บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
-
บทความนี้เกี่ยวกับละครโทรทัศน์ สำหรับหนังสือ ดูที่ อิชิริตโตะรุโนะนะมิดะ
| บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร | |
| ชื่อในภาษาแม่ | 1リットルの涙 |
|---|---|
| รูปแบบรายการ | |
| แสดงโดย | เอะริกะ ซะวะจิริ ฮิโระโกะ ยะกุชิมะรุ เรียว นิชิกิโดะ ทะกะโนะริ จินไน |
| เพลงจบรายการ | โอนลีฮิวมัน (Only Human) |
| ประเทศต้นกำเนิด | ญี่ปุ่น |
| ภาษา | ไทย |
| จำนวนตอน | 11 |
| การผลิต | |
| โปรดิวเซอร์ | ซะโตะโกะ คะชิกะวะ (Satoko Kashikawa) |
| ความยาวตอน | หนึ่งชั่วโมงโดยไม่พักโฆษณา |
| การออกอากาศ | |
| เครือข่าย/สถานี | |
| ฉายครั้งแรก | 5 พฤษภาคม 2551 |
| ออกอากาศ | จันทร์,อังคาร
20:30 – 21:30 น. |
| รายการที่เกี่ยวข้อง | |
| รายการก่อนหน้า | อินไซด์ทีวีไทย |
| รายการถัดไป | ที่นี่ทีวีไทย |
| เว็บไซต์ทางการ | |
| Fujitv.co.jp/tears | |
บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร (ญี่ปุ่น: 1リットルの涙; โรมะจิ: Ichi Rittoru no Namida, อิชิ ริตโตะรุ โนะ นะมิดะ; แปล: น้ำตาหนึ่งลิตร) เป็นละครโทรทัศน์สัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากบันทึกประจำวันชื่อ “อิชิ ริตโตะรุ โนะ นะมิดะ” ของอะยะ คิโต (ญี่ปุ่น: 木藤亜也; โรมะจิ: Aya Kitō) (19 กรกฎาคม 2505—23 เมษายน 2531) ผู้ป่วยเป็นโรคสไปโนเซระเบลลาร์อาแท็กเซียและต้องเผชิญชีวิตกระทั่งถึงแก่ความตายก่อนวัยอันควร อนึ่งละครโทรทัศน์ได้ดัดแปลงชื่อของตัวละครและเพิ่มบทบาทของ ฮะรุโตะ อะโซ คู่รักของอายะเข้าไปเพื่อให้ละครน่าชมในบันทึกของอายะ คิโต มิได้มีการกล่าวถึงบุคคลผู้นี้แต่ประการใด
เนื้อหา |
[แก้] เรื่องย่อ
| ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ |
ละครเรื่องนี้สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นวัยสิบห้าปีชื่ออะยะ คิโต ซึ่งป่วยเป็นโรคสไปโนเซระเบลลาร์อาแท็กเซีย อันเป็นโรคที่ไร้หนทางเยียวยากระทั่งถึงแก่ความตายเมื่อวัยยี่สิบห้า บทละครอ้างอิงบันทึกประจำวันที่อะยะเขียนขึ้นกระทั่งไม่สามารถจับปากกาอีกต่อไปได้
ละครเริ่มต้นจากสมัยที่อะยะกำลังจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เธอนั่งหลับบนรถจนเลยโรงเรียนไปเกือบจะเข้าสอบไม่ทัน อะยะต้องวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปเข้าสอบให้ทันและระหว่างนั้นได้ไปพบกับฮะรุโตะ (Haruto Aso) ซึ่งกำลังคิดจะไม่เข้าสอบอยู่พอดี แต่ด้วยความสงสารอะยะจึงต้องถีบจักรยานไปส่งเธอที่สนามสอบท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ผลปรากฏว่าในที่สุดทั้งสองคนจึงได้เข้าสอบและผ่านเข้าไปเรียนในชั้นเรียนเดียวกัน เนื่องจากทั้งสองเป็นนักเรียนหญิงและนักเรียนชายที่เป็นชื่อแรกของห้องเรียน ทั้งสองจึงถูกคุณครูเลือกให้เป็นตัวแทนของชั้นเรียนในการประสานงานกิจกรรมของห้อง
ความผิดปกติค่อยๆ เกิดขึ้นกับอะยะทีละเล็กทีละน้อยมีแต่มารดาของอะยะซึ่งมีอาชีพในการให้คำปรึกษาสุขภาพเท่านั้นที่สังเกตรับรู้ได้ แม่ของอะยะเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบและเอาใจใส่ครอบครัว เธอพบว่าหลายครั้งที่อายะล้มนั้นจะไม่เอามือยันพื้นเหมือนคนทั่วไป ตลอดจนการหยิบจับสิ่งของก็ไม่ถนัดนัก เคยคีบอาหารหล่นอยู่บ่อยๆ และรินเหล้าหกใส่คุณพ่อในวันสำคัญ จนกระทั่งวันหนึ่งอะยะล้มลงอย่างแรงขณะวิ่งไปโรงเรียนยามเช้า คางแตกเพราะกระแทกถนน มารดาของอะยะจึงรุดพาตัวไปโรงพยาบาลและถือโอกาสนี้ในการตรวจหาสาเหตุที่เกิดขึ้น
งานชิ้นแรกที่อะยะและฮะรุโตะได้รับมอบหมายนั้นก็คือการประกวดร้องเพลงประสานเสียง ฮารุโตะแรกเริ่มนั้นมีท่าทีเย็นชาและไม่สุงสิงกับผู้คนจึงไม่ร่วมมือกับอะยะเท่าที่ควร อะยะต้องรับบทผู้อำนวยเพลงถือไม้บาตองกำกับการร้องประสานเสียงของชั้นเรียน ระหว่างที่การฝึกซ้อมดำเนินไป อะยะก็ต้องเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลประกอบกันไป บางครั้งในการฝึกซ้อมอาการของโรคได้กำเริบขึ้นมาจนผิดสังเกตจนอายะพลั้งทำโน้ตเพลงหล่นกระจัดกระจายทั่วพื้นห้อง แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้น วันสุดท้ายก่อนการแสดงนั้นพ่อแม่ของอะยะไปที่โรงพยาบาลและรับทราบแล้วว่าอะยะป่วยเป็นสไปโนเซระเบลลาร์อาแท็กเซียซึ่งเป็นโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ แต่อะยะยังไม่รู้ความจริงดังกล่าวนี้และยังขึ้นอำนวยเพลงอย่างเต็มภาคภูมิอย่างคนปกติเป็นครั้งสุดท้าย
หลังจากนั้นเมื่อเธอทราบความจริงเกี่ยวกับโรคร้ายและอาการของโรคได้ปรากฏเด่นชัดขึ้น ความรักครั้งแรกกับรุ่นพี่ ยุจิ คะวะโมะโตะ (Yuji Kawamoto) ในโรงเรียนก็ค่อยๆ สิ้นสุดลง เพราะรุ่นพี่หลีกเลี่ยงที่จะคบกับเธอที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ในทางตรงข้ามฮะรุโตะที่เคยเป็นคนเฉยเมยไม่ไม่ใส่ใจใครก็กลับมาเอาใจใส่เธอมากขึ้น ครั้งหนึ่งรุ่นพี่คนนี้ทอดทิ้งให้อะยะต้องรอท่ามกลางสายฝนที่สวนสัตว์แต่ฮะรุโตะก็รู้ว่ารุ่นพี่จะไม่มาจึงได้ไปพาอะยะกลับโรงพยาบาล จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แนบแน่นขึ้นเป็นลำดับ
อะยะได้เรียนรู้ว่าฮะรุโตะไม่ใช้คนเย็นชาอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นเพราะพี่ชายของเขาได้เสียชีวิตไปอย่างกระทันหันทำให้เขาหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตและเคยคุยกับอะยะว่ามนุษย์นี่เห็นแก่ตัวที่อยากจะมีชีวิตอยู่ไปไม่รู้จักจบสิ้นในขณะที่พืชและสัตว์ดูเหมือนจะมีช่วงชีวิตของมัน ครั้งหนึ่งอะยะถึงกับถามฮะรุโตะว่าชีวิตใครจะเป็นจะตายมันไม่สำคัญกับเขาเลยหรือ ฮะรุโตะในตอนนั้นก็ตอบว่าไม่ แต่ต่อมาฮะรุโตะจึงได้เรียนรู้ความหมายของการดำรงอยู่นี้จากอะยะและตั้งใจเล่าเรียนเพื่อเป็นแพทย์ในอนาคต นับแต่ได้มาพบกับอะยะ ฮะรุโตะได้เปลี่ยนแปลงตนเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตั้งใจค้นคว้าตำราการแพทย์เจริญรอยตามบิดาที่เป็นอาจารย์แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยโจนัน
แม้ว่าอาการของอะยะจะยิ่งทรุดลงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ยิ่งแนบแน่นขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งอะยะก็ไม่สามารถอยู่ที่โรงเรียนของคนปกติได้อีกต่อไปเธอต้องตัดสินใจย้ายไปเรียนที่โรงเรียนของผู้ทุพพลภาพ การตัดสินใจที่จะต้องจากโรงเรียนเดิมของเธอไปยังโรงเรียนแห่งใหม่นี้เธอกล่าวว่า "ต้องเสียน้ำตาถึงหนึ่งลิตร ถึงจะตัดสินใจได้"
การป่วยของอะยะส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างทุกคน และสะท้อนให้เห็นถึงความรักความเอาใจใส่ที่ครอบครัวมีให้กับเธอ ครั้งถึงแม่ของอะยะถึงกับกล่าวว่า "แม่ขอโทษที่เป็นโรคนี้แทนหนูไม่ได้" และน้องสาวของเธอที่เคยอิจฉาริษยาอายะมาโดยตลอดก็กลับตัวกลับใจตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับอะยะให้ได้ เพื่อสานฝันที่อะยะไม่อาจเดินทางไปจนสุดทาง น้องชายคนเดียวของอะยะก็ต้องกล้าหาญที่จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกดูแคลนพี่สาวตัวเองและภูมิใจในพี่อะยะที่แม้จะป่วยพิกลพิการแต่ก็ฝึกสอนเขาเล่นฟุตบอลจนได้รับคัดเลือกให้ไปเล่นยิงประตูได้
ฮารุโตะเป็นคนรักธรรมชาติและชอบเลี้ยงสัตว์ อะยะชอบให้เขาเล่าเรื่องสัตว์ต่างๆ ให้ฟังอยู่เสมอ จนวันหนึ่งอารุโตะพาอะยะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อะยะชอบปลาโลมานั้นสื่อสารกันได้ระยะใกล้โดยมิต้องใช้สุ้มเสียง ฮะรุโตะจึงซื้อที่ห้อยโทรศัพท์มือถือรูปปลาโลมาให้เป็นของขวัญ อะยะและฮะรุโตะจึงมีที่ห้อยโทรศัพท์รูปปลาโลมานี้เป็นเครื่องสื่อใจถึงกัน
เวลาที่ล่วงเลยไปค่อยๆ นำเอาความสามารถที่อะยะเคยมีไปทีละน้อย จากที่เคยเดินได้ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝัน ก็กลายเป็นต้องอยู่ในรถเข็นและในที่สุดแม้กระทั่งในความฝันอะยะก็เห็นตัวเองต้องนั่งอยู่ในรถเข็นเช่นกัน ด้วยโรคที่รุมเร้าทำให้เธอพูดได้ไม่ชัดเจนและไม่จบประโยค แต่คนที่ตั้งใจฟังอย่างฮะรุโตะก็เข้าใจเธอได้เสมอ เธอให้กำลังใจตัวเองว่าจะไม่พูดถึงสิ่งที่เคยทำได้ แต่จะพูดถึงที่ทำได้ในวันนี้ จนกระทั่งในปั้นปลายชีวิตของเธอ อะยะสื่อสารกับคนรอบข้างโดยการใช้นิ้วที่สั้นไหวชี้ตัวอักษรบนกระดานตัวอักษร แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อที่จะทำในสิ่งที่เธอยังทำได้อยู่
ด้วยเหตุที่ทราบว่าคงไม่อาจใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป ไม่มีอนาคตและไม่อาจแต่งงานได้ วันหนึ่งหลังจากที่กลับจากงานแต่งงานของคุณครูโรงเรียนผู้ทุพพลภาพ อะยะจึงคืนของขวัญที่ฮะรุโตะมอบให้ ตอนจบของเรื่อง อะยะเสียชีวิตลงโดยสงบ เรื่องราวของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยจำนวนมากมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป
ฟูจิทีวีได้ทำรายการตอนพิเศษเป็นเรื่องราวหลังจากที่อะยะเสียชีวิตไปแล้ว น้องสาวของอะยะได้เป็นพยาบาล ส่วนฮะรุโตะได้เป็นหมอที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่อายะเคยรักษาตัวอยู่ ฮะรุโตะต้องพบกับคนไข้ที่เป็นเด็กสาวที่ดื้อดึงไม่ร่วมมือในการรักษา จนในที่สุดฮารุโตะต้องนำเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาลและเล่าเรื่องราวของอายะให้ฟัง รายการตอนพิเศษนี้เป็นการเล่าเรื่องราวย้อนในตอนที่ผ่านๆ มาและแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ของอายะเป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นๆ ได้อย่างไร
| จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ |
[แก้] ผู้แสดง
- เอะริกะ ซะวะจิริ (Erika Sawajiri) : อะยะ อิเกะอุชิ (Aya Ikeuchi)
- ฮิโระโกะ ยะกุชิมะรุ (Hiroko Yakushimaru) : ชิโอะกะ อิเกะอุชิ (Shioka Ikeuchi), แม่ของอะยะ
- ทะกะโนะริ จินไน (Takanori Jinnai) : มิซุโอะ อิเกะอุชิ (Mizuo Ikeuchi), พ่อของอะยะ
- ริโกะ นะรุมิ (Riko Narumi) : อะโกะ อิเกะอุชิ (Ako Ikeuchi), น้องสาวของอะยะ
- ยะมะ ซะนะดะ (Yuma Sanada) : ฮิโระกิ อิเกะอุชิ (Hiroki Ikeuchi), น้องชายของอะยะ
- อะนิ มิโยะชิ (Ani Miyoshi) : ริกะ อิเกะอุชิ (Rika Ikeuchi), น้องสาวคนเล็กของอะยะ
- เรียว นิชิกิโดะ (Ryō Nishikido) : ฮะรุโตะ อะโซ (Haruto Asō), คู่รักของอะยะ
- นะโอะฮิโตะ ฟุจิกิ (Naohito Fujiki) : ฮิโระชิ มิซุโนะ (Hiroshi Mizuno), แพทย์
- ซะโอะริ คิโอะเดะ (Saori Koide) : มะริ ซุงิอุระ (Mari Sugiura), เพื่อนของอะยะ
- เคะนิชิ มะสึยะมะ (Kenichi Matsuyama) : ยุจิ คะวะโมะโตะ (Yuji Kawamoto), คู่รักคนแรกของอะยะ ((รุ่นพี่))
- คะนะ มะสึโมะโตะ (Kana Matsumoto) : ซะกิ มะสึมุระ (Saki Matsumura)
- โมะโมะซุเกะ มิซุตะนิ (Momosuke Mizutani) : โคะเฮ องดะ (Kohei Onda)
- เรียว ฮะชิดุเมะ (Ryo Hashidume) : เคตะ นะกะฮะระ (Keita Nakahara)
- ฮิโระชิ คะสึโนะ (Hiroshi Katsuno) : โยะชิฟุมิ อะโซ (Yoshifumi Asō), บิดาของฮะรุโตะ
- อะซะเอะ โอะนิชิ (Asae Onishi) : อะซุมิ โอะอิกะวะ (Asumi Oikawa), เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งของอะยะที่โรงเรียนสำหรับบุคคลทุพพลภาพ อะซุมิป่วยเป็นโรคเดียวกับอะยะ
- ยูกิ ซะโตะ (Yuuki Sato) : เคซุเกะ อะโซ (Keisuke Asō), พี่ชายของฮะรุโตะ
- มะยะ ฮะมะโอกะ (Maya Hamaoka) : คิกุเอะ โอะอิกะวะ (Kikue Oikawa)
- คะซุโกะ คะโต (Kazuko Katō) : มะโดะกะ ฟุจิมุระ (Madoka Fujimura)
- โทะชิฮิเดะ โทะเนะซะกุ (Toshihide Tonesaku) : คีชิ ทะกะโนะ (Kiichi Takano), อาสาสมัครคนหนึ่งที่โรงเรียนสำหรับบุคคลทุพพลภาพ ผู้ซึ่งต่อมาสมรสกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว
- ชิเงะยุกิ ซะโต (Shigeyuki Satō) : นิชิโนะ (Nishino), ครูประจำชั้นของอะยะสมัยมัธยมศึกษา
[แก้] การแพร่ภาพ
[แก้]
ญี่ปุ่น
[แก้]
ฮ่องกง
[แก้]
อินโดนีเซีย
- วันแพร่ภาพ: 4 พฤษภาคม—18 พฤษภาคม 2550
[แก้]
ไต้หวัน
- วันแพร่ภาพ: 2 กรกฎาคม—18 กรกฎาคม 2550
[แก้]
มาเลเซีย
- วันแพร่ภาพ: 4 กรกฎาคม—20 ตุลาคม 2550
- เวลาแพร่ภาพ : วันเสาร์ เวลา 18:00—19:00 นาฬิกา
- สถานีโทรทัศน์: เอททีวี (8TV)
[แก้]
ไทย
- วันแพร่ภาพ: 5 พฤษภาคม 2551-9 มิถุนายน 2551
- เวลาแพร่ภาพ : วันจันทร์—วันอังคาร เวลา 20:30—21:30 นาฬิกา
- สถานีโทรทัศน์: ทีวีไทย
[แก้] กำหนดการแพร่ภาพในประเทศไทย
| ตอนที่ | ชื่อตอน | วันแพร่ภาพ |
|---|---|---|
| 1 | ภาวะเริ่มแรกของวัยรุ่น ある青春の始まり |
5 พฤษภาคม 2551 |
| 2 | วัยสิบห้าปี เมื่อโรคร้ายย่างกรายเข้าหา 15才、忍びよる病魔 |
6 พฤษภาคม 2551 |
| 3 | ทำไมโรคนี้จึงเลือกฉัน 病気はどうして私を選んだの |
12 พฤษภาคม 2551 |
| 4 | สองคนผู้โดดเดี่ยว 二人の孤独 |
13 พฤษภาคม 2551 |
| 5 | บัตรประจำตัวผู้ทุพพลภาพ 障害者手帳 |
19 พฤษภาคม 2551 |
| 6 | สายตาอันโหดร้าย 心ない視線 |
20 พฤษภาคม 2551 |
| 7 | ที่ของฉัน 私のいる場所 |
26 พฤษภาคม 2551 |
| 8 | น้ำตาหนึ่งลิตร 1リットルの涙 |
27 พฤษภาคม 2551 |
| 9 | ชีวิตในตอนนี้ 今を生きる |
2 มิถุนายน 2551 |
| 10 | จดหมายรัก Love Letter |
3 มิถุนายน 2551 |
| 11 | จากไปไกลแสนไกล ไปยังที่ที่น้ำตาจางหาย 遠くへ、涙の尽きた場所に |
9 มิถุนายน 2551 |
| พิเศษ | บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตรตอนพิเศษ 1リットルの涙」特別篇‧追憶 |
ยังไม่มีกำหนดการแพร่ภาพ |
[แก้] เพลงประกอบละคร
เพลงประกอบละครทั้งหมดประพันธ์ขึ้นโดยซุซุมุ อุเอะดะ (Susumu Ueda) รายชื่อเพลงอย่างเป็นทางการตามที่วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2548 มีดังต่อไปนี้ตามลำดับ
|
1. Main Theme (4.10 นาที) 2. Hurdle Wo Keote (2.53 นาที) 3. Anata Ga Oshiete Kure Tamono (Ai No Theme) (3.18 นาที) 4. Yasashisa Ni Tsutsumarete (2.45 นาที) 5. Anji (2.32 นาที) 6. Sunadokei (3.09 นาที) 7. Kimi He No Long Pass (2.28 นาที) 8. Rakujitsu (2.25 นาที) 9. Shinobiyoru Byouma (2.33 นาที) 10. Furi Aoge Ba Aoi Sora (2.20 นาที) 11. Namida No Imi (2.32 นาที) 12. Senkoku (2.23 นาที) |
13. Mou Utae Nai (2.56 นาที) 14. Te Wo Nobase Ba Anata Ga (3.07 นาที) 15. Kunou No Senritsu (2.54 นาที) 16. Nagare Yuku Jikan (2.54 นาที) 17. Sagashi Te Goran (2.38 นาที) 18. Nigiyaka Na Danran (2.22 นาที) 19. Toumei Na Sekai (3.03 นาที) 20. Seimei Aru Kagiri (Sub Theme) (4.17 นาที) 21. Only Human (Piano Version) (2.57 นาที) 22. Konayuki (Piano Version) (4.34 นาที) 23. Only Human (Cello Version) (3.06 นาที) |
ทั้งนี้ เป็นเพลงบรรเลงทุกเพลง
[แก้] ข้อพึงทราบ
- พึงทราบว่าถึงแม้ละครนี้สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของอะยะ คิโต แต่หาใช่ว่ารายละเอียดและองค์ประกอบจะเป็นจริงทั้งหมดไม่ รายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง คู่รัก และอื่น ๆ อาจเป็นเรื่องแต่ง
- เด็กสาวที่ป่วยเป็นสไปโนเซระเบลลาร์อาแท็กเซีย ตัวจริงชื่อ "อะยะ คิโต" ในละครชื่อ "อะยะ อิเกะอุชิ"

