นิโกลาส์ ซาร์โกซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก นีโกลา ซาร์โกซี)
นิโกลาส์ ซาร์โกซี
Nicolas Sarkozy
นิโกลาส์ ซาร์โกซี

อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
นายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ ฟียง
สมัยก่อนหน้า ฌาคส์ ชีรัค
สมัยถัดไป ยังคงดำรงตำแหน่ง

ดำรงตำแหน่ง
31 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 – 26 มีนาคม พ.ศ. 2550
นายกรัฐมนตรี โดมินิก เดอ วิลล์แป็ง
สมัยก่อนหน้า โดมินิก เดอ วิลล์แป็ง
สมัยถัดไป ฟรองซัวส์ บารวง
ดำรงตำแหน่ง
7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2547
นายกรัฐมนตรี ฌอง-ปีแอร์ ราฟฟาแรง
สมัยก่อนหน้า ดานีล วายอง
สมัยถัดไป โดมินิก เดอ วิลล์แป็ง

ดำรงตำแหน่ง
31 มีนาคม พ.ศ. 2547 – 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
สมัยก่อนหน้า ฟรองซีส แมร์
สมัยถัดไป แอร์เว เกมาร์

เกิด 28 มกราคม พ.ศ. 2498 (อายุ 53 ปี)
Flag of ฝรั่งเศส ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สังกัดพรรค UMP
สมรสกับ (1) มารี-โดมินีก กูลีโยลี
(2525 - 2539)
(2) เซซิลียา ซิกาเนร์-อัลเบนิซ
(2539 - 2550)
(3) คาร์ลา บรูนี
(พ.ศ. 2551 — )
ศาสนา โรมันคาทอลิก

นิโกลาส์ ซาร์โกซี [nikɔla saʁkɔzi] (28 มกราคม พ.ศ. 2498 — ) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและผู้ปกครองร่วมแห่งอันดอร์ราคนปัจจุบัน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเศรษฐกิจ การคลังและอุตสาหกรรม กระทรวงงบประมาณและนายกเทศมนตรีเนยยี-ซูร์-แซน

เขาเป็นที่รู้จักดีจากทัศนคติในด้านกฎหมายและคำสั่งของเขา[1] รวมถึงความต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศสกลับคืนสู่สภาพเดิม[2] ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เขาได้สร้างความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับสหรัฐอเมริกาและยังได้กระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย[3] ชื่อเล่นที่ผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนต่างเรียกแทนตัวเขาคือ "ซาร์โก" (Sarko)

เนื้อหา

[แก้] ชีวิตส่วนตัว

[แก้] พื้นหลังครอบครัว

นิโกลาส์ ซาร์โกซี เป็นลูกชายของปาล ซาร์โกซี เดอ นากี-โบคซา (Pál Sárközy de Nagy-Bócsa) ชาวฮังการีที่อพยพมาและอองเดร มัลละห์ (Andrée Mallah) หญิงชาวฝรั่งเศสนิกายคาทอลิก เชื้อสายกรีก-เซพาร์ดิกยิว[4][5] ตาของเขาเป็นชาวกรีกชื่อว่า เบนิโก มัลละห์ (เดิม อารอน มัลละห์) ซึ่งเป็นอายุรแพทย์จากเทสซาโลนิกิ เบนิโกได้อพยพมายังประเทศฝรั่งเศสเพื่อที่จะมาเป็นแพทย์ เขาเป็นลูกชายของมอร์เดไค มัลละห์ (Mordechai Mallah)

ซาร์โกซี เดอ นากี-โบคซา (Sárközy de Nagy-Bócsa) หรือ นากีโบคไซ ซาร์โกซี (Nagybócsai Sárközy)

ปาล ซาร์โกซี (เกิด พ.ศ. 2471) ณ กรุงบูดาเปสต์ในครอบครัวธรรมดาในประเทศฮังการี ครอบครัวเขาได้ครอบครองที่ดินและปราสาทเล็กๆ ในหมู่บ้านอลัตยัน (Alattyán) ใกล้ๆ เมืองโซลนก (Szolnok) ห่างจากบูดาเปสต์ไปทางทิศตะวันออก 92 กิโลเมตร (57 ไมล์) พ่อและปู่ของปาล ซาร์โกซี ได้รับเลือกตั้งให้ดูแลเมืองโซลนก อย่างไรก็ตามครอบครัวซาร์โกซี เดอ นากี-โบคซา (นากี-โบคไซ ซาร์โกซี) นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ แต่ว่าแม่ (Katalin Tóth de Csáford) และย่าของปาล ซาร์โกซีย์ นั้นนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและยังนิยมลัทธิอภิชนาธิปไตยอีกด้วย

ขณะที่กองทัพแดงบุกฮังการีในปี พ.ศ. 2488 ครอบครัวซาร์โกซีได้หนีไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี[6] พวกเขาได้กลับไปอีกทีในปี พ.ศ. 2489 แต่ที่ดินของพวกเขาก็ได้โดนยึดหมดแล้ว พ่อของปาล ซาร์โกซีได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ส่วนแม่ของเขาเกรงว่าปาล ซาร์โกซีจะถูกเกณฑ์ไปร่วมกองทัพประชาชนฮังการีหรือส่งไปไซบีเรีย จึงโน้มน้าวให้เขาออกจากประเทศและสัญญาว่าจะตามเขาไปแล้วค่อยพบกันที่กรุงปารีส ปาลได้ออกจากประเทศฮังการี ไปยังประเทศออสเตรียและต่อมาประเทศเยอรมนี ในขณะที่แม่ของเขาได้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ว่าเขาได้จมน้ำที่ทะเลสาบบาลาตอน ในที่สุดปาล ซาร์โกซีได้ถึงเมืองบาเดน-บาเดน ประเทศเยอรมนี ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นสถานที่ตั้งของกองบัญชาการทหารฝรั่งเศสในประเทศเยอรมนีอีกด้วย และที่นั่นเองเขาได้เข้าสมัครเป็นส่วนหนึ่งของกองทหารต่างประเทศฝรั่งเศส (Légion étrangère) เขาสมัครเข้าเป็นทหารเป็นเวลา 5 ปี และถูกส่งไปฝึกที่เมืองซิดี เบล อับแบส (Sidi Bel Abbès) ในประเทศแอลจีเรียฝรั่งเศส เพราะเป็นกองบัญชาการกองทหารต่างประเทศฝรั่งเศส ต่อมาเขาจะต้องไปประจำการที่อินโดจีนฝรั่งเศสเมื่อจบการฝึก แต่แพทย์ผู้ซึ่งตรวจสุขภาพของปาลก่อนออกเดินทางนั้นเป็นชาวฮังการีด้วย ด้วยความสงสารและเห็นอกเห็นใจ แพทย์คนนั้นจึงช่วยเหลือปาลไม่ให้ไปประจำการยังอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งอาจจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเวียดมินห์ก็เป็นได้ เขากลับไปใช้ชีวิตเป็นพลเรือนในเมืองมาร์เซย์ปี พ.ศ. 2491 อย่างไรก็ตามเขาได้ขอสัญชาติฝรั่งเศสในคริสต์ทศวรรษ 1970 เท่านั้น (หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นคนไร้สัญชาติ) แม้กระนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาฮังการีเป็นภาษาฝรั่งเศสกลายเป็น ปอล ซาร์โกซี เดอ นากี-โบคซา (Paul Sarközy de Nagy-Bocsa) เขาได้พบกับอองเดร มัลละห์ แม่ของนิโกลาส์ ซาร์โกซี (เป็นที่รู้จักในนาม "ดาดู"[7]) ในปี พ.ศ. 2492

มัลละห์ (Mallah)

อองเดร มัลละห์ นักเรียนกฎหมาย ลูกสาวของเบเนดิกต์ มัลละห์ เศรษฐีผู้เชี่ยวชาญการแพทย์สาขาโรคระบบการขับถ่ายปัสสาวะและโรคติดต่อทางเพศ และมีชื่อเสียงโด่งดังมาเป็นเวลานานในหมู่ชนชั้นกลางในเขตที่ 17 กรุงปารีส]] เบเนดิกต์ มัลละห์ หรือเดิมชื่อ อารอน มัลละห์ (ชื่อเล่น เบนิโก) เกิดเมื่อปีพ.ศ. 2433 ในชุมชนเซพาร์ดิกยิวของเมืองซาโลนิกา (เทสซาโลนิกิ) จักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งในขณะนั้นประชากรส่วนมากเป็นชาวยิว ตามการศึกษาลำดับเครือญาติของชาวยิวนั้น บรรพบุรุษของครอบครัวมัลละห์แห่งซาโลนิกานั้นมาจากประเทศสเปน ซึ่งได้อพยพออกจากสเปนตั้งแต่พ.ศ. 2035 เนื่องจากกษัตริย์คาทอลิกได้ขับไล่ชาวยิวให้ออกจากประเทศ ต่อมาได้ตั้งรกรากที่เมืองโปรวองซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ประมาณ 100 ปีหลังจากนั้นได้อพยพมาอยู่ที่ซาโลนิกา เบนิโก มัลละห์เป็นลูกชายเจ้าของร้ายขายเพชรพลอย ได้ออกจากซาโลนิกากับแม่ของเขาในปี พ.ศ. 2447 เมื่อเขาอายุได้เพียง 14 ปี และได้เข้าเรียนที่โรงเรียนลากานาล (Lycée Lakanal) โรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียงในเมืองสโกซ์ (Sceaux) ในชนบททางใต้ของกรุงปารีส เขาเข้าเรียนแพทยศาสตร์หลังจากจบปริญญาตรีและตัดสินใจอาศัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและเป็นพลเมืองฝรั่งเศสในต่อมา เขาเป็นแพทย์ในกองทัพฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นเหตุให้เขาเจอกับหญิงม่ายจากสงครามคืออแดล บูวิเยร์ (พ.ศ. 2434 - พ.ศ. 2499) ซึ่งมาจากครอบครัวชนชั้นกลางในลียง ผู้ซึ่งเขาได้แต่งงานในปีพ.ศ. 2460 อแดล บูวิเยร์ ยายของนิโกลาส์ ซาร์โกซีนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกเหมือนกับชาวฝรั่งเศสทั่วไป ส่วนเบนิโก มัลละห์นั้นไม่เป็นที่กล่าวถึงว่านับถือศาสนาใด แต่ได้เปลี่ยนมานับถือนิกายโรมันคาทอลิกเมื่อได้แต่งงานกับอแดล บูวิเยร์ เนื่องจากพ่อแม่ของอแดลขอร้องและให้เขาเปลี่ยนชื่อเป็น "เบเนดิกต์" อย่างไรก็ตามเขาและครอบครัวก็ต้องหนีออกจากปารีสและไปลี้ภัยในจังหวัดกอร์แรซช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหลบหลีกการถูกจับและควบคุมตัวส่งไปยังเยอรมนี ในระหว่างการล้างชาติพันธุ์โดยนาซี ตระกูลมัลละห์ที่อาศัยอยู่ในซาโลนิกาหรืออพยพมายังประเทศฝรั่งเศสนั้นได้ถูกเนรเทศไปยังค่ายกักกัน ซึ่งเป็นที่ทราบภายหลังว่า มีสมาชิกตระกูลมัลละห์เสียชีวิตโดยพวกนาซีไปทั้งสิ้น 57 คน[8]

ปอล ซาร์โกซีและอองเดร มัลละห์ได้ตั้งถิ่นฐานในเขตที่ 17 กรุงปารีส และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ได้แก่

  • กีโยม ซาร์โกซี (Guillaume Sarkozy) (พ.ศ. 2494 — ) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทอผ้า
  • นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) (พ.ศ. 2498 — ) นักการเมืองและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสคนปัจจุบัน
  • ฟรองซัวส์ ซาร์โกซี (François Sarkozy) (พ.ศ. 2500 — ) จบปริญญาโททางบริหารธุรกิจและผู้บริหารบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ

ในปี พ.ศ. 2502 ปอล ซาร์โกซีได้หย่ากับอองเดร มัลละห์และไปแต่งงานอีก 2 ครั้งโดยมีลูกอีก 2 คนกับภรรยาคนที่ 2

โอลิวีเยร์ ซาร์โกซี พี่น้องร่วมบิดาของเขาได้ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าบริหารและจัดการร่วมในบริษัทคาร์ลีลเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551[9]

[แก้] ชีวิตวัยเยาว์

ในวัยเด็กของซาร์โกซีนั้น บิดาของเขาได้ปฏิเสธในการให้เงินสนับสนุนครอบครัวเขา ทั้งๆ ที่ปอลได้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาและเป็นเศรษฐี ครอบครัวของเขาจึงได้เพียงอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เล็กๆ ของตาเขา (เบเนดิกต์ มัลละห์) ในเขตที่ 17 เท่านั้น ต่อมาครอบครัวของเขาย้ายไปยังเทศบาลเนยยี-ซูร์-แซน หนึ่งในเทศบาลที่ร่ำรวยที่สุดของแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ ซาร์โกซีเคยกล่าวว่า ตาของเขาซึ่งเป็นพวกนิยมโกลล์ มีอิทธิพลต่อเขามากกว่าบิดาเสียอีก ทั้งนี้ก็เพราะซาร์โกซีแทบไม่ได้เจอเขาเลย ตาของเขาเกิดมาเป็นพวกเซพาร์ดิกยิว ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมานับถือโรมันคาทอลิก ซาร์โกซีจึงเติบโตมาด้วยการความเชื่อแบบคาทอลิก เขาและพี่น้องได้เข้าพิธีศีลจุ่มและล้างบาป ซึ่งทำให้เขาเป็นคาทอลิกอย่างสมบูรณ์ ซาร์โกซียังเคยกล่าวว่า คนต้นแบบที่เค้าชื่นชอบคนหนึ่งคือ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2

ปอล ซาร์โกซี พ่อของเขาไม่เคยสอนภาษาฮังการีให้แก่เขาหรือพี่น้องเลย และไม่มีหลักฐานว่ามีการพยายามสั่งสอนเรื่องพื้นหลังของครอบครัวหรือบรรพบุรุษเลย

ประเทศฝรั่งเศส

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ:
ระบบการปกครองของ
ประเทศฝรั่งเศส



ซาร์โกซียังเคยกล่าวว่า การที่พ่อทิ้งเขาไปแต่เยาว์ทำให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นในปัจจุบัน และในฐานะที่เขาเป็นเด็กและวัยรุ่น เขาเคยรู้สึกว่าเขามีปมด้อยเรื่องฐานะกับเพื่อนร่วมห้องที่มีฐานะทางการเงินสูงกว่าเขา เขายังมีความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย (เขาสูงเพียง 1.65 เมตร (5 ฟุต 5 นิ้ว) หรือไม่ก็ฐานะของครอบครัว — อย่างน้อยก็ต่ำกว่าผู้ที่อยู่อาศัยในเขตที่ 17) และได้เก็บความรู้สึกขุ่นเคืองใจที่มีต่อพ่อเขาเป็นอย่างมาก "สิ่งที่สร้างผมขึ้นมาทุกวันนี้คือความอับอายที่ผมได้รับมาในวัยเยาว์" เขากล่าว[10]

[แก้] การศึกษา

ซาร์โกซีสมัครเข้าโรงเรียนชัปตาล (Lycée Chaptal) โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐในเขตที่ 8 ซึ่งเขาตกในระดับ 6 (Sixième) (เทียบเท่าประถมศึกษาปีที่ 6 ในสหรัฐอเมริกาหรือมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในอังกฤษและเวลส์) ครอบครัวเขาจึงส่งเขาไปเรียนที่กูร์ แซงต์-หลุยส์ เดอ มงโซ (Cours Saint-Louis de Monceau) โรงเรียนคาทอลิกเอกชนในเขตที่ 17 ซึ่งเขาได้ถูกรายงานว่าเป็นนักเรียนระดับธรรมดา[11] ซึ่งเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2516 และต่อมาได้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยปารีส 10 นองแตร์ (Université Paris X Nanterre) และเรียนจบปริญญาโทสาขากฎหมาย และที่นี้เองเป็นสถานที่เริ่มต้นและกำลังหลักของเหตุการณ์พฤษภา 2511 (Mai 68) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของนักเรียนหัวเอียงซ้าย แม้ว่าเขาจะถูกมองว่าเป็นคนเงียบ แต่เขาก็ได้ร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมปีกขวาของมหาวิทยาลัยซึ่งเขาก็ได้มีความตื่นตัวทางการเมือง หลังจบการศึกษา เขาเข้าศึกษาต่อที่สถาบันวิชาการเมืองปารีส (Institut d'Études Politiques de Paris) (พ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2524) แต่ไม่จบเนื่องจากมีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษน้อยเกินไป[12] หลังจากผ่านการสอบแล้ว เขาได้เป็นทนายความกฎหมายด้านธุรกิจและครอบครัว[13]

[แก้] การแต่งงานและการหย่า

[แก้] มารี-โดมินิก กูลีโยลี

ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2525 ซาร์โกซีได้แต่งงานกับมารี-โดมินิก กูลีโยลี (Marie-Dominique Culioli) ลูกสาวเภสัชกรจากวิโก (Vico) (หมู่บ้านทางตอนเหนือของอะฌัคซิโอ คอร์ซิกา) ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 2 คนคือ

  • ปีแอร์ ซาร์โกซี (Pierre Sarkozy) (พ.ศ. 2528 — )
  • ฌอง ซาร์โกซี (Jean Sarkozy) (พ.ศ. 2530 — )

ผู้ที่เป็นสักขีพยานในการแต่งงานครั้งนี้ที่เด่นสะดุดตาคือนักการเมืองฝ่ายขวา ชาร์ลส์ ปาส์กา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญของซาร์โกซี ซาร์โกซีได้หย่ากับกูลีโยลีในปี พ.ศ. 2539 หลังจากแยกกันอยู่เป็นเวลาหลายปี

[แก้] เซซิลียา ซิกาเนร์-อัลเบนิซ

ในฐานะนายกเทศมนตรีเนยยี-ซูร์-แซน ซาร์โกซีก็ได้พบกับอดีตนางแบบและผู้บริหารความสัมพันธ์กับรัฐ เซซิลียา ซิกาเนร์-อัลเบนิซ (เหลนของนักประพันธ์เพลง ไอแซค อัลเบนิซโดยมีพ่อเป็นชาวรัสเซีย) เมื่อเข้าร่วมงานแต่งงานของเธอกับฌาคส์ มาแต็ง[14] ในปี พ.ศ. 2531 ซิกาเนร์-อัลเบนิซได้ทิ้งฌาคส์ มาแต็งเพื่อมาอยู่กับซาร์โกซี และได้หย่ากับฌาคส์ มาแต็งหนึ่งปีต่อมา ซาร์โกซีแต่งงานกับเธอในปี พ.ศ. 2539 มีสักขีพยานคือมาร์แต็ง บูอีกส์และแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ โดยทั้งสองมีลูก 1 คนคือ

ระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2548 ทั้งสองได้ออกงานตามที่สาธารณะเป็นประจำ โดยที่ซิกาเนร์-อัลเบนิซทำหน้าที่เสมือนกับหัวหน้าคนสนิทของซาร์โกซีก็ว่าได้ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 หนังสือพิมพ์เลอ มาแต็ง (Le Matin) ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยว่าซิกาเนร์-อัลเบนิซได้ทิ้