ไทยเบฟเวอเรจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Thai Beverage Public Company Limited; ชื่อย่อ: ไทยเบฟ, ThaiBev) เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ เบียร์ช้าง, เบียร์อาชา; สุราไทย แสงโสม, แม่โขง, มังกรทอง, หงส์ทอง; สุราต่างประเทศ บลู อีเกิล, คราวน์ 99 เป็นต้น

ข้อมูลองค์กร[แก้]

ไทยเบฟเวอเรจ ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2546 โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวมกิจการผลิตเบียร์และสุราชั้นนำของไทยที่เป็นของผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมทุนรายอื่นๆ เข้ามาเป็นกลุ่มบริษัท ต่อมาไทยเบฟได้ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (“SGX”) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 การจดทะเบียนครั้งนี้สามารถระดมทุนได้ถึงประมาณ 1,574 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 38,000 ล้านบาท ไทยเบฟได้ขยายขอบเขตธุรกิจจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปสู่ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหาร เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า เพิ่มประสิทธิผลในช่องทางการขนส่งรวมถึงกระจายความเสี่ยงของกิจการ ปัจจุบันไทยเบฟไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทย แต่ยังเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในเอเชียอีกด้วย โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สายธุรกิจ ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร

วิสัยทัศน์องค์กร

การเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับแนวหน้าโดยมุ่งเน้นที่ความเป็นเลิศเชิงพาณิชย์ ความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมี่ยม และความเป็นมืออาชีพ

พันธกิจของเรา คือ การประสาน "สัมพันธภาพ" กับผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสำคัญกับบริษัทในทุกๆ ด้าน โดยมอบคุณค่าที่สำคัญ 6 ประการ

• มอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดให้ลูกค้าทุกกลุ่ม • ตอบสนองความต้องการของผู้แทนจำหน่ายโดยให้บริการอย่างมืออาชีพ • ให้ความสำคัญเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการเติบโตของรายได้และผลกำไรที่มั่นคงและต่อเนื่อง • เป็นแบบอย่างในด้านความเป็นมืออาชีพ ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล • มอบความไว้วางใจ อำนาจ และรางวัลแก่พนักงาน เพื่อสร้างความร่วมรับผิดชอบ และ • สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม

พ.ศ. 2329

อุตสาหกรรมสุราของไทยมีกำเนิดมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา และได้ถูกจารึกไว้ควบคู่กับ ตำนานการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงต้มกลั่นสุราแห่งแรกขึ้น ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางยี่ขัน เพื่อหารายได้เข้าท้องพระคลัง เมื่อ พ.ศ. 2329 หลังสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีเพียง 4 ปี ชาวบ้านเรียกชื่อโรงงานแห่งนั้นตามชื่อคลองว่า “โรงงานสุราบางยี่ขัน” ในยุคแรกมีเพียงการต้มกลั่นสุราขาว หรือเหล้าโรง โดยนายอากรจีนเป็นผู้ผลิตจำหน่าย และนำเงินส่งเข้าหลวงตามที่ตกลงกัน


พ.ศ. 2470

ยุคสมัยใหม่ของอุตสาหกรรมสุราในประเทศไทย เริ่มต้นอย่างจริงจังนับแต่ พ.ศ. 2470 เป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลเข้าดำเนินการโรงงานสุราเอง ผ่านกระทรวง อุตสาหกรรม และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตในฐานะผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรม สุราไปอย่างก้าวหน้า มีการผลิตสุราชนิดต่างๆให้ได้คุณภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้น จากเดิมที่มีเพียงสุราขาว และยังได้ริเริ่มผลิตสุราผสม โดยใช้เครื่องสมุนไพร ตามเภสัชตำรับของยาดองเหล้าที่มีมาแต่โบราณ นำมาสกัดโดยแช่ในสุราดีกรีสูง เพื่อทำเป็นน้ำเชื้อแล้วนำมาปรุงแต่งรส กลิ่น สี และแรงแอลกอฮอล์ตามกรรมวิธี เพื่อสนองความต้องการของประชาชนที่นิยมดื่มยาดองเหล้าแทนสุราขาว จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย


พ.ศ. 2484

แม่โขง ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ในช่วงพัฒนาอุตสาหกรรมสุรา โดยกรมสรรพสามิตผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น นอกเหนือจากสุราแม่โขง ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้ว ยังมีการริเริ่มผลิตสุราปรุงพิเศษชนิดอื่นออกมาจำหน่ายในช่วงระยะเดียวกันนี้ด้วย เพื่อให้นักดื่มไทยได้ดื่มแทนวิสกี้จากต่างประเทศซึ่งช่วยประหยัด และสงวนเงินตราต่างประเทศได้อย่างมาก สุราปรุงพิเศษ 2 ยี่ห้อที่ผลิตออกมาในครั้งนั้นคือ สุรา ว.ก. (เรียกแทนวิสกี้) และ สุรา บ.ด. (เรียกแทนบรั่นดี) ต่อมาโรงงานสุราบางยี่ขันได้ถูกโอนไปสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สุราแม่โขงภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม มีพัฒนาการไปในทุกด้าน ทั้งรูปแบบและรสชาติ จนครองใจนักดื่มชาวไทยในขณะนั้นได้อย่างสมบูรณ์

พ.ศ. 2502

ในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลมีนโยบายให้เอกชนเช่าสัมปทานการผลิต และจำหน่ายสุราที่ผลิตจากโรงงานสุราบางยี่ขัน และโรงงานสุราอื่นๆ ของรัฐบาลครั้งละ 10 ปี ในระหว่างนั้นความนิยมสุราแม่โขงได้เพิ่มมากขึ้น รัฐจึงให้สัมปทานใหม่ (พ.ศ. 2522-2542) แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ และให้สร้างโรงงานสุราใหม่อีกโรงงานหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานีเมื่อ พ.ศ. 2525 ส่วนกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งมีโรงงานสุรา 32 แห่งทั่วประเทศ ได้ทำการปรับปรุงอุตสาหกรรมสุราในสังกัดของตนเอง โดยยกเลิกโรงงานเหล่านั้นทั้งหมดซึ่งมีสภาพเก่าและอยู่ในชุมชน จึงยุบโรงงานสุราดังกล่าว โดยให้เปิดประมูลสัมปทาน และสร้างโรงงานใหม่เพื่อผลิตและจำหน่ายสุราจำนวน 12 โรงงาน ใน 12 เขตพื้นที่


พ.ศ. 2520

แสงโสม ขวดแรก ถือกำเนิดในปี พ.ศ. 2520 โดยฝีมือการปรุงของ นายจุล กาญจนลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงสุรามือหนึ่งของเมืองไทย จาก โรงงานสุราแสงโสม จังหวัดนครปฐม ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดบริษัท แสงโสม จำกัด

แสงโสมเป็นสุราประเภทรัม (Rum) มีกระบวนการผลิตที่เป็นกรรมวิธีเฉพาะตัว ทำให้ได้สุราคุณภาพจากการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี จึงได้แอลกอฮอล์คุณภาพเยี่ยม เพื่อนำมาปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรนับร้อยชนิด อันเป็นสูตรลับเฉพาะของแสงโสม


พ.ศ. 2525

แสงโสม ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุรา ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2525 และ 2526 และชนะรางวัลการประกวดสุรา ณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 จึงเป็นที่รู้จักและเรียกขานในหมู่นักดื่มทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศว่า "แสงโสมเหรียญทอง" มาจนปัจจุบัน


พ.ศ. 2534

รัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ในปี พ.ศ. 2534 จึงมีผู้ขอตั้งโรงงานเบียร์หลายราย เบียร์ช้าง เป็นเบียร์ไทยยี่ห้อเดียวที่ใช้พยัญชนะไทยในฉลากเบียร์อย่างภาคภูมิในความเป็นไทยออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2538

เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทยที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย

พ.ศ. 2537

4 เมษายน พ.ศ. 2537 เบียร์ช้างขวดแรกผลิตเสร็จสมบูรณ์จากโรงงานผลิตเบียร์ที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานที่ร่วมก่อสร้างโดย บริษัท DANBREW A/S บริษัทก่อสร้างโรงงานเบียร์ชั้นนำของประเทศเดนมาร์ก

เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทยที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย

พ.ศ. 2538

เบียร์ช้าง วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 และได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยรสชาติที่ถูกคอ และระดับราคาที่เหมาะสม ผลตอบรับและความสำเร็จของ เบียร์ช้าง เป็นการเปิดยุคใหม่ และพลิกโฉมหน้าวงการเบียร์ไทยครั้งสำคัญ


พ.ศ. 2541

ความโดดเด่นของรสชาติเบียร์ช้างสร้างเกียรติภูมิให้กับประเทศเมื่อประสบความสำเร็จระดับโลก ได้รับคัดเลือกให้เป็น เบียร์เหรียญทอง จากการประกวดเบียร์นานาชาติที่ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2541 ประเภทเบียร์ลาเกอร์ ไม่จำกัดดีกรี นับจากนั้นมา เบียร์ช้าง ก็ยิ่งได้รับการตอบรับมากขึ้นจากผู้บริโภคทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ จนกลายเป็นเบียร์ยอดนิยมที่ครองใจนักดื่ม


พ.ศ. 2542

เพื่อสนองตอบความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีการก่อสรังโรงงานเบียร์ที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชรในปีพ.ศ. 2542 โรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้การขนส่งเบียร์ช้างไปยังภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสะดวกรวดเร็วขึ้น

โรงงานเบียร์ ณ จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542 มีอาณาบริเวณ 1,600 ไร่ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 32 เดือน ด้วยเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท เริ่มการผลิตเบียร์ช้างครั้งแรกในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และเบียร์ช้างขวดแรกที่ผลิตจากโรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร เสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542


พ.ศ. 2543

สัมปทานโรงงานสุราสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2542 และรัฐมีนโยบายเปิดเสรีการค้าสุรา บริษัท สุราบางยี่ขัน จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราบางยี่ขัน จังหวัดปทุมธานี และบริษัทในเครืออีก 11 บริษัท ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราของกรมสรรพสามิต 11 โรงงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

โดยบริษัทในเครือจึงมีโรงงานสุราที่ซื้อจากรัฐบาลทั้งหมด 12 โรงงาน และเริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา


พ.ศ. 2546

มีการรวมตัวของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 58 บริษัท เป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 ต่อมามีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 22,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม

ปัจจุบัน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวน 63 บริษัท ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นสุราและเบียร์จากต่างประเทศ และมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การผนึกกำลังการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มั่นคง รวมทั้งมีธุรกิจในเครือที่เกี่ยวเนื่องรองรับได้อย่างครบวงจร จึงเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเสริมขีดความสามารถในการผลิตสุราและเบียร์ที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสุราและเบียร์ระดับโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าทำให้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ของไทย ซึ่งพร้อมที่จะก้าวต่อไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก

พ.ศ. 2547

ความสำเร็จของ เบียร์ช้าง ทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เบียร์ในประเทศไทย และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตลาด ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 จึงได้เปิดตัว เบียร์อาชา ออกสู่ตลาดเพื่อสนองความต้องการของนักดื่มเบียร์รุ่นใหม่ ที่ต้องการเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่ำลง ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังผลิตแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผ่านทาง บมจ.ไทยแอลกอฮอล์ โดยผลิตเอทานอลเพื่อนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เพื่อผลิตเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ โดยบริษัทฯ ผลิตเอทานอลออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2547 เพื่อรองรับความต้องการและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ที่มีศักยภาพสูงสุดของไทยแล้ว บริษัทฯ ยังยึดมั่น ในการมีบทบาท และส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมทุกระดับชั้นอย่างเหนียวแน่น เพื่อช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมไทยให้มีคุณค่า

พ.ศ. 2549

ประสบความสำเร็จในการนำหุ้นของบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

เข้าซื้อโรงงานสุราจากบริษัท สินสุรางค์การสุรา จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราเสือขาว และเข้าซื้อบริษัท Pacific Spirits (UK) Limited ซึ่งมีกิจการโรงกลั่นสุรา Inver House Distillers ในประเทศสก็อตแลนด์ และเข้าซื้อบริษัท Best Spirits Companylimite


พ.ศ. 2550

เข้าซื้อบริษัท ประมวลผล จำกัด และบริษัท เอส.พี.เอ็มอาหารและเครื่องดื่ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราหมีขาวและสินค้าอื่นๆ

เปิดตัวเบียร์ใหม่ในนาม เฟดเดอร์บรอย นับเป็นเบียร์ยี่ห้อเดียวในประเทศไทยที่ผลิตภายใต้มาตรฐาน German Purity Law ซึ่งเน้นคุณภาพของวัตถุดิบและการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมทั้งฝีมือในการหมักบ่มอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวภายใต้ขวดสีเขียว และโลโก้รูปขนนกสีแดง อันสะท้อนถึงความเบาของเบียร์ที่ดื่มได้ทุกโอกาส

เฟดเดอร์บรอย จะเป็นเบียร์ที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 22-35 ปี ที่มีความมั่นใจ รักอิสระ ชอบความสนุกอย่างมีสาระ รักความท้าทาย มองหาสิ่งใหม่ๆ มาเติมเต็มชีวิต และมีไลฟ์สไตล์อย่างมีระดับในแบบของตัวเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นเบียร์ที่ให้รสชาติแบบเยอรมันแท้แล้วยังมีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 4.7 เปอร์เซ็นต์

พ.ศ. 2551

ได้เข้าซื้อกิจการเครื่องดื่มชูกำลัง และกาแฟพร้อมดื่ม จากบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ จำกัด

บริษัทได้เข้าซื้อหุ้น ในบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และจำหน่ายหุ้นทั้งหมดใน บริษัท ไทยแอลกอฮอล์ จำกัด (มหาชน)


พ.ศ. 2552

กันยายน “ไทยเบฟ” ยักษ์ใหญ่ตลาดเบียร์ ปรับโฉม “เบียร์ช้าง” สู่ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย พร้อมทั้งสร้างคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของเบียร์ช้างแต่ละชนิดให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภค “เบียร์ช้าง คลาสสิก” สำหรับหนุ่มมาดเข้ม “เบียร์ช้าง ดราฟต์” สำหรับหนุ่มมาดนุ่มลึก และ “เบียร์ช้าง ไลท์” สำหรับหนุ่มมาดเฉียบ ตอกย้ำจุดยืนของความเป็นเบียร์ไทยในหัวใจของคนไทย ด้วยแคมเปญการสื่อสารภายใต้แนวคิด “คนไทยหัวใจเดียวกัน”

พฤศจิกายน เข้าซื้อเงินลงทุนใน Yunnan Yulinquan Liquor Co., Ltd. ซึ่งมีกิจการโรงงานผลิตสุราขาวในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ธันวาคม เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “เมอริเดียน” บรั่นดีคุณภาพเกรด V.S.O.P. ที่ผ่านการหมักบ่มอย่างพิถีพิถัน

พ.ศ. 2553

พฤษภาคม ศูนย์กระจายสินค้าแห่งแรกของบริษัทในจังหวัดนครราชสีมาเริ่มเปิดดำเนินการ และในเดือนมิถุนายน และเดือนสิงหาคม ศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดชลบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มเปิดดำเนินการ ตามลำดับ

พฤศจิกายน โซดาช้างออกนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ คือ โซดาช้างกลิ่นบิทเทอร์ไลม์เลมอน และ โซดาช้างกลิ่นแอปเปิ้ลมิ้นต์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

* เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ