นิสสัน เทียน่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นิสสัน เทียน่า เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางของบริษัทนิสสัน เริ่มมีการผลิตครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546[1] โดยมีชื่ออื่นในการส่งออกเช่น นิสสัน แม็กซิมา และ นิสสัน เซฟิโร่ (เป็นการยืมชื่อมาใช้ เซฟิโร่ตัวจริงเลิกผลิตไปแล้ว เทียน่า เป็นรุ่นต่อของเซฟิโร่ ส่วนแม็กซิมา เป็นรถนิสสันอีกรุ่นหนึ่ง ขายในสหรัฐอเมริกา) ในบางประเทศ นอกจากนี้ เทียน่ายังมีการใช้รูปแบบเดียวกับ นิสสัน อัลติม่า วางขายในทวีปอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น

โฉมที่ 1 (พ.ศ. 2546-2551)[แก้]

นิสสัน เทียน่า รุ่นที่ 1

โฉมนี้ เป็นโฉมแรกของเทียน่า เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2546 ใช้รหัส J31 ในประเทศญี่ปุ่นขายในระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 แต่ในประเทศไทยขายในช่วงปี พ.ศ. 2547-2552 มีเครื่องยนต์ขนาด 2.0, 2.3, 2.5 และ 3.5 ลิตร และมีเกียร์ 1 รูปแบบให้เลือกซื้อ คือ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

มีตัวถังแบบเดียว คือ ซีดาน 4 ประตู โฉมนี้จัดว่าเป็นรถยนต์ขนาดกลาง (Mid-Size Car)

โฉมที่ 2 (พ.ศ. 2551-2556)[แก้]

นิสสัน เทียน่า รุ่นที่ 2

โฉมนี้ เป็นโฉมที่ 2 เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2551 แต่ในประเทศไทยเปิดตัวในปี พ.ศ. 2552 ใช้รหัสว่า J32 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาด คือ 2.0, 2.5 และ 3.5 ลิตร โฉมนี้เป็นโฉมแรกที่มีการนำเกียร์ CVT 6 สปีด มาใช้กับเทียน่า โฉมนี้ทางนิสสันอยากให้ผู้โดยสารในรถมีความรู้สึกอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน

โฉมนี้มีตัวถังแบบเดียวเช่นเคย คือ ซีดาน 4 ประตู และมีการ Minorchange เมื่อปี พ.ศ. 2554

รุ่นย่อยและทางเลือกเครื่องยนต์[แก้]

รุ่นย่อย กำลังสูงสุด แรงม้า(กิโลวัตต์) ที่ รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 0–100 กม./ชม. รหัสเครื่องยนต์ ปริมาตรเครื่องยนต์
200XL 134 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) ที่ 5200 รอบต่อนาที 194 นิวตัน·เมตร (19.4 กิโลกรัม·เมตร) ที่ 4400 รอบต่อนาที 11.8 วินาที MR20DE L4 1997 ลบ.ม.
250XV 182 แรงม้า (136 กิโลวัตต์) ที่ 6000 รอบต่อนาที 237 นิวตัน·เมตร (23.7 กิโลกรัม·เมตร) ที่ 4400 รอบต่อนาที 9.6 วินาที VQ25DE V6 2495 ลบ.ม.

โฉมที่ 3 (พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน)[แก้]

21 ตุลาคม 2556 – บริษัท Nissan Motor (Thailand) จำกัด ประกาศเปิดตัว รถยนต์ Nissan Teana เจเนอเรชันที่ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด สู่ความเป็น ที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูระดับ “Masterpiece” สง่างามด้วยสารพัดจุดเด่นนานับประการ เช่นกล้องมองหลัง 360 องศา ระบบนำทาง Navigation System ระบบ Lane Departure Warning ชุดเครื่องเสียง แบรนด์ระดับโลก BOSE สมบูรณ์แบบด้วยเครื่องยนต์ใหม่ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม มีจำหน่าย 5 รุ่น ได้แก่ 2.0 XE ราคา 1,270,000 บาท 2.0 XL ราคา 1,330,000 บาท 2.0 XL Navi ราคา 1,380,000 บาท 2.5 XV ราคา 1,570,000 บาท 2.5 XV Navi ราคา 1,620,000 บาท Teana L33 มีความยาวตลอดคัน 4,875 มิลลิเมตร กว้าง 1,830 มิลลิเมตร สูง 1,490 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร เส้นสายสวยงาม ลงตัวขึ้นยิ่งกว่าเดิม และมีบุคลิกสปอร์ตแฝงอยู่ ภายใต้แนวทาง การออกแบบ Suggestive Aura ที่เน้นความปราดเปรียว ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เบาะหน้าฝั่งคนขับ ในรุ่น 2.5 XV Navi ปรับด้วยสวิชต์ไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม ระบบจำตำแหน่งคนขับ Memory Seat 2 หน่วย แถมด้วย ระบบ เลื่อนถอยหลัง เมื่อเปิดประตูฝั่งคนขับ แบบ Welcome Seat มาให้ แผงหน้าปัด ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจุดขายของ Teana ทั้ง 2 รุ่นที่ผ่านมา ถูกปรับปรุงให้ลดระดับ ความสูงลงมาจากเดิม จนเพิ่มการมองเห็นทัศนวิสัยหน้ารถ ได้ดีขึ้น ยิ่งเมื่อมีการออกแบบเสา หลังคาคู่หน้า A-Pillar ใหม่ ยิ่งช่วยเพิ่มการกะระยะขณะขับขี่ ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับ J32 พวงมาลัย ทรง 3 ก้าน แบบใหม่ หุ้มหนัง ออกแบบมาให้จับกระชับมือ และจัดเรียงตำแหน่ง สวิชต์ Multi Function ควบคุมการทำงานของระบบ ล็อกความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ระบบ หน้าจอ ระบบแสดงข้อมูลอัจฉริยะ (Advanced Drive-Assist Display: ADAD) ซึ่งเป็นหน้าจอ 3 มิติ เชื่อมต่อกับระบบควบคุมบนพวงมาลัย จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ สามารถมองเห็นได้เด่นชัดจึงไม่ต้องละสายตาจากถนน เครื่องปรับอากาศแบบ อัตโนมัติ Dual Zone แยกฝั่ง ซ้าย - ขวา มีมาให้ครบทุกรุ่น ในรุ่น 2.0 XL Navi และ 2.5 XV Navi จะเพิ่มติดตั้งระบบนำทาง Navigation System ที่ใช้ Software แผนที่นำทาง จาก BOSCH จุดเด่นของ Teana ใหม่ อยู่ที่ รารายการอุปกรณ์ มาตรฐานที่อัดแน่นมาจน "เกินพิกัด" ตั้งแต่รุ่นถูกสุด 2.0 XE กันเลยทีเดียว เพื่อให้คุณผู้อ่าน เข้าใจได้อย่างง่ายๆ ขอสรุปให้ แบบคร่าวๆ ดังนี้

รุ่น 2.5 XV และ 2.5 XV Navi จะได้ชุดเครื่องเสียง ประกอบด้วย วิทยุ AM/FM พร้อม เครื่องเล่น CD / MP3 / WMA 1 แผ่น ช่องเสียบ USB และ AUX in อยู่ที่ใต้แผงสวิชต์ เครื่องปรับอากาศ ติดตั้ง ลำโพง 9 ชิ้น พร้อม Sub-Woofer จาก BOSE ระบบ Intelligent Transport System (ITS) มีให้ตั้งแต่รุ่น 2.0 XL - ระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง (Lane Departure Warning)

 ทำงานที่ความเร็ว 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป

- ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning)

 ทำงานที่ความเร็ว 32 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป

- ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบรถ (Moving Object Detection)

 ทำงานที่ความเร็วตำกว่า 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง

กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor) มีให้ตั้งแต่ 2.0XL เหมือนกัน

กล้องมองหลัง (Rear View Camera) มีให้ตั้งแต่ 2.0 XE เลยทีเดียว

สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Sensors) มีตั้งแต่ 2.5 XV เป็นต้นไป

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Dual SRS Airbags) ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags) และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Curtain Airbags) มีมาให้ครบทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่ 2.0XE

- ระบบช่วยควบคุมทิศทางขณะเลี้ยว ATC (Active Trace Control) - ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) - ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC (Vehicle Dynamic Control) - ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) ทั้ง 4 ระบบนี้ มีมาให้ตั้งแต่รุ่นถุกสุด 2.0XE

รุ่น 2.0 XE 2.0 XL และ 2.0 XL Navi ยังคงใช้เครื่องยนต์รหัส MR20DE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,997 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 84.0 x 90.1 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0 : 1 หัวฉีด EGI กล่องสมองกล ECCS พร้อมระบบแปรผันวาล์ว CVTC 136 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร (19.4 กก.-ม.) ที่ 4,400 รอบ/นาที เหมือน รุ่นเดิม เป๊ะ!

แต่รุ่น 2.5 XV และ 2.5 XV Navi ขุมพลัง VQ25DE บล็อกเดิม ถูกปลดประจำการทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ QR25DE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,488 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 89.0 x 100.0 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0 : 1 พร้อมระบบแปรผันวาล์ว CVTC

กำลังสูงสุด ลดลงพรวด จาก 182 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที เหลือ 173 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แต่แรงบิดสูงสุด เพิ่มขึ้นเพียงนิดเดียว จาก 228 นิวตันเมตร (23.2 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที เป็น 234 นิวตันเมตร (23.8 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที

เชื่อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วยเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน XTRONIC CVT เหมือนเดิม แต่เป็นเกียร์ลูกใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ จาก 2.349 - 0.394 : 1 ให้กว้างขึ้นอีกเป็น 2.631 - 0.378 : 1 ส่วนเกียร์ถอยหลังมีอัตราทดอยู่ที่ 1.9601 : 1

นอกจากนี้ อัตราทดเฟืองสุดท้าย ของทั้ง 2 รุ่น ก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย โดยรุ่น 2,000 ซีซี ทดไว้ 5.694 : 1 ถือว่าทดเฟืองท้ายให้ยาวขึ้น แต่มาเล่นที่อัตราทดพูลเลย์เกียร์แทน ขณะที่รุ่น 2,500 ซีซี จะทดไว้ที่ 4.829 : 1

ระบบกันสะเทือนหน้า เป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลัง เป็นแบบ Multi-Link มีเหล็กกันโคลงมาให้ครบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบห้ามล้อ เป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ คู่หน้า มีรูระบายความร้อนมาให้ ติดตั้งระบบ ป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brakeforce Distribution) และระบบเสริมแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน Brake Assist มียอดขายนับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรก เจนเนอเรชั่นที่สอง จวบจนถึงปัจจุบัน รวมทั่วโลกสูงกว่า 1 ล้านคัน ใน 74 ประเทศ โดยประเทศไทย เป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของโลกที่มียอดขาย Teana สูงที่สุด นอกจากนี้ ไทยยังเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่ขึ้นสาย การผลิต นิสสัน เทียน่า รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกสู่นานาชาติ

มีให้เลือก 6 สี คือ สีน้ำเงิน ฟอล บลู (Fall Blue) ซึ่งเป็นสีใหม่ สีขาวมุก ไวท์ เพิร์ล (White Pearl) สีดำ แบล็ก สตาร์ (Black Star) สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) สีน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์ (Grayish Bronze) และสีม่วงเทา ดีพ ไอริส เกรย์ (Deep Iris Gray)

อ้างอิง[แก้]

http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=6737:All-New-Nissan-TEANA-Your-Masterpiece-ปลอดภัย-360-องศา-เปิดราคากระชากใจ-1,27-1-65-ล้านบาท&catid=85:new-cars-in-thailand&Itemid=163 http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=6745:Exclusive-First-Impression-ทดลองขับ-Nissan-TEANA-L33-(MY2014)&catid=65:d-segment-2000-3500-cc&Itemid=75

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]