การบินไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บริษัทการบินไทย จำกัด)
ThAI PresentLogo.png
การบินไทย
IATA
TG
ICAO
THA
รหัสเรียก
THAI
ก่อตั้ง 29 มีนาคม พ.ศ. 2503
ท่าอากาศยานหลัก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ท่าอากาศยานรอง ท่าอากาศยานเชียงใหม่
ท่าอากาศยานภูเก็ต
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
รายการสะสมแต้ม รอยัลออร์คิดพลัส (ROP)
ห้องรับรอง รอยัลเฟิร์สต์เลาจน์
รอยัลซิลค์เลาจน์
รอยัลออคิดเลาจน์
รอยัลออคิดสปา
พันธมิตรสายการบิน สตาร์อัลไลแอนซ์
ขนาดฝูงบิน 97 (รวมคาร์โก)
จุดหมายปลายทาง 72
(ระหว่างประเทศ 64
ในประเทศ 8 รวมกรุงเทพ
จำนวนประเทศ 37
(ม.ค.57)รวมประเทศไทยไม่รวมการบินไทยสมายล์
บริษัทแม่ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง[1]
สำนักงานใหญ่ ไทย เลขที่ 89 ถนนวิภาวดีรังสิต,
แขวงจอมพล เขตจตุจักร,
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
บุคคลหลัก ประจิน จั่นตอง
(ประธานกรรมการบริษัท)[2]
โชคชัย ปัญญายงค์
(รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่)
อัษฎาวุธ วัฒนางกูร
(รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่)
เว็บไซต์: www.thaiairways.com

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Thai Airways International Public Company Limited; ชื่อย่อ: ไทย, THAI) เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจการบินพาณิชย์ ในฐานะสายการบินแห่งชาติของประเทศไทย ทำการบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ จดทะเบียนในรูปบริษัทจำกัด เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503[3] เริ่มบินระหว่างประเทศเที่ยวแรกไปยังฮ่องกง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม ปีเดียวกัน[4] และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2534[3] นับเป็นสายการบินที่มีอายุยาวนานเป็นอันดับที่ 39 ของโลก

การบินไทยเป็นสายการบินลำดับต้นในเอเชีย ที่ทำการบินในเส้นทางกรุงเทพ – ลอนดอน (ท่าอากาศยานฮีทโธรว์)[5]นอกจากนี้ การบินไทยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากองค์การอนามัยโลกว่าด้วยสุขอนามัยบนเครื่องบิน[6]

ประวัติ[แก้]

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2502 รัฐบาลไทยดำเนินการให้ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (อังกฤษ: Thai Airways Company Limited; ชื่อย่อ: บดท.; TAC) กับ สายการบินสแกนดิเนเวียน (อังกฤษ: Scandinavian Airlines System; ชื่อย่อ: SAS) ทำสัญญาร่วมทุนระหว่างกัน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2502 จากนั้นในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 บริษัท การบินไทย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นด้วยทุนประเดิม 2 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปยังฮ่องกง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ปีเดียวกัน

ต่อมาในวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2520 เอสเอเอสคืนหุ้นให้เดินอากาศไทย หลังจากครบระยะเวลาตามสัญญาร่วมทุน แล้วโอนให้แก่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ตามมติคณะรัฐมนตรี และในที่สุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2531 เดินอากาศไทยซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินภายในประเทศ ก็รวมกิจการเข้ากับการบินไทย เพื่อให้สายการบินแห่งชาติเป็นหนึ่งเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จากนั้นในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 การบินไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี และจดทะเบียนแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อปี พ.ศ. 2537[7]

สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่[แก้]

  • ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556 [8]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 กระทรวงการคลัง 1, 113, 931, 061 51.03%
2 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 167, 757, 720 7.69%
3 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 167, 757, 720 7.69%
4 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 51, 339, 498 2.35%
5 กองทุนรวม ออมสิน 46, 409, 885 2.13%

สำนักงาน[แก้]

สำนักงานการบินไทยในกรุงเทพมหานครแห่งแรก เป็นห้องแถวสามชั้น เลขที่ 1101 ริมถนนเจริญกรุง[9] อันเป็นศูนย์รวมธุรกิจในยุคนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ซึ่งส่วนมากเป็นนักธุรกิจและชาวต่างชาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 การบินไทยเช่าอาคารเลขที่ 1043 ถนนพหลโยธินบริเวณสนามเป้าเป็นสำนักงาน[10] โดยเมื่อปี พ.ศ. 2522 การบินไทยจัดซื้อที่ดินริมถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และก่อสร้างอาคารหลังแรกขนาด 5 ชั้น ซึ่งเริ่มใช้ปฏิบัติงานเมื่อปี พ.ศ. 2523[11] หลังจากนั้นจึงมีโครงการสร้างอาคารถาวร จนกระทั่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2532

เมื่อปี พ.ศ. 2506 การบินไทยเปิดสำนักงานสาขาในต่างประเทศที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เป็นแห่งแรก ในปี พ.ศ. 2553 สำนักงานสาขาในต่างประเทศของการบินไทย มีทั้งหมด 76 สาขาใน 38 ประเทศ ครอบคลุมทั้ง 5 ทวีป ส่วนศูนย์ซ่อมเครื่องบินของการบินไทย มีอยู่สองแห่งคือ ภายในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร และภายในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง

ภาพลักษณ์ขององค์กร[แก้]

การบินไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่สายการบินที่มีระเบียบการเปลี่ยนเครื่องแบบในตลอดการเดินทาง โดยพนักงานต้อนรับหญิงประจำเที่ยวบินระหว่างประเทศจะต้องเปลี่ยนเครื่องแบบจากชุดสูทสีม่วง (สำหรับแต่งกายนอกห้องโดยสาร) เป็นชุดไทยประเพณี (เห็นได้จากโฆษณาของสายการบิน) ขณะต้อนรับผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบิน และต้องเปลี่ยนกลับเป็นชุดสูทเมื่อนำผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน เว็บไซต์อาสค์เมนจัดอันดับ สุดยอดแอร์โฮสเตทสาวที่ฮอทที่สุด 10 สายการบินทั่วโลก โดยการบินไทยได้อันดับที่ 7 เว็บไซต์อาร์คเมนส์ ให้เหตุผลว่า พนักงานต้อนรับหญิงบนเครื่องบินดูดีในชุดเครื่องแบบโทนสีม่วง-ทอง รูปร่างหน้าตาสวยงาม การบริการระหว่างการเดินทางดี นอกจากนี้ยังยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตรและมารยาทงามอีกด้วย[12]นอกจากนี้ การบินไทยยังถูกจัดให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุด ลำดับ 5 ของโลก[13]อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับ[14]ว่าการบินไทยมีการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจทางการเมืองโดยข้อเท็จจริงการบินไทยมีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 16 คน (นับถึงปี พ.ศ. 2557)[15] ในระยะเวลาตลอดที่ทำการบินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2557 เมื่อเฉลี่ยแล้วกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทยอยู่ในตำแหน่งเพียง 3 ปี 5 เดือน

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ภาพดอกบัวซึ่งวอลเตอร์แลนเดอร์ฯ ออกแบบ ต่อมาใช้เป็นสัญลักษณ์แบบที่สองของเดินอากาศไทย

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 การบินไทยเปิดตัวตราสัญลักษณ์แบบแรก เป็นภาพตุ๊กตารำไทยซึ่งออกแบบโดย หม่อมเจ้าไกรสิงห์ วุฒิไชย นักออกแบบที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ซึ่งเป็นผู้ออกเครื่องแบบพนักงานต้อนรับชุดแรกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 การบินไทยจัดจ้างวอลเตอร์ แลนเดอร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ (อังกฤษ: Walter Landor & Associates) บริษัทโฆษณาระดับโลก ให้ออกแบบตราสัญลักษณ์ใหม่[16]

จากนั้นราวปลายปี พ.ศ. 2517 คณะผู้แทนการบินไทยเดินทางไปพิจารณาเลือกแบบ ซึ่งคณะผู้ออกแบบนำเสนอกว่าสิบภาพ โดยภาพดอกบัวโดดเด่นที่สุด เนื่องจากมีสีสันกลมกลืนสดใส แต่มีผู้แทนคนหนึ่งเห็นว่า การบินไทยใช้ชื่อบริการว่าเอื้องหลวง หากใช้สัญลักษณ์ดอกบัวก็เป็นการขัดกัน จึงเสนอแนะแก่คณะผู้ออกแบบไว้[16] ซึ่งต่อมาในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2520 เดินอากาศไทยนำภาพดอกบัวดังกล่าว มาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ใหม่ แทนภาพช้างเอราวัณสามเศียรอยู่กลางตราอาร์ม สองข้างซ้ายขวาประกอบด้วยภาพปีกนกซ้อนทับบนปีกเครื่องบิน

โดยในปีถัดมา (พ.ศ. 2518) คณะผู้ออกแบบพยายามดัดแปลงแก้ไขจากแบบที่เลือกไว้แล้ว จึงได้แบบที่คณะผู้แทนการบินไทยเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ จึงนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งคณะผู้ออกแบบอธิบายว่าเป็นภาพใบเสมา ซึ่งพบเห็นทั่วไปในประเทศไทย โดยจับวางตะแคงข้าง เพื่อต้องการสื่อถึงความเร็ว เนื่องจากนำมาใช้กับสายการบิน สำหรับสีทองมาจากแสงอร่ามของวัดวาอารามไทย สีม่วงสดมาจากกล้วยไม้ ดอกไม้สัญลักษณ์ของการบินไทย ส่วนสีชมพูมาจากดอกบัว[16]

ทั้งนี้ มักใช้ประกอบกับตัวอักษรชื่อ "ไทย" หรือ "Thai" ตามรูปแบบเดียวกับที่ประกอบอยู่ในตราสัญลักษณ์ใหม่ของเดินอากาศไทย สำหรับตราสัญลักษณ์นี้มักมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า มีความคล้ายคลึงกับลักษณะของดอกรักเสียมากกว่า ผิดแต่เพียงสีที่แท้จริงของดอกรักเป็นขาว โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวใช้มาถึง 30 ปี จนกระทั่ง พ.ศ. 2548 การบินไทยจัดจ้าง ห้างหุ้นส่วนอินเตอร์แบรนด์ (อังกฤษ: Interbrand Partnership) เป็นผู้ออกแบบลวดลายภายนอกตัวเครื่องบิน พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงสีสันภายในตราสัญลักษณ์ให้สดใสขึ้นกว่าเดิม และปรับปรุงตัวอักษรชื่อที่ประกอบอยู่กับตราสัญลักษณ์ โดยออกแบบขึ้นใหม่ และใช้อักษรอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด[16]

คำขวัญ[แก้]

คำขวัญภาษาไทยของการบินไทยคือรักคุณเท่าฟ้า ปรากฏเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นชื่อใหม่ของวารสารภายใน ซึ่งเปลี่ยนจากเดิมคือ ข่าวการบินไทย (เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2519) โดยวลีดังกล่าวมีที่มาจาก วิถีชีวิตของชาวไทย ดังที่พ่อแม่มักตั้งคำถามกับลูกว่า รักพ่อแม่แค่ไหน แล้วลูกก็มักตอบว่า "รักพ่อแม่เท่าฟ้า" ซึ่งสื่อความหมายถึงความรักที่กว้างใหญ่ไพศาลไปสุดขอบฟ้า จึงนำมาใช้เชิงเปรียบเทียบกับบริการของการบินไทย ทั้งนี้ คำขวัญของการบินไทยดังกล่าว เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย จากผลงานเพลงชื่อเดียวกัน ของวงดนตรีเพื่อชีวิต คาราบาว ซึ่งเผยแพร่เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2528 ส่วนคำขวัญภาษาอังกฤษใช้ว่า Smooth as Silk ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า นุ่มละมุนดุจแพรไหม มีชื่อเสียงมาจากเพลงชื่อเดียวกัน ที่กระจายเสียงภายในเครื่องก่อนเริ่มเที่ยวบิน และที่นำมาใช้ประกอบรายการ การบินไทยไขจักรวาล

บริการเกี่ยวกับการบิน[แก้]

ฝูงบิน[แก้]

ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ฝูงบินของการบินไทยทั้งหมดประกอบไปด้วยเครื่องบินดังต่อไปนี้ [17] [18][19]ทั้งนี้การบินไทยมีเครื่องบินที่ไม่ได้ให้บริการประกอบด้วยเครื่องบินแบบ A340-500 4 ลำ รวมทั้งหมดการบินไทยมีเครื่องบินในครอบครอง 95 ลำ การบินไทยสมายล์มีเครื่องบินในครอบครอง 12 ลำ

เครื่องบิน รหัส ประจำการ สั่งซื้อ จำนวนที่นั่ง จุดหมายปลายทาง / (หมายเหตุ)
F C C Y ทั้งหมด
แอร์บัส A300-622R AB7 5 0 0 28 0 232 260 (AB7) : เชียงใหม่,เชียงราย, ภูเก็ต, ขอนแก่น, ปีนัง, พนมเปญ
/ (จะทยอยปลดระวางทั้งหมดภายใน พ.ศ. 2558)
แอร์บัส เอ 320-232 A320 12 0 0 30 0 144 174 เชียงใหม่ – ภูเก็ต, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี, อุบลราชธานี, กัวลาลัมเปอร์, มาเก๊า, มัณฑะเลย์, อาห์เมดาบัด,โคลัมโบ,ฉงชิ่ง, ฉางชา, ภูเก็ต – เชียงใหม่, เชียงใหม่ ,หลวงพระบาง/ (การบินไทยสมายล์)
แอร์บัส เอ 330-300 A333
A330
A33H
11
8
7
0
0
0
0
0
0
42
36
36
0 263
263
263
305
299
299

(A333) : มะนิลา, คุนหมิง, กัวลาลัมเปอร์, อิสลามาบัด, โฮจิมินห์, ย่างกุ้ง, เซียะเหมิน, เฉิงตู, กว่างโจว, เชียงใหม่, หาดใหญ่, ฮานอย, บังคาลอร์, มุมไบ, โกลกาตา, เดนปาซาร์, ภูเก็ต – ฮ่องกง, จาการ์ตา, เดลี, เจนไน, การาจี – มัสกัต, มัสกัต – การาจี, การาจี, หาดใหญ่, ภูเก็ต, ละฮอร์, ไฮเดอราบาด, อิสลามาบัด, เจนไน, หาดใหญ่
(A330): ภูเก็ต, ฮานอย, ฮ่องกง, ภูเก็ต – ฮ่องกง, ฮ่องกง – ภูเก็ต, ฟุกุโอะกะ, ดูไบ, ภูเก็ต – โซล,โซล – ภูเก็ต, ปักกิ่ง, สิงคโปร์, เดลี, กวางโจว, ย่างกุ้ง, ปูซาน, เชียงใหม่, ภูเก็ต, เซนได
(A33H) : เซี่ยงไฮ้,เพิร์ท, ไทเป, ไทเป – โซล,โซล – ไทเป, กวางโจว, กัวลาลัมเปอร์, ภูเก็ต ,โอซาก้า , คุนหมิง, เฉิงตู

แอร์บัส เอ 340-500 A345 4 0 0 60 42 113 215 (ไม่ทำการบิน)
แอร์บัส เอ 340-600 A346 6 0 8 60 0 199 267 ซูริก, แฟรงก์เฟิร์ต, สิงคโปร์ ,นาริตะ, ลอนดอน (จะทยอยปลดระวางภายในปี พ.ศ. 2558-2560)[20]
แอร์บัส เอ 350-900 0 12 n/a (ส่งมอบระหว่าง พ.ศ. 2559 - 2561 เพื่อทดแทน แอร์บัส เอ 340-500/600)
แอร์บัส เอ 380-841 A380 6 0 12 60 0 435 507 ฮ่องกง, แฟรงก์เฟิร์ต, โตเกียว (นะริตะ), ปารีส , โอซะกะ
โบอิง 737-400 B734 5 0 0 12 0 137 149 พนมเปญ, เวียงจันทร์, ปีนัง, หาดใหญ่, พุทธคยา[21], พุทธคยา-พาราณสี, พาราณสี-กรุงเทพ / (จะทยอยปลดระวางทั้งหมดภายใน พ.ศ. 2558)
โบอิง 747-400 B744
B74R
B74N
1
6
6
0 10
10
9
40
40
40
0 325
325
325
375
375
374
(B744) : ซิดนีย์, โรม, เดลลี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, ปักกิ่ง

(B74R) : เชียงใหม่, มิวนิก ,เซี่ยงไฮ้
(B74N) : ลอนดอน, เชียงใหม่, ภูเก็ต, โตเกียว (นะริตะ), โตเกียว (ฮะเนะดะ)
/ (กำลังทยอยปรับปรุง รหัส B744 ให้เป็น B74N)

โบอิง 777-200 B777 8 0 0 30 0 279 309 ดาการ์, เดนปาซาร์, เมลเบิร์น, เซียะเหมิน, บังคาลอร์, มะนิลา, กัวลาลัมเปอร์, โซล, กาฐมาณฑุ, มุมไบ, เชียงใหม่, โฮจิมินห์, สิงคโปร์, โคลัมโบ

โซล, กาฐมาณฑุ, ฮ่องกง, ฮ่องกง – โซล, เดนปาซาร์, บังคาลอร์, กัวลาลัมเปอร์, สิงคโปร์, เมลเบิร์น, โฮจิมินห์

โบอิง 777-200ER B77E 6 0 0 30 0 262 292 มอสโก, ออสโล, บริสเบน, โจฮันเนสเบิร์ก, สิงคโปร์, โอซะกะ, มาดริด, นะโงะยะ, โอกแลนด์, กัวลาลัมเปอร์
โบอิง 777-300 B77R 6 0 0 34 0 330 364 มุมไบ, โซล, มอสโก, บริสเบน, สิงคโปร์, เซียะเหมิน, โอซะกะ, นะโงะยะ, ซัปโปะโระ, กวางโชว, เซี่ยงไฮ้, มะนิลา ,โซล – ลอสแอนเจลิส
กัวลาลัมเปอร์, ภูเก็ต, เชียงใหม่ ,ฮ่องกง – โซล
โบอิง 777-300ER B77B 9 5 0 42 0 306 348 (B77B) ออสโล, เชียงใหม่,โคเปนเฮเกน, ภูเก็ต, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์, บรัสเซลล์
โคเปนเฮเกน – ภูเก็ต,สตอกโฮมล์ – ภูเก็ต[22]
โบอิง 787-8 0 6 n/a (เช่า, ส่งมอบลำแรกภายในปี พ.ศ. 2557) [23]
โบอิง 787-9 0 2 n/a (เช่า, ส่งมอบลำแรกภายในปี พ.ศ. 2560)[23]
ไทยคาร์โก้
โบอิง 747-400BCF 2 0 112, 760 กิโลกรัม เดลลี – แฟรงก์เฟิร์ต, อัมสเตอร์ดัม, โตเกียว (นะริตะ) – ไทเป, ซิดนีย์
รวม 108 25

การจัดหา/ปลดระวาง[แก้]

ลายเครื่องบินการบินไทยแบบเก่า (ลำขวา) และลายแบบใหม่ (ลำซ้าย) ของโบอิง 777-200

ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 อายุเฉลี่ยของฝูงบินของการบินไทยอยู่ที่ 11.0 ปี[24]

การบินไทยสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 380จำนวน 6 ลำ ซึ่งจะส่งมอบตั้งแต่ พ.ศ. 2555-2556 เพื่อใช้ในเที่ยวบินไปแฟรงค์เฟิร์ท ปารีส และลอนดอน ซึ่งยังไม่สามารถเพิ่มความถี่ได้

การบินไทยมีแผนจะปลดระวางเครื่องบิน 25 ลำ และจัดหาเครื่องบินใหม่ 15 ลำใน ปี พ.ศ. 2553-2557 โดยแบ่งเป็น การเช่าเครื่องบินเพื่อบินระหว่างทวีป 8 ลำ จำนวน350ที่นั่ง และ จัดซื้อเครื่องบินเพื่อบินในภูมิภาค 7 ลำ จำนวน 300 ที่นั่ง

แผนระยะที่ 1 พ.ศ. 2553-2560 การบินไทยมีแผนที่จะปลดระวางเครื่องบิน 50 ลำ และจัดหาเครื่องบินใหม่ 45 ลำ

แบ่งเป็นปลดระวาง Boeing747-400 6 ลำ และปรับปรุงที่นั่งในชั้นทุกชั้น จำนวน 12 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2555-2556 ปลดระวาง A300-600 13 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2554-2558 การบินไทยทดแทนด้วย A330-300 8 ลำ การส่งมอบเริ่มใน พ.ศ. 2554 ปลดระวาง Boeing 737-400 9 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2557-2558 ปลดระวาง ATR72-201 2 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2560 (ปัจจุบันให้นกแอร์เช่า)ปลดระวาง A340-500 4 ลำ ยัวไม่มีแผนปลดระวาง ปลดระวาง A340-600 6 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2558-2560 ปลดระวาง B777-300ER 5 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2558 เนื่องจากหมดสัญญาเช่าปลดระวาง B777-200 2 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2560 ปลดระวาง A330-300 2 ลำ จะปลดระวางระหว่าง พ.ศ. 2560

จัดหาเข้าประจำการ A330-300 15 ลำ มาครบแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 B777-300ER สั่งซื้อ 14 ลำ กำหนดมอบส่งครบทุกลำ พ.ศ. 2558 A350-900 ซื้อ 4 ลำ กำหนดมอบส่งครบ พ.ศ. 2558 A350-900 พ.ศ. 2559-2560 เช่าซื้อ 8 ลำโดยแบ่งเป็น 6 ลำ เช่าซื้อจาก (ALAFCO) ส่งมอบ พ.ศ. 2559 และ 2 ลำ เช่าซื้อจาก (CIT) ส่งมอบ พ.ศ. 2560 B787-800 เช่าซื้อ 6 ลำ พ.ศ. 2557-2558 B787-900 เช่าซื้อ 2 ลำ พ.ศ. 2560 ในส่วนการบินไทยสมายล์ A320-200 เช่าซื้อ 6 ลำ พ.ศ. 2555-2556 ซื้อ 5 ลำ พ.ศ. 2557-2558 [25]

แอร์บัส เอ 380-800 ของการบินไทย

คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการเปลี่ยนแหล่งเงินทุนในการซื้อเครื่องบินแอร์บัส 330 รุ่น A330-343X ของการบินไทย จากเดิมที่เห็นชอบให้จัดหาโดยวิธีการเช่าซื้อ โดยใช้เครื่องบินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการจัดหาเงินกู้ เปลี่ยนเป็นการซื้อเครื่องบินด้วยเงินทุนในรูปแบบอื่นเพื่อเพิ่มทางเลือกให้การบินไทยได้พิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะตลาดเงินและตลาดทุนเพื่อความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการดำเนินการมากยิ่งขึ้น[26]

จุดหมายปลายทาง[แก้]

ปัจจุบัน (เมษายน พ.ศ. 2557) การบินไทยได้ให้บริการการบินไปยังท่าอากาศยานทั้งหมด 69 แห่ง ใน 35 ประเทศ (รวมประเทศไทย) ครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก

บริการในห้องโดยสาร[แก้]

การบินไทยแบ่งการให้บริการภายในห้องโดยสาร ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

รอยัลเฟิร์สคลาส(ชั้นหนึ่ง)[แก้]

ที่นั่งชั้นหนึ่งของการบินไทยสามารถปรับเอนนอนได้ 180 องศา ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆเช่น ระบบนวดผ่อนคลาย, ไฟอ่านหนังสือ, ปลั๊กไฟส่วนตัว (VAC) 115 โวลต์, จอภาพส่วนตัวขนาด 10.4 นิ้วพร้อมระบบความบันเทิงส่วนตัวผู้โดยสาร ในชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสนี้สามารถเลือกเมนูอาหาร จากเมนูต่างๆ ทั้ง 22 รายการก่อนขึ้นเครื่องได้อีกด้วย[27] ส่วนเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ที่นั่งโดยสารถูกออกแบบให้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว มีความห่างระหว่างแถว 83 นิ้ว ความกว้างที่นั่ง 26.5 นิ้ว สามารถปรับเอนนอนเป็นแนวราบได้ถึง 180 องศาและติดตั้งอุปกรณ์สาระบันเทิงอย่างครบครันด้วยจอภาพ AVOD ระบบสัมผัสขนาด 23นิ้ว ติดตั้งระบบ Wi-Fi อินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารได้ทุกชนิด พร้อมปลั๊กไฟส่วนตัวสำหรับคอมพิวเตอร์วางตักไว้บริการผู้โดยสาร นอกจากนี้การบินไทยยังติดตั้งห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของห้องน้ำปกติ โดยออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่งแต่งตัวได้อย่างสะดวกสบายด้วยเช่นกัน[28] ปัจจุบันการบินไทยติดตั้งที่นั่งชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสในเครื่องบิน 31 ลำดังต่อไปนี้

สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ที่นั่งชั้นหนึ่งจะขายในราคาแบบที่นั่งชั้นธุรกิจสามารถเลือกนั่งได้ด้วยโดยจะบริการเฉพาะเส้นทาง กรุงเทพ – เชียงใหม่ และภูเก็ต เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น B747 B744 B74R B74N ก็ตามรวมถึง แอร์บัส เอ 340-600 ด้วย

รอยัลซิลค์ (ชั้นธุรกิจ)[แก้]

เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับแอร์บัส A340-500 มาในลักษณะแบบเปลือกหอย มีการติดตั้งชั้นธุรกิจนี้ในเครื่องบินโบอิงB747-400, 777-300, 777-200, 777-200ER และ แอร์บัส เอ 340-600 ความห่างระหว่างที่นั้ง 60-62 นิ้ว และความกว้างของที่นั่ง 20-21.5 นิ้ว สามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 170 องศา ในทุกๆที่นั่งจะมีระบบนวด.โทรทัศน์ส่วนตัวระบบสัมผัส 10.4 และ 15 นิ้ว (ในเก้าอี้แบบใหม่) สามารถปรับเอนนอนเป็นแนวราบได้ถึง 180 องศา และยังมีที่นั่งแบบใหม่ที่ถูกติดตั้งบนแอร์บัส เอ 380 และโบอิง777-300ER โดยจอ IFE มีขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว และติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบคาดผ่านเอว นอกจากนี้บนเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ยังมีรอยัลซิลค์ บาร์บริการอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย


ชั้นธุรกิจแบบเก่ายังมีในเครื่องบินแบบ B737-400 5 ลำ (ทั้งหมด) A330-300 12 ลำ A300-622R (ทั้งหมด)

อนึ่ง A330-300 รุ่นใหม่จะมีการปรับเปลี่ยนชั้นธุรกิจเป็นแบบใหม่จะมีในรุ่นแบบ A330และA33H ในเครื่องบินแบบ A330-343Eมีบริการทั้งหมด 15 ลำแบ่งเป็น A330 8 ลำ A33H 7 ลำ ให้บริการในทวีปเอเซียส่วนทวีปออสเตรเลียให้บริการสี่เส้นทางคือระหว่างกรุงเทพ – เพิร์ท,เพิร์ท – กรุงเทพ, ภูเก็ต – เพิร์ท,เพิร์ท – ภูเก็ต

ชั้นประหยัดพรีเมียม[แก้]

ชั้นประหยัดพรีเมียมการบินไทยบริการในเครื่องบินแบบ A340-500 ซึ่งปัจจุบันถูกพักใช้งานชั่วคราว


อาหารในชั้นประหยัดของการบินไทย

ชั้นประหยัด[แก้]

ขนาดที่นั่งในชั้นประหยัดของการบินไทย มีขนาดใหญ่ถึง 36 นิ้ว ต่างจากโดยทั่วไปที่มีขนาด 34 นิ้ว โดยแถวที่นั่งจะถูกจัดวางในรูปแบบดังต่อไปนี้

ทุกที่นั่งในชั้นประหยัดบนเครื่องบิน แอร์บัส A340-600, โบอิง B777-200ER, โบอิง B777-300 และโบอิงB777-300ER จะถูกติดตั้งระบบมัลติมีเดีย (AVOD) หน้าจอระบบสัมผัส 9 นิ้ว เครื่องบินรุ่นใหม่ของการบินไทยอย่าง แอร์บัส A330-343Eซึ่งมีบริการทั้งหมด 15 ลำแบ่งเป็น A330 8 ลำ และA33H 7 ลำ จะถูกติดตั้งระบบ AVOD ในชั้นประหยัด ทั้งหมด ยกเว้นเครื่องบินแบบโบอิง B747-400 2ลำได้แก่ HS-TGL และ HS-TGM จะไม่ติดตั้งระบบมัลติมีเดีย (AVOD) หน้าจอระบบสัมผัส 9 นิ้ว ในชั้นประหยัด

ข้อตกลงการทำการบินร่วม[แก้]

ณ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 การบินไทยทำการบินร่วมกับสายการบินดังต่อไปนี้:

  • แอโรสวิตแอร์ไลน์ระหว่างประเทศยูเครน (กรุงเทพมหานคร-เคียฟ)
  • แอร์แคนาดา (SA) ระหว่างประเทศแคนาดา (แวนคูเวอร์-โตเกียว/ฮ่องกง) (โทรอนโต-แฟรงก์เฟิร์ต/ลอนดอน/ซูริก/ฮ่องกง/โตเกียว) (มอนทรีออล-แฟรงก์เฟิร์ต/ลอนดอน)
  • แอร์มาดากัสการ์ ระหว่างประเทศไทยกับเรอูว์นียง (กรุงเทพมหานคร-แซง-เดอนี เรอูว์นียง) ระหว่างประเทศมาดากัสการ์กับเรอูว์นียง (อันตานานาริโว-แซงเดอนี เรอูว์นียง)
  • ออลนิปปอนแอร์เวย์ (SA) ภายในประเทศญี่ปุ่น (โอซะกะ-ซัปโปะโระ+) (ฟุกุโอะกะ/โอซะกะ-โตเกียวฮะเนะดะ-นีงาตะ), (โตเกียวนะริตะ-ซัปโปะโระ) ระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา (โตเกียวนะริตะ-นิวยอร์ก/วอชิงตัน/ชิคาโก/แซนแฟรนซิสโก/ลอสแอนเจลิส) ระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น (กรุงเทพ-โตเกียวฮะเนะดะ)
  • แอร์นิปปอนเน็ทเวิร์ก (SA) ภายในประเทศญี่ปุ่น (ซัปโปะโระ-โอซะกะ+) (นะโงะยะ-เซ็นได/ฟุกุโอะกะ) (โอซะกะ-โอะกินะวะ)
  • แอร์นิวซีแลนด์ (SA) ภายในประเทศนิวซีแลนด์ (ออกแลนด์-เวลลิงตัน/ไครสต์เชิร์ช) ระหว่างประเทศนิวซีแลนด์ (ออกแลนด์-บริสเบน/เมลเบิร์น/ฮ่องกง) (ไครสต์เชิร์ช-บริสเบน/ซิดนีย์/เมลเบิร์น) ระหว่างประเทศออสเตรเลีย (ซิดนีย์-เวลลิงตัน/ออกแลนด์) (เพิร์ท-ออกแลนด์+)
  • แอร์เจแปน (SA) ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา (โตเกียวนะริตะ-โฮโนลูลู) ระหว่างกรุงเทพกับญี่ปุ่น (กรุงเทพ-โตเกียวนะริตะ)
  • เอเชียนาแอร์ไลน์ (SA) รหว่างประเทศเกาหลีใต้ (กรุงเทพมหานคร-โซล, ภูเก็ต-โซล) ภายในประเทศเกาหลี (ปูซาน-โซล)
  • ออสเตรียนแอร์ไลน์ (SA) ระหว่างประเทศออสเตรีย (เวียนนา-ซูริก/แฟรงก์เฟิร์ต/กรุงเทพ)
  • บางกอกแอร์เวย์ ระหว่างประเทศมัลดีฟส์ (กรุงเทพมหานคร-มาเล)
  • บีเอ็มไอ (SA) ภายในประเทศอังกฤษ (ลอนดอน-เอดิบะระ/กลาสโกว์/แมนเชสเตอร์ /เบลฟาสต์) ระหว่างประเทศอังกฤษ (ลอนดอน-ดับลิน)
  • บูลวัน (SA) ระหว่างประเทศฟินแลนด์ (เฮลซิงกิ-ซูริก/สตอกโฮล์ม/โคเปนเฮเกน) ระหว่างประเทศสวีเดน (ตุรกุ-สตอกโฮล์ม) (สตอกโฮล์ม-ตัมเปเร/วาซา)
  • ไชน่าแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศจีน (กรุงเทพมหานคร-เกาซง)
  • ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศจีน (กรุงเทพมหานคร-เซี่ยงไฮ้)
  • อียิปต์แอร์ (SA) ระหว่างประเทศอียิปต์ (กรุงเทพมหานคร-ไคโร)
  • เอลอัล อิสราเอลแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศอิสราเอล (กรุงเทพมหานคร-เทลอาวีฟ ยาโฟ)
  • เอมิเรตส์ ระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (กรุงเทพมหานคร-ดูไบ)
  • กัลฟ์แอร์ ระหว่างประเทศบาห์เรน (กรุงเทพมหานคร-บาห์เรน)
  • เจแปนแอร์ไลน์ (OW) ภายในประเทศญี่ปุ่น (โอะกินะวะ-นะโงะยะ/โอซะกะ) (นะโงะยะ/โอซะกะ/ฟุกุโอะกะ-ซัปโปะโระ) ระหว่างประเทศญี่ปุ่น (กรุงเทพมหานคร-โอซากา)
  • เจแปนทรานสโอเชียนแอร์ (OW) ภายในประเทศญี่ปุ่น (โอะกินะวะ-โอซะกะ+)
  • ลุฟต์ฮันซา (SA) ภายในประเทศจากแฟรงก์เฟิร์ต (แฟรงก์เฟิร์ต-เบอร์ลิน/ดัสเซลดอร์ฟ/ฮัมเบิร์ก/ฮันโนเฟอร์/มิวนิก/นูเรมเบิร์ก/ชตุทท์การ์ท)
  • ระหว่างประเทศจากแฟรงก์เฟิร์ต (แฟรงก์เฟิร์ต-อัมสเตอร์ดัม/บูดาเปสต์/บรัสเซลส์/ปราก/เวียนนา/วอร์ซอ/เจนีวา/ลิสบอน/บาเซโลนา)
  • ระหว่างแฟรงก์เฟิร์ตกับอเมริกา (แฟรงก์เฟิร์ต-แอตแลนตา/ชิคาโก/แดลลัส-ฟอร์ตเวิร์ธ/ไมอามี/นิวยอร์ก/วอชิงตัน)
  • ภายในประเทศจากมิวนิก (มิวนิก-เบอร์ลิน/โคโลญ/ดัสเซลดอร์ฟ/ฮัมเบิร์ก/ฮันโนเฟอร์)
  • ระหว่างประเทศจากมิวนิก (มิวนิก-อัมสเตอร์ดัม/บรัสเซลส์/บูดาเปสต์)
  • มาเลเซียแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศมาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพมหานคร/ภูเก็ต)
  • นกแอร์ ภายในประเทศไทย (ดอนเมือง-นครพนม/บุรีรัมย์/พิษณุโลก) (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)
  • ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศปากีสถาน (กรุงเทพมหานคร-อิสลามาบัด)
  • รอยัลบรูไนแอร์ไลน์ ระหว่างประเทศบรูไน (กรุงเทพมหานคร-บันดาร์เสรีเบกาวัน)
  • SAS (SA) * ระหว่างประเทศนอร์เวย์ (สตาวังเงร์-โคเปนเฮเกน) ภายในประเทศนอร์เวย์ (ออสโล-เบอร์เกน/เฮาเกซุนต์/คริสเตียนซานต์/สตาวังเงร์/ทรอนด์เฮม)
  • ระหว่างประเทศเดนมาร์ก (โคเปนเฮเกน-กอเทนเบิร์ก/ออสโล/เบอร์เกน/คริสเตียนซานต์/แฟรงก์เฟิร์ต/อัมสเตอร์ดัม/แมนเชสเตอร์/ฮัมเบิร์ก) ภายในประเทศเดนมาร์ก (โคเปนเฮเกน-ออฮุส/อัลบอร์ก)
  • ระหว่างประเทศสวีเดน (สตอกโฮล์ม-ทรอนด์เฮม/ออสโล/อัมสเตอร์ดัม/โคเปนเฮเกน/แฟรงก์เฟิร์ต/ลอนดอน/แมนเชสเตอร์) ภายในประเทศสวีเดน (สตอกโฮล์ม-กอเทนเบิร์ก/คาลมาร์/อูเมียว/ลูเลียว)
  • สเปนแอร์ (SA) ภายในประเทศสเปน (มาดริด-ปาลมาส เดอ มายอร์กา) (บิลบาโอ-มาดริด) (วาเลนเซีย-มาดริด+)
  • สวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ (SA) ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (กรุงเทพมหานคร-ซูริก)
  • เตอร์กิชแอร์ไลน์ (SA) กรุงเทพฯ-อิสตันบูล
  • แท็ปโปรตุเกส (SA) ระหว่างประเทศโปรตุเกส (ลิสบอน-ซูริก/แฟรงก์เฟิร์ต/มาดริด)
  • ไทโรเลี่ยน แอร์เวย์ (SA) ระหว่างประเทศออสเตรีย (แฟรงก์เฟิร์ต-ซาลซ์บูร์ก) (เวียนนา-มิวนิก) ภายในประเทศออสเตรีย (เวียนนา-กราซ/อินส์บรุค/ลินซ์/ซาลซ์บูร์ก/คลาเกนฟูร์ท)
  • ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (SA) ภายในสหรัฐอเมริกา (ลอสแอนเจลิส-เดนเวอร์ /นิวยอร์ก/ ซานฟานซิสโก /วอชิงตัน/ชิคาโก) ระหว่างสหรัฐอเมริกา (ชิคาโก-ลอนดอน, โตเกียว-ชิคาโก/แซนแฟรนซิสโก)

(SA) = Star Alliance Member (OW) = One World member + = มีเฉพาะขาไปเท่านั้น

  • ผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นโดยทำการบินร่วมภายใต้สายการบินไทยจะได้รับสิทธิอยู่ในประเทศญี่ปุ่นสูงสุด 21 วัน

อุบัติการณ์และอุบัติเหตุ[แก้]

อุบัติเหตุกับเครื่องการบินไทย เที่ยวบินทีจี 114 เมื่อ 3 มีนาคม 2544

การบินไทยมีอุบัติการณ์มากกว่าอุบัติเหตุ ซึ่งหมายถึงการทำการบินที่ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อยหรือไม่บาดเจ็บเลย รวมถึงการขู่ว่ามีการวางระเบิด อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์และอุบัติเหตุของการบินไทยค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลก

  • 30 มิถุนายน พ.ศ. 2510 - การบินไทย เที่ยวบินที่ 601 เครื่องบิน Sud Aviation SE-210 Caravelle III ทะเบียน HS-TGI ของการบินไทย บินจากซงชาน กรุงไทเป ไปยังสนามบินฮ่องกง(ไคตั๊ก) เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกขณะทำการลงจอดในขณะที่มีพายุไต้ฝุ่น เสียชีวิต 24คน บาดเจ็บหนัก 56 คน โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 73 คน ลูกเรือ 7 คน[29]
  • 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 - การบินไทยไม่ทราบเทื่ยวบิน เครื่องบิน Douglas DC-8 ทะเบียน HS-TGU บินจากกรุงเทพไปเนปาลเกิดอุบัติเหตุลื่นไถลออกนอกรันเวย์มีผู้เสียชีวิตที่ภาคพื้นดินเป็นประชาชนชาวเนปาล 1 ราย[31]
  • 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 - การบินไทย เที่ยวบินที่ 305[34]จาก กรุงเทพ ไป ย่างกุ้ง โดยสายการบินไทย โดยเครื่องบินโบอิง A300-600[35] ถูกสลัดอากาศ 2 คนบังคับให้นำเครื่องไปยังกัลกัตตาประเทศอินเดีย มีผู้โดยสารทั้งหมด 221คนเรื่องบินดำเนินการไปกัลกัตตา ตามที่สลัดอากาศต้องการก่อนกลับกรุงเทพ[36]

รายการสะสมคะแนน[แก้]

Boeing 747-400 สายการบินไทย กำลังทะยานขึ้น

รอยัลออร์คิดพลัส เป็นรายการสะสมแต้มการบินของการบินไทย ซึ่งนับเป็นรายการแรกของประเทศไทย มีสมาชิกจากทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคน

สมาชิกของรอยัลออร์คิดพลัสมี 4 ระดับชั้น ได้แก่

  • สมาชิก - สำหรับสมาชิกทั่วไป
  • ซิลเวอร์ - ต้องมีไมล์สะสมตั้งแต่ 10, 000 Q ไมล์ ใน 1 ปี หรือ 15, 000 Q ไมล์จากวันเริ่มต้นจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปี
  • โกลด์ - ต้องมีไมล์สะสมตั้งแต่ 50, 000 Q ไมล์ ใน 1 ปี หรือ, 80, 000 Q ไมล์ จากวันที่เริ่มต้นจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปี, หรือใช้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศตั้งแต่ 40 เที่ยวบินกับการบินไทย ภายใน 1 ปี.
  • แพลทินัม - สมาชิกภาพบัตรแพลทินัมได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อมอบแด่ท่านสมาชิกที่มีเอกลักษณ์ในการเดินทางที่โดดเด่น รวมถึงการเลือกเดินทางอย่างมีระดับในชั้นหนึ่ง รอยัล เฟิร์สท และชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ กับการบินไทยเสมอมา ตลอดจนเป็นผู้ที่ดำรงสถานภาพบัตรทองมายาวนาน และเป็นผู้ที่ได้รับการเรียนเชิญจากรอยัล ออร์คิด พลัส เท่านั้น

รูปแบบการสะสมไมล์เดินทางมี 3 รูปแบบ ได้แก่

  • Eligible Qualifying Mile's (EQM) ซึ่งสามารถสะสมไมล์เดินทาง เมื่อใช้บริการเที่ยวบินของสายการบินไทย, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์, สายการบิน เจ๊ท แอร์เวย์ และเที่ยวบินในสายการบิน หรือเที่ยวบินที่ร่วมเส้นทางจาก/ถึงกรุงเทพ คือสายการบินมาเลเซียน, สายการบินเอมิเรตส์, สายการบินเอลอัลของอิสราเอล และสายการบินไชนาอีสเทิร์น
  • Qualifying Mile's (Q Miles) ซึ่งสามารถสะสมไมล์เดินทาง ในชั้นบริการของสายการบินไทย และสายการบินในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ โดยจะสะสมแต้มตามชั้นที่นั่งซึ่งผู้โดยสารใช้บริการ
  • Partner Mile เป็นการสะสมสิทธิ์จากการใช้บริการอื่นๆ ที่เป็นแนวร่วมกับสายการบินไทย เช่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการโอนคะแนนสะสมไมล์, โรงแรมที่พัก หรือสินค้าบริการอื่นๆ ที่เข้าร่วมรายการ

บริษัทร่วมทุน[แก้]

เคาน์เตอร์เช็คอินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันการบินไทยถือหุ้นอยู่ใน สายการบินนกแอร์ อยู่ 49% นับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่ง[66]นอกจากนั้นบริษัทการบินไทยยังมีบริษัทย่อย[67]ดังต่อไปนี้

  1. บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์เอเชีย จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 55
  2. บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 49
  3. บริษัท ไทยไฟลท์เทรนนิ่ง จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 49
  4. บริษัท ทัวร์เอื้องหลวง จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 49
  5. บริษัท ดอนเมือง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต โฮเต็ล จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 40
  6. บริษัท ครัวการบินภูเก็ต จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 30
  7. บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 30
  8. บริษัท โรงแรม รอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ถือหุ้นร้อยละ 24
  9. บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ถือหุ้นร้อยละ 22.59

ครัวการบินไทย[แก้]

ครัวการบินไทย (อังกฤษ: THAI Catering Service) เริ่มดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2503 โดยเช่าโรงซ่อมบำรุงรักษาเครื่องบิน และอาคารเล็กอย่างละหนึ่งหลัง ภายในบริเวณท่าอากาศยานกรุงเทพ ที่ดอนเมืองเป็นแห่งแรก เพื่อทำการผลิตและให้บริการอาหารชนิดต่างๆ สำหรับสายการบินไทย และสายการบินอื่นอีกมากกว่า 50 สายการบิน[68]

สำนักงานของครัวการบินไทย มีสองแห่งคือ อาคารขนาดใหญ่บนพื้นที่ 90, 000 ตารางเมตร ภายในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัย เพื่อผลิตอาหารสำหรับรองรับในส่วนของสายการบินไทย และคำสั่งจากลูกค้าทุกสายการบิน โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตอาหารจำนวนมากกว่า 87, 000 มื้อต่อวัน ส่วนสำนักงานอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อสนับสนุนการกลับมาเปิดดำเนินการบินอีกครั้ง ตลอดจนรองรับความต้องการของเที่ยวบินภายในประเทศ รวมทั้งกิจการภาคพื้นดินอย่างการผลิตขนมอบ (Bakery) และการจัดเลี้ยงต่างๆ[68] โดยมีศักยภาพผลิตอาหารได้สูงสุด 49, 000 มื้อต่อวัน

ครัวการบินไทยมีผลงานที่สำคัญคือ เป็นผู้ดำเนินการผลิตและให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม แก่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2541, เฟสปิกเกมส์ครั้งที่ 7 เมื่อปี พ.ศ. 2542 และกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อนครั้งที่ 24 เมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงในงานไอฉิเอ็กซโป (Aichi Expo) เมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย[68]

ภัตตาคารการบินไทย[แก้]

ภัตตาคารการบินไทย (อังกฤษ: THAI Restaurants) เปิดให้บริการเป็นแห่งแรก ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2515 และเริ่มให้บริการสาขาแรก ภายในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2529

พัฟแอนด์พาย[แก้]

ร้านขนมอบพัฟแอนด์พาย (อังกฤษ: Puff & Pie Bakery House) ก่อตั้งขึ้นราวปลายปี พ.ศ. 2538 โดยครัวการบินไทย และเริ่มเปิดทำการเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 บริเวณหน้าอาคารรักคุณเท่าฟ้า ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ตลอดจนบริหารบุคลากรและอุปกรณ์ที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากครัวการบินไทยต้องสูญเสียรายได้ จากการบริการอาหารบนเครื่องบิน (Uplift) เนื่องจาก บมจ.การบินไทย มีนโยบายงดให้บริการอาหาร บนเที่ยวบินที่ไม่ตรงเวลาอาหาร ดังนั้นจึงทดลองเปิดขายขนมชนิดต่างๆ ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้ครัวการบินไทยมีรายได้เพิ่ม เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด จึงเพิ่มความสำคัญอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายในการสร้างรายได้ จากกิจการพัฟแอนด์พาย ให้เป็นรายได้หลักอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากงานจัดเลี้ยง รวมถึงจากการผลิตและบริการอาหารบนเที่ยวบิน

ดังนั้น ครัวการบินไทยจึงดำเนินการขยายสาขาของร้านพัฟแอนด์พาย โดยแผนระยะแรก จะเปิดขายในพื้นที่ของ บมจ.การบินไทยก่อน เพื่อเป็นสวัสดิการของพนักงาน ทว่าต่อมาได้รับการเรียกร้องจากลูกค้าภายนอก ให้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นในที่ต่างๆ เพื่อความสามารถในการให้บริการอย่างทั่วถึง ครัวการบินไทยจึงพิจารณาขยายสาขา ในสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจอื่น ตลอดจนร้านพัฟแอนด์พายเฉพาะกิจ ภายในศูนย์การค้าและงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมากและต่อเนื่อง ครัวการบินไทยจึงพิจารณาขยายตลาด โดยเปิดโครงการ Puff & Pie Whole Sales โดยให้บุคคลภายนอกที่สนใจกิจการ เข้าร่วมประกอบธุรกิจในชื่อ Puff & Pie Supreme Bakery Delight ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา

สำหรับรูปแบบของร้านพัฟแอนด์พายส่วนมาก จะสร้างเป็นร้านค้าขนาดเล็ก (Kiosk) มีหลังคาผ้าใบสีขาวและเหลืองเป็นสัญลักษณ์ จำหน่ายอาหารไทย อาหารจีน และอาหารฝรั่งชนิดปรุงสำเร็จ ในชื่อผลิตภัณฑ์ซื้อกลับบ้าน (Take Home) รวมทั้งผลิตภัณฑ์เอื้องหลวง ที่ฝ่ายผลิตและบริการภาคพื้นเป็นผู้ผลิต วางจำหน่ายร่วมด้วย[69]

นิตยสารประจำเที่ยวบิน[แก้]

นิตยสารประจำเที่ยวบิน (Inflight Magazine) ของการบินไทย มีชื่อว่าสวัสดี (อังกฤษ: Sawasdee) ออกเป็นฉบับปฐมฤกษ์เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2514 เนื้อหาส่วนมากนำเสนอบทความสารคดี ว่าด้วยความเป็นไทย โดยเฉพาะประเพณีและวัฒนธรรม ที่เขียนขึ้นใหม่โดยเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษทั้งฉบับ มิได้นำบทความที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารอื่นมาลงซ้ำ นอกจากนั้น ยังมีภาพประกอบที่สวยงามโดดเด่นอีกด้วย

นิตยสารประจำเที่ยวบินของเดินอากาศไทย มีชื่อว่ากินรี (อังกฤษ: Kinnaree) ออกเป็นฉบับปฐมฤกษ์เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2527 เนื้อหาส่วนมากนำเสนอบทความสารคดี ว่าด้วยสารบันเทิงปกิณกะ โดยเฉพาะความเป็นไทย ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเขียนขึ้นใหม่โดยเฉพาะเป็นภาษาไทยทั้งฉบับ อนึ่ง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2531 กินรีออกฉบับพิเศษ "41 ปี เดินอากาศไทย" ก่อนที่จะรวมกิจการเข้ากับการบินไทย ในวันที่ 1 เมษายนด้วย

หลังจากนั้น การบินไทยจึงเป็นเจ้าของนิตยสารทั้งสองฉบับ โดยสวัสดียังคงเป็นนิตยสารประจำเที่ยวบินระหว่างประเทศ และกินรีกลายเป็นนิตยสารประจำเที่ยวบินภายในประเทศ จนกระทั่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 มีการเปลี่ยนแปลงให้นิตยสารสวัสดี ตีพิมพ์เป็นสองภาษาควบคู่กัน โดยให้บริการทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศ ส่วนนิตยสารกินรี การบินไทยขายกิจการไปให้กับธนาคารกรุงเทพ เพื่อใช้เป็นชื่อนิตยสารสำหรับลูกค้าธนาคารที่เป็นสมาชิก

การบินไทยไขจักรวาล[แก้]

การบินไทยเป็นผู้สนับสนุนให้มีรายการโทรทัศน์ ประเภทตอบปัญหาชิงรางวัลและทุนการศึกษาแก่เยาวชน ซึ่งมีชื่อว่าการบินไทยไขจักรวาล ที่จัดแข่งขันระหว่างนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาผู้แทนโรงเรียนต่างๆ กลุ่มละสามคน โดยแต่ละครั้งจะแข่งขันกันระหว่างสองโรงเรียน ดำเนินรายการโดย พลตรีถาวร ช่วยประสิทธิ์ (2518-2521) และหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ (2521-2548) ออกอากาศทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 17:00-17:30 น. ถ่ายทอดสดจากห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เป็นระยะเวลาถึง 30 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2518-พ.ศ. 2548 ทั้งนี้ นักเรียนที่ชนะการตอบปัญหาประจำสัปดาห์ จะได้รับทุนการศึกษา ส่วนนักเรียนที่ชนะเลิศการตอบปัญหาประจำปี จะได้รับรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับต่างประเทศ พร้อมกิจกรรมทัศนศึกษา ซึ่งการบินไทยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

กรณีฟ้องร้องบริษัทต่างประเทศ[แก้]

การบินไทยได้ฟ้องร้องบริษัทโคอิโตะ ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งเก้าอี้โดยสารภายในเครื่องบินแอร์บัส เอ 330ในชั้นประหยัดทั้ง 5 ลำได้ส่งผลให้การบินไทยเสียโอกาสในการนำเครื่องบินบริการแก่ผู้โดยสาร ค่าเสียโอกาสในการบำรุงเครื่องบินและยังต้องหาบริการอื่นเพื่อดำเนินการในการติดตั้งเก้าอี้โดยสารใหม่ กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อการบินไทยว่าจ้างบริษัทโคอิโตะติดตั้งเก้าอี้ในชั้นประหยัดโดยในระยะแรกเป็นไปด้วยดีแต่เมื่อถึงต้นปีพ.ศ. 2553 บริษัทดังกล่าวไม่ได้การรับรองจากกรมการบินประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากการที่ดังกล่าวบริษัทเปลี่ยนมาตรฐาน ส่งผลให้ 2 รายการ จาก 18 รายการ ไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากประเทศญี่ปุ่น[70]เรื่องดังกล่าวนอกจากกระทบต้องเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 330ยังกระทบต่อเครื่องบินแบบโบอิง 777-300 HS-TKE[71]โดยเครื่องบินลำดังกล่าวขายที่นั่งได้น้อยลงเพราะต้องขายเฉพาะที่นั่งที่ติดตั้งจากบริษัทโคอิโตะเพียงส่วนหนึ่งก่อนที่บริษัทดังกล่าวจะถูกถอนใบอนุญาต[72]

กรณีดังกล่าวยังได้ส่งผลกระทบต่อความยากลำบากในการให้บริการบนเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 330เนื่องจากเครื่องบินมีการจ้างบริษัทที่ติดตั้งเก้าอี้แตกต่างกัน โดย 12ลำแรกHS-TEA ถึง HS-TEM รหัส A333 เป็นการออกแบบที่นั่งแบบหนึ่ง ซึ่งไม่มีจอส่วนตัวให้ผู้โดยสารใช้เครื่องยนต์ PW4000 8 ลำต่อมาตั้งแต่ HS-TEN ถึง HS-TEU A330 ก็เป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งมีจอส่วนตัวให้ผู้โดยสาร ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce Trent 700 ส่วนในชุดสุดท้ายเป็นการออกแบบที่นั่งอีกแบบหนึ่งซึ่งทันสมัยมากที่สุดรหัส A33H ใช้เครื่องยนต์ Rolls Royce Trent 700 นอกจากนั้นแล้วใน 4 ลำดังกล่าวการบินไทยได้เริ่มใช้รหัสใหม่เป็น HS-TBA ซึ่งโดยปกติแล้วแอร์บัส เอ 330จะใช้รหัสเป็น HS-TE_ ทั้งนี้เพื่อกันความสับสนของนักบินและลูกเรือซึ่งใน 7 ลำดังกล่าวได้เลิกใช้การติดตั้งเก้าอี้ของบริษัทโคอิโตะในชั้นประหยัด

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Major Shareholders". ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. 10 มกราคม พ.ศ. 2550. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550. 
  2. ′อำพน กิตติอำพน′ ลาออกจากประธานบอร์ดการบินไทย ตั้ง ′พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง′ นั่งแทน, ข่าวประชาชาติธุรกิจ, 21 กุมภาพันธ์ 2557. (มีผลตั้งแต่ 10 มีนาคม)
  3. 3.0 3.1 ประวัติ บมจ.การบินไทย จากเว็บไซต์การบินไทย
  4. เที่ยวบินแรกของการบินไทย : เส้นทางการบินระหว่างประเทศ ในเว็บไซต์การบินไทย
  5. ผู้จัดการสายการบินแรกที่บินการบินไทย
  6. รางวัลยอดเยี่ยมจากองค์การอนามัยโลก
  7. ประวัติบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเว็บไซต์การบินไทย
  8. http://www.settrade.com/C04_05_stock_majorshareholder_p1.jsp?txtSymbol=THAI&selectPage=5
  9. "World Airline Directory." Flight International. 13 April 1961. Page 509.
  10. "World Airline Directory." Flight International. 26 March 1970. Page 503.
  11. "World Airline Directory." Flight International. 26 July 1980. Page 359.
  12. http://news.thaiza.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A7%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AF%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/225861/
  13. Skytrax
  14. http://www.manager.co.th/home/viewnews.aspx?NewsID=9550000063064
  15. http://www.logisticsdigest.com/news/air-transport/item/8165-52%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%5C'%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%5C'15-%E0%B8%84%E0%B8%99.html
  16. 16.0 16.1 16.2 16.3 สัญลักษณ์การบินไทย ในเว็บไซต์การบินไทย
  17. ชี้แจงผลประกอบการ ไตรมาส 4 ปี 2555 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  18. UPDATE ฝูงบินการบินไทย มีทั้งหมด 90 ลำ HFlight.net 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
  19. http://www.prthaiairways.com/sawasdee/201304
  20. http://info.flightmapper.net/flight/Thai_Airways_TG_916
  21. http://info.flightmapper.net/flight/Thai_Airways_TG_327
  22. http://info.flightmapper.net/flight/Thai_Airways_TG_963
  23. 23.0 23.1 Kositchotethana, Boonsong (5 November 2012). "UK-Phuket Dreamliner flights will begin one year from now". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 10 November 2012. 
  24. http://thai.listedcompany.com/misc/ar/20120404-THAI-AR2011-TH.pdf
  25. http://www.thairath.co.th/content/eco/178999
  26. http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/204101.html
  27. http://www.thaicabincrew.com/forums/viewtopic.php?t=40347
  28. http://www.prthaiairways.com/thaiair_4p/front/airbus_a380.php?lg=th&scat=0
  29. http://aviation-safety.net/database/record.php?id=19670630-1
  30. http://www.planecrashinfo.com/1967/1967-92.htm
  31. http://aviation-safety.net/database/record.php?id=19730510-1
  32. http://aviation-safety.net/database/record.php?id=19861026-0
  33. %20G-BMRH%20and%20Boeing%20747%20HS-TGB%2005-90.pdf No:5/90
  34. http://www.ibiblio.org/obl/reg.burma/archives/199707/msg00065.html]
  35. http://aviation-safety.net/database/record.php?id=19901110-0
  36. http://www.rediff.com/news/1999/dec/24hij1.htm
  37. รายละเอียดเครื่องบินตก 2535
  38. รายละเอียดเครื่องบินตก 2541
  39. รายละเอียดเครื่องบินระเบิด 2544
  40. http://www.airliners.net/photo/0766222/L/
  41. http://www.jacdec.de/news/years/ALL2005.txt
  42. http://www.pprune.org/south-asia-far-east/171800-thai-sia-taxiing-incident.html
  43. http://www.jacdec.de/news/years/ALL2005.txt
  44. http://www.theage.com.au/news/national/airport-reopens-after-scare/2005/10/26/1130291436296.html
  45. http://www.ryt9.com/es/prg/46465
  46. http://www.atsb.gov.au/publications/investigation_reports/2007/AAIR/pdf/aair200706727_prelim.PDF
  47. http://avherald.com/h?article=401ba096&opt=0
  48. http://avherald.com/h?article=3fd00254&opt=0
  49. [http://www.hflight.net/forums/topic/304-บินอุบลฯระทึก-กระจกร้าว-ก่อนร/ บินอุบลฯระทึก กระจกร้าว ก่อนร่อนจอดล
  50. http://avherald.com/h?article=4257f87f&opt=0
  51. http://avherald.com/h?article=426d5dbd&opt=0
  52. http://avherald.com/h?article=42d2f3ca&opt=0
  53. http://avherald.com/h?article=430a8667&opt=0
  54. http://phuketwan.com/tourism/phuket-flight-lands-safely-mid-air-emergency-13507/
  55. http://avherald.com/h?article=435fbf1e&opt=0
  56. http://hilight.kapook.com/view/57728
  57. http://avherald.com/h?article=43d60d5f&opt=0
  58. http://www.komchadluek.net/detail/20110728/104165/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94.html
  59. http://avherald.com/h?article=441d3a52&opt=0
  60. http://avherald.com/h?article=44a818ac&opt=0
  61. http://avherald.com/h?article=452cdd36&opt=0
  62. http://www.hflight.net/forums/topic/12165-เครื่องแอร์บัสการบินไทยทำเส/
  63. http://avherald.com/h?article=467ab3da&opt=0
  64. Accident: Thai A333 at Bangkok on Sep 8th 2013, runway excursion on landing
  65. http://www.ryt9.com/s/iq01/1770417
  66. http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20110928/411285/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C165%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html
  67. http://thai.listedcompany.com/misc/ar/20120404-THAI-AR2011-TH.pdf
  68. 68.0 68.1 68.2 ข้อมูลเกี่ยวกับฝ่ายครัวการบินไทย จากเว็บไซต์ฝ่ายครัวการบินไทย
  69. ประวัติความเป็นมาของร้านพัฟแอนด์พาย จากเว็บไซต์พัฟแอนด์พาย
  70. http://www.komchadluek.net/detail/20100111/44131/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99.html
  71. http://www.hflight.net/forums/topic/7621-thai-airways-tg103-cnx-bkk-%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B0/page__st__40
  72. http://www.thaiairways.com/thai-services/in-the-air/downloads/773.pdf

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]