บะกุมะสึ
|
|
|---|
|
บะกุมะสึ (幕末 (bakumatsu), "ปลายยุคบะกุฟุ") เป็นชื่อเรียกช่วงเวลาปลายยุคเอะโดะซึ่งนำไปสู่การสิ้นสุดของรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ ชื่อดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นจากเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นโดยรวมระหว่างปี ค.ศ. 1853 - 1867 ซึ่งเป็นระยะที่ญี่ปุ่นได้ยกเลิกนโยบายปิดประเทศที่เรียกว่า ซะโคะคุ และเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลแบบศักดินาของโชกุนไปสู่รัฐบาลสมัยใหม่ในยุคเมจิ การแบ่งแยกทางอุดมการณ์และทางการเมืองในยุคนี้ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นกลุ่มผู้รักชาติที่เรียกว่า "อิชินชิชิ" ซึ่งสนับสนุนจักรพรรดิ และกองกำลังฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลโชกุนตระกูลโทะกุงะวะ เช่น กลุ่มชินเซ็งงุมิ เป็นต้น
เนื้อหา |
ความไม่ลงรอยเรื่องการต่างประเทศ [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ ซะโคะคุ
พลเรือจัตวาเพอร์รี (1853–54) [แก้]
ปัญหาทางการเมืองและการก้าวไปสู่ความทันสมัย [แก้]
แผ่นดินไหว [แก้]
สนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ (1858) [แก้]
วิกฤตการณ์และความขัดแย้ง [แก้]
วิกฤตทางการเมือง [แก้]
การโจมตีชาวต่างชาติและกลุ่มผู้สนับสนุน [แก้]
วิกฤตทางเศรษฐกิจและการเงิน [แก้]
| มูลค่าการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (1860–1865, สกุลเงินดอลล่าร์เม็กซิโก)[1] |
||
| 1860 | 1865 | |
| การส่งออก | 4.7 ล้าน | 17 ล้าน |
| Iการนำเข้า | 1.66 ล้าน | 15 ล้าน |
โองการ "ขับไล่คนเถื่อน" (ค.ศ. 1863) [แก้]
การแทรกแซงทางทหารต่อกลุ่มซนโนโจอิ (ค.ศ. 1863–1865) [แก้]
การแทรกแทรกของสหรัฐอเมริกา (ก.ค. 1863) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ ยุทธนาวีชิโมะโนะเซะกิ
การแทรกแซงของฝรั่งเศส (ส.ค. 1863) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ การยิงถล่มชิโมะโนะเซะกิ
การโจมตีเมืองคะโงะชิมะ (ส.ค. 1863) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ การโจมตีคะโงะชิมะ
จากความไม่พอใจชาวตะวันตกที่ลุกลามไปทั้งประเทศ ทำให้มีการตรา "โองการขับไล่คนเถื่อน" ขึ้น และญี่ปุ่นเริ่มการขับไล่โดยการเข้าโจมตีกองเรือสินค้าของชาติตะวันตกที่ผ่านช่องแคบชิโมะโนะเซะกิ ทำให้บรรดาชาติตะวันตกนำโดยราชนาวีอังกฤษทำการตอบโต้ญี่ปุ่น
การยับยั้งกบฏแคว้นมิโตะ (พ.ย. 1864) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ กบฏแคว้นมิโตะ
กบฏแคว้นโชชู [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ กบฏฮะมะกุริ และ การปราบแคว้นโชชูครั้งที่หนึ่ง
การโจมตีเมืองท่าชิโมะโนะเซะกิ (ก.ย. 1864) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ การยิงถล่มชิโมะโนะเซะกิ
สนธยาแห่งรัฐบาลโชกุน [แก้]
การปราบโชชูครั้งที่ 2 (มิ.ย. 1866) [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ การปราบโชชูครั้งที่สอง
การปรับปรุงและก้าวไปสู่ความทันสมัย [แก้]
สงครามโบะชิง [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ สงครามโบะชิง
จากการที่กลุ่มขุนนางและซะมุไรในราชสำนักซึ่งเดิมไม่พอใจนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ สามารถขึ้นมามีอิทธิพลจนสามารถควบคุมราชสำนักไว้ได้อย่างมั่นคง ภายใต้รัชสมัยใหม่ของจักรพรรดิเมจิ ทำให้ โทะกุงะวะ โยะชิโนะบุ ผู้ดำรงตำแหน่งโชกุนในเวลานั้น ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ของตน จึงได้สละตำแหน่งและถวายพระราชอำนาจการปกครองคืนแก่องค์จักรพรรดิ โดยหวังไว้ว่าการกระทำดังกล่าวของตนจะช่วยรักษาตระกูลโทะกุงะวะ และเปิดทางให้คนในตระกูลเข้าไปมีส่วนร่วมในรัฐบาลชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม กลุ่มขุนนางก็ไม่เปิดทางให้โทกุงะวะขึ้นมามีอำนาจอีก ทำให้การเมืองในยุคนั้นถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายตระกูลโทะกุงะวะ และฝ่ายราชสำนัก และในไม่ช้าก็มีพระบรมราชโองการให้แคว้นซะสึมะและแคว้นโชชูล้มล้างตระกูลโทะกุงะวะ ได้ทำให้โยะชิโนะบุต้องเปิดฉากการรบเพื่อยึดราชสำนักของจักรพรรดิที่นครหลวงเคียวโตะ แต่ด้วยกองทัพที่ทันสมัยของราชสำนักทำให้ฝ่ายโทะกุงะวะต้องล่าถอยขึ้นไปทางเหนือที่เกาะฮกไกโด ณ ที่นั่นฝ่ายโทะกุงะวะได้สถาปนาสาธารณรัฐเอะโสะ ในที่สุด กองทัพของราชสำนักก็สามารถพิชิตฮกไกโดได้ และทำให้อำนาจการปกครองในญี่ปุ่นรวมศูนย์อยู่ที่ราชสำนักอย่างแท้จริง
ดูเพิ่ม [แก้]
บุคคลสำคัญ [แก้]
- โอมุระ มะซุจิโร
- ซะกะโมะโตะ เรียวมะ
- คนโด อิซะมิ
- ฮิจิกะตะ โทะชิโซ
- ทะกะซุงิ ชินซะกุ
- มะสึไดระ กะตะโมะริ
- ไซโง ทะกะโมะริ
- โทะกุงะวะ โยะชิโนะบุ
- โยะชิดะ โชอิน
- คะสึระ โคะโงะโร
- Nomura Motoni
- Matthew C. Perry
บุคคลสำคัญในระดับรองของยุค:
- Hayashi Daigaku no kami (Lord Rector, Confucianist)
- Ido Tsushima no kami (Governor of Yedo, former Gov. of Nagasaki)
- Izawa Mimasaka no kami (Gov. of Uraga, former Gov of Nagasaki)
- Kawakami Gensai (Greatest of 4 hitokiri, active in assassinations during this time period)
- Takano Chōei – Rangaku scholar
Matsudaira Yoshinaga, Date Munenari, Yamanouchi Toyoshige and Shimazu Nariaki are collectively referred to as Bakumatsu no Shikenkō (幕末の四賢侯).
ผู้สังเกตการณ์ชาวต่างชาติ:
- Ernest Satow in Japan 1862–69
- Edward and Henry Schnell
- Robert Bruce Van Valkenburgh, American Minister-Resident
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ [แก้]
หมายเหตุ [แก้]
- ↑ ที่มา: The Emergence of Meiji Japan, Marius B. Jansen, p.175.
อ้างอิง [แก้]
- Dower, John W. "Yokohama Boomtown: Foreigners in Treaty-Port Japan (1859–1872)".
- Hillsborough, Romulus. Shinsengumi: The Shōgun's Last Samurai Corps. North Clarendon, Vermont: Tuttle Publishing, 2005. ISBN 0-8048-3627-2.
- Ravina, Mark. Last Samurai: The Life and Battles of Saigo Takamori. Hoboken, N.J.: John Wiley & Sons, 2004. ISBN 0-471-08970-2.
- Mark Metzler (2006). Lever of empire: the international gold standard and the crisis of liberalism in prewar Japan. University of California Press. ISBN 0-520-24420-6.
- Satow, Ernest. 2006 A Diplomat in Japan Stone Bridge Classics, ISBN 978-1-933330-16-7
- Cullen, Louis M.. A history of Japan 1582–1941: internal and external worlds (2003 ed.). Cambridge University Press. ISBN 0-521-52918-2. – Total pages: 357
- Jansen Marius B.. The Emergence of Meiji Japan (when ed.). Cambridge University Press. ISBN 0-521-48405-7. – Total pages: 351
- ______________. The making of modern Japan (2002 ed.). Harvard University Press. ISBN 0-674-00991-6. – Total pages: 871
- Denney, John. Respect and Consideration: Britain in Japan 1853 - 1868 and beyond. Radiance Press (2011). ISBN 978-0-9568798-0-6
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: The end of Edo shogunate |