บรรพศิลป์
-
ระวังสับสนกับ ศิลปะไร้มายา
บรรพศิลป์ หรือ อนารยศิลป์[2] (อังกฤษ: Primitive art หรือ Tribal art) เป็นคำศัพท์กว้างๆ ที่ใช้บรรยายวัตถุหรือสิ่งที่สร้างโดยชนพื้นเมืองผู้มีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม (Primitive culture)[3] ที่อาจจะเรียกว่า “'Ethnographic art” หรือ “Arts Primitive” (“บรรพศิลป์”)[4] บรรพศิลป์แบ่งออกเป็นสามกลุ่ม
-
-
- ศิลปะแอฟริกัน
- ศิลปะโลกใหม่ หรือ ศิลปะอเมริกา (ไม่ใช่ “ศิลปะอเมริกัน”)
- ศิลปะโอเชียเนีย
-
เนื้อหา |
นิยามและลักษณะ [แก้]
“บรรพศิลป์” อาจจะถือว่าเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มักจะเป็นศิลปะที่มีความสำคัญทาง ประเพณี/ศาสนาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเฉพาะของชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่ง[5] โดยทั่วไปแล้วก็จะเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นที่ห่างไกลออกไป และจะเป็นศิลปะที่คำนึงถึงหัวข้อที่ทำ และ ฝีมือในการสร้างจากประชาคมกลุ่มเล็ก (ชนเผ่า) ที่มักจะไม่มีประเพณีการอ่านการเขียน
“บรรพศิลป์” ที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดมาจากทวีปอเมริกา (ตัวอย่างเช่นงานของอินนิวอิท, อเมริกันอินเดียนเกรตเพลน (Plains Indians--อเมริกันอินเดียนจากตอนกลางของสหรัฐอเมริกา) และจากดินแดนที่ห่างไกลจากผู้คนในอเมริกากลาง และ อเมริกากลางใต้), โอเชียเนีย (โดยเฉพาะจากออสเตรเลีย, เมลานีเซีย, นิวซีแลนด์ และ โพลีนีเซีย) และ แอฟริกาซับซาฮารา ลักษณะของสังคมที่สร้างศิลปะตระกูลนี้ก็ได้แก่:[4]
-
-
- สังคมที่แยกจากสังคมอารยธรรมหลักของยุโรป, แอฟริกาเหนือ หรือ เอเชียทั้งทางที่ตั้ง, ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ
-
-
-
- สังคมที่ใช้ประเพณีมุขปาฐะ[6] (oral tradition) เป็นหลัก ไม่มีการอ่านการเขียน
-
-
-
- สังคมขนาดเล็กและเป็นอิสระที่มักจะอยู่ในรูปของหมู่บ้านที่มีประชากรราวสองสามร้อยคนและการติดต่อสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวโดยตรงโดยปราศจากการจัดระเบียบสังคม[7] (social organization) หรือมารยาทการสังคมที่วางไว้อย่างเป็นทางการ
-
-
-
- งานจำนวนน้อย/เชี่ยวชาญศิลปะเฉพาะทาง
-
-
-
- สังคมล่าสัตว์-เก็บพืชผัก (Hunter-gatherer) ที่ดำรงชีวิตแบบยังชีพ หรือ ถ้าทำการเกษตรก็เป็นการเกษตรขนาดเล็กระดับพอกิน
-
-
-
- ขาดเทคโนโลยีที่เกินไปกว่าเครื่องมือง่ายๆ ที่อาจจะทำจากหินแทนที่จะเป็นโลหะ
-
-
-
- สังคมที่มีแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมจนมาถึงก่อนหน้าที่จะมีการติดต่อกับชาวยุโรป
-
อ้างอิง [แก้]
- ^ Tales in terracotta: Set up in 1990, the Sanskriti Museum has contexualised and documented terracotta from all parts of the country, Indian Express, 15 May 2005.
- ^ “พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ” โดยมะลิฉัตร เอื้ออานันท์ให้คำนิยาม “อนารยศิลป์” ไว้ว่าเป็น “ศิลปะของอนารยชน เช่นรูปสลักและหน้ากากแอฟริกัน ศิลปะในที่ต่างๆ เช่นนิวกินี และประเทศแถบมหาสมุทร เช่นอลาสกา หรือผลงานของพวกอินเดียนแดงชนเผ่านาวาโฮ” (“พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ” มะลิฉัตร เอื้ออานันท์. “พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ” สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พ.ศ. 2545)
- ^ การใช้คำว่า “ชนพื้นเมืองผู้มีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม” อาจจะถือว่าเป็นการบรรยายเชิงหมิ่นที่อาจจะสร้าง “ข้อขัดแย้ง” (controversially description) ได้
- ^ 4.0 4.1 Dutton, Denis, Tribal Art. In Michael Kelly (editor), Encyclopedia of Aesthetics. New York: Oxford University Press, 1998.
- ^ Folk and Tribal Art, Cultural Heritage, Know India.
- ^ “ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน”
- ^ “ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน”
บรรณานุกรม [แก้]
- Edmund Snow Carpenter, The Tribal Terror of Self-Awareness. In Paul Hockings (editor), Principles of Visual Anthropology, 1975, pages 451–461.
- Dennis Dutton, Tribal Art and Artifact. Journal of Aesthetics and Art Criticism, 51(1):13–21, Winter 1993.
- Dennis Dutton, Mythologies of Tribal Art. African Arts, 28(3):32–43, Summer 1995.
ดูเพิ่ม [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- Tribal Art Magazine
- Tribal Arts magazine
- Tribal Art Brokers, Australia
- Paleobree — Tribal Art Information Service
- Tribal Art Gallery, San Francisco, USA
- TAD: Tribal Art and Design Gallery, Santa Fe, USA
- Tribal arts Great Britain.