงผลการตัดสิน แฟนมวยเควันต่างพากันเห็นใจบัวขาวโดยมีหลักฐานคือผลโหวตนักสู้เค-วันแม็กซ์ของปีนี้ บัวขาวได้เป็นอันดับ 2 ด้อยกว่าเพียงจอร์จิโอ เปโตรเซียน ผู้เป็นแชมป์รายการเควันปีนี้เท่านั้น

ใน พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าแข่งขันในรายการไทยไฟท์ โดยเป็นฝ่ายชนะน็อค ไมเคิล พิซิเทโล่ ซึ่งเป็นนักมวยไทยชาวฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศ และได้พบกับแฟร้งค์ จอร์จี้ จากประเทศออสเตรเลียในรอบชิงชนะเลิศที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 18 ธันวาคม ของปีเดียวกันนี้[9] ซึ่งบัวขาวเป็นฝ่ายชนะ และครองแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้[5]

พ.ศ. 2555 บัวขาวตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อได้หายตัวออกจากค่ายอย่างเป็นปริศนา หลังจากนั้นไม่นาน บัวขาวก็ได้ปรากฏตัวพร้อมเผยว่า ที่ต้องหนีออกจากค่ายเนื่องจากไม่พอใจในหลาย ๆ อย่าง และต้องการเป็นอิสระ ซึ่งทางค่าย ป.ประมุขก็ได้เผยว่า หากบัวขาวขึ้นชกต่อไป จะถือว่าผิดสัญญาตามกฎหมาย และจะทำการฟ้องร้อง แต่ในในวันที่ 17 เมษายน บัวขาวได้ขึ้นชกในรายการไทยไฟท์ ในนัดเปิดรายการ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในฐานะแชมป์เก่า เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก รัสเต็ม ซารีปอฟ นักมวยชาวรัสเซียไปได้ในยกที่ 2 ซึ่งหลังการชก บัวขาวเปิดเผยว่า ตนขึ้นชกโดยไม่กลัวว่าจะผิดกฎหมาย แม้จะต้องติดคุกก็ตาม [10] ปัจจุบัน ทำค่ายมวยที่บ้านเกิดบ้านสองหนอง อำเภอสำโรงทาบจ.สุรินทร์ "ค่ายบัญชาเมฆ"เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาศิลปะแม้ไม้มวยไทย

การหายตัวไปใน พ.ศ. 2555[แก้]

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555 บัวขาวได้หายตัวไปอย่างลึกลับ และไม่สามารถติดต่อได้[11][12] โดยทางฝ่ายจัดการได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนแผนการแข่งขันที่จะจัดขึ้นทั้งในประเทศฝรั่งเศส และอังกฤษ[1][13] โดยมีการกล่าวถึงการหายตัวของบัวขาวในสื่อมวลชนหลายแห่ง ทั้งในและนอกประเทศไทย[14][15] และในที่สุด บัวขาวก็ได้เปิดเผยตัว โดยให้สัมภาษณ์ว่า ที่หายตัวนั้นไปไม่ได้เป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่ตัดสินใจอย่างดีแล้ว เนื่องจากไม่พอใจในเรื่องส่วนแบ่งค่าตัวของตัวเอง และนักมวยรุ่นน้องในค่าย[16]

ที่สุดในวันที่ 17 เมษายน ปีเดียวกัน บัวขาวได้ขึ้นชกในรายการไทยไฟท์ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในฐานะแชมป์เก่า และถือเป็นนักมวยแทน ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง ที่พักผ่อนไม่เกิน 21 วัน ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย โดยเป็นฝ่ายเอาชนะน็อก รัสเต็ม ซารีปอฟ นักมวยชาวรัสเซียไปได้ในยกที่ 2 ซึ่งหลังการชก บัวขาวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนขึ้นชกโดยไม่กลัวว่าจะผิดกฎหมาย แม้จะต้องติดคุกก็ตาม เพราะก่อนหน้านั้นทางค่าย ป.ประมุข ได้เปิดเผยสัญญาว่า หากบัวขาวขึ้นชกในรายการนี้โดยที่ไม่สังกัดค่ายจะถือว่าผิดกฎหมาย และจะทำการฟ้องร้อง[17]

บัวขาว ได้ร่วมกับ ดี พุฒหอม (ครูมวยคนแรก) และ ทอง บุรากร (เทรนเนอร์คนแรก) เปิดค่ายฝึกสอนมวยไทย ที่จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้ชื่อค่าย "บัวขาว" หรือ "บัญชาเมฆ" เป็นชื่อชั่วคราว[18] ก่อนที่จะเซ็นสัญญาร่วมกับค่ายมวย ป.ประมุขอีกครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปี[2]

โปรโมเตอร์[แก้]

บัวขาว ได้เป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันชกมวยเองเมื่อปี พ.ศ. 2556 ในรายการ "แม็กซ์เวิลด์แชมเปี้ยน 2013" ที่สนามสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นรายการการแข่งขันมวยไทยในระดับนานาชาติ ในแบบทัวร์นาเมนต์ โดยการแข่งขันเริ่มขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม ปีเดียวกัน[19]

เกียรติประวัติ[แก้]

  • อดีตแชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่น 126 ปอนด์
  • อดีตแชมป์ประเทศไทย มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวท 126 ปอนด์
  • อดีตแชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นไลท์เวท
  • แชมป์มวยไทยมาราธอน โตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ในพ.ศ. 2545
  • แชมป์ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2004 ในพ.ศ. 2547
  • รองแชมป์ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2005 ในพ.ศ. 2548
  • S1 ซูเปอร์เวลเธอร์เวท เวิลด์แชมเปี้ยน
  • WMC มิดเดิลเวทเวิลด์แชมเปี้ยน[20]
  • แชมป์ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2006 ในพ.ศ. 2549
  • พ.ศ. 2554 แชมป์ไทยไฟท์ 2011 (70 กก.)[5]

ปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์[แก้]

วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556 บัวขาวเข้ารับพระราชทานปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[21]

สถิติการแข่งขัน[แก้]

สถิติการแข่งขัน

คำอธิบาย:       ชนะ       แพ้       เสมอ/ถอนสิทธิ์       หมายเหตุ

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 ปูมเข้ม 'บัวขาว' 'แบล๊กโกลด์' มวยโลก. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12420. วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 13
  2. 2.0 2.1 2.2 ซีรีส์จบ!แก๊-บัวขาวแฮบปี้เคลียร์ลงตัว
  3. ซามูไรอโยธยา (2010)
  4. น็อกเอาต์ฉบับมวยสยาม. ปีที่ 23 ฉบับที่ 1981. วันที่ 5-11 ตุลาคม 2554. ISSN 15135438. หน้า 11
  5. 5.0 5.1 5.2 บัวขาว ป.ประมุข และ เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง คว้าแชมป์ไทย ไฟต์ 2011
  6. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 20 ฉบับที่ 6995. วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555. หน้า 6
  7. กองหลังสะดุ้ง!บัวขาวเปิดตัวค้าแข้งอาร์แบค โพสต์ทูเดย์, 16 กุมภาพันธ์ 2557
  8. 8.0 8.1 8.2 เปิดประวัติ บัวขาว ป.ประมุข. มติชนสุดสัปดาห์. ปีที่ 32 ฉบับที่ 1648. วันที่ 16-22 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8196. หน้า 96
  9. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6664. วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554. หน้า 6
  10. หน้า 19 เดลินิวส์ฉบับที่ 22,833: วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555
  11. "Missing fighter Buakaw 'worn out'". Bangkok Post. March 9, 2012. สืบค้นเมื่อ March 9, 2012. 
  12. "Boxer Buakaw goes missing". The Nation. March 9, 2012. สืบค้นเมื่อ March 9, 2012. 
  13. คมชัดลึก. ปีที่ 11 ฉบับที่ 3794. วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 23-24
  14. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12419. วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 12
  15. คมชัดลึก. ปีที่ 11 ฉบับที่ 3795. วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 31
  16. "บัวขาว" โผล่!เคืองค่าย ขอพักใจไม่มีกำหนด จากผู้จัดการออนไลน์
  17. หน้า 19 เดลินิวส์ฉบับที่ 22,833: วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555
  18. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. ปีที่ 35 ฉบับที่ 12430. วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555. ISSN 1686-8188. หน้า 15
  19. 'บัวขาว'ประเดิม, หน้า 21-21, 38. ไทยรัฐ: ปีที่ 34 ฉบับที่ 20177. ศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556
  20. ข่าวการแข่งขัน (อังกฤษ)
  21. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 20 ฉบับที่ 7280. วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556. หน้า 7
  22. http://www.wmcmuaythai.org/html/09_3006_01.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]