นิสสัน เซฟิโร่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิสสัน เซฟิโร่ รุ่นที่ 3
นิสสัน เซฟิโร่
ผู้ผลิต: นิสสัน
ปี: พ.ศ. 2531 - 2546
ขนาด: รถยนต์นั่งขนาดกลาง (Mid-Size Car)
ลักษณะ: ซีดาน 4 ประตู
สเัตชันวากอน 5 ประตู
รุ่นก่อนหน้า: นิสสัน ลอเริล
รุ่นต่อ: นิสสัน เทียน่า
เครื่องยนต์:
ใช้ชิ้นส่วนเดียวกับ:
รุ่นที่ใกล้เคียง: โตโยต้า คัมรี่
โตโยต้า โคโรน่า
ฮอนด้า แอคคอร์ด
มิตซูบิชิ กาแลนต์
มาสด้า 6
ฮุนได โซนาต้า
โฟล์กสวาเกน พาสสาต
ซูบารุ เลกาซี
ฟอร์ด ทอรัส
คาดิแลค ซีทีเอส
เมอร์คิวรี มิลาน

นิสสัน เซฟิโร่ (Nissan Cefiro) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ถูกผลิตโดยนิสสัน มีคุณลักษณะและจุดประสงค์คล้ายคลึง โตโยต้า คัมรี่, ฮอนด้า แอคคอร์ด และ มิตซูบิชิ กาแลนต์ มีการผลิตระหว่าง พ.ศ. 2531-2546 เป็นเวลา 15 ปี เดิมทีนั้น เซฟิโร่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์นั่งสำหรับกลุ่มคนทำงานในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และไม่เน้นการส่งออก แต่กลับได้รับความนิยมจากต่างประเทศมากกว่าในประเทศญี่ปุ่น เซฟิโร่มีวิวัฒนาการตามช่วงเวลาได้ 3 Generation (3 โฉม) ก่อนที่นิสสันจะเปลี่ยนชื่อตระกูลเป็น เทียน่า (Teana) ซึ่งยังมีขายอยู่จนถึงในปัจจุบัน

เนื้อหา

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2531-2539) [แก้]

นิสสัน เซฟิโร่ โฉมที่ 1

เซฟิโร่โฉมที่ 1 หรือ A31 ซีรีส์ นั้น ขายในญี่ปุ่นในช่วง พ.ศ. 2531-2537 แต่ในประเทศไทย เซฟิโร่โฉมนี้ขายระหว่าง พ.ศ. 2533-2539 โดยการขายล่าช้ากว่าที่ประเทศญี่ปุ่น มีจุดเด่นตรงที่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ (ในสมัยนั้น)มาลงในรถ เช่น ระบบการเปิดไฟหน้า และควบคุมแสงหน้าปัดอัตโนมัติ โดยมีตัวรับแสงคอยจับปริมาณแสง และส่งข้อมูลไปที่ระบบอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อมืดลง ไฟจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ ระบบจับสภาพพื้นถนน เป็นต้น

นอกจากนี้เซฟิโร่โฉมนี้ยังเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกที่มีการใช้เกียร์ระบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ในปัจจุบัน รถญี่ปุ่นบางรุ่น ยังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีดอยู่ ไม่ใช่ 5 สปีด) และนอกจากนี้ยังได้ออกแบบผสมผสานความเป็นรถสปอร์ตเข้าไปด้วย ห้องโดยสารจึงมีขนาดเล็ก

หลังจากที่ยกเลิกการผลิตไปแล้วนั้น A31 ยังคงได้รับความนิยมมากมาย รวมทั้งในประเทศไทยด้วย เนื่องมาจากเป็นรถขับหลังที่มีรูปทรงสปอร์ต ทันสมัยที่สุดรุ่นหนึ่ง และที่สำคัญคือ มีราคาที่ถูกลงมากเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ซึ่งรถรุ่นนี้สามารถเทียบกับรถยุโรปหลายๆ รุ่นได้สบายๆ

นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นและค่ายรถแข่งต่างๆ ที่นิยมรถรุ่นนี้เพราะว่ามันเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งสามารถนำมาใช้สำหรับการแข่งขันยอดนิยมอย่าง Drift ได้ เนื่องจากรถขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นอื่นๆ จะเป็นรถที่มีราคาแพงหลายเท่าตัว Cefiro A31 จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับกีฬาชนิดนี้

นอกจากการแข่งดริฟท์แล้ว ยังนิยมใช้ในการแข่งขัน Drag ด้วย เนื่องจาก A31 สามารถวางเครื่อง 6 สูบแถวเรียงหรือเครื่องแบบ V8 ได้อย่างสบายๆ และรถรุ่นนี้มีบุคคลในวงการบันเทิงที่มีชื่อเสียงเป็นเจ้าของมากมาย เช่น ปัญญา นิรันดร์กุล ,จินตหรา สุขพัฒน์ และวรุฒ วรธรรม เป็นต้น

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 2538-2541) [แก้]

นิสสัน เซฟิโร่ โฉมที่ 2

โฉมที่ 2 หรือ A32 ซีรีส์ นิสสันออกแบบมาเพื่อการขายในประเทศเท่านั้นเช่นเดิม และก็ได้รับความนิยมจากต่างประเทศเหมือนเดิมอีกครั้ง โฉมนี้ มีความเป็นรถสปอร์ตน้อยลง แต่เน้นความเป็นรถหรูสำหรับครอบครัวมากขึ้น และนอกจากนี้ เซฟิโร่โฉมที่ 2 นี้ ยังเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าแล้ว แต่เซฟิโร่ A32 ไม่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมากนัก เนื่องจากออกมาในช่วงที่ญี่ปุ่นประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจพอดี และนิสสันเองก็เริ่มขาดทุนสะสมต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ก่อนที่ Carlos Ghosn จะเข้ามาบริหารบริษัทในปี พ.ศ. 2542 จนกระทั่งต้องมีการทำตัวถังสเตชันวากอน 5 ประตูออกมาขายได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แล้วก็เลิกไปในที่สุด

เซฟิโร่โฉมนี้ ถึงจะขายในญี่ปุ่นในช่วง พ.ศ. 2538-2541 แต่ในไทยนั้นขายในช่วง พ.ศ. 2539-2544 เป็นรุ่นที่มีการปรับโฉมบ่อยมาก

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 2542-2546) [แก้]

นิสสัน เซฟิโร่ โฉมที่ 3

โฉมที่ 3 หรือ A33 ซีรีส์ มีตัวถังรถใหญ่ขึ้นจากโฉมก่อน เริ่มมีการนำความเป็นรถสปอร์ตบางส่วนกลับมา แต่ก็ไม่มากเท่าโฉมแรก ในเมืองไทย โฉมนี้ขายระหว่าง พ.ศ. 2544-2547 ซึ่งล่าช้ากว่าประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างนิสสันและสยามกลการ จึงมีอายุการตลาดสั้นเพียง 3 ปีเท่านั้น ก่อนที่นิสสันจะเปลี่ยนชื่อตระกูลเป็น เทียน่า(Teana)

อ้างอิง [แก้]