สมาคมสร้างคุณค่า
| บทความนี้เขียนขึ้นด้วยมุมมองแฟนคลับ ไม่ใช่มุมมองที่เป็นกลาง โปรดช่วยกันแก้ไขให้บทความมีมาตรฐานดีขึ้นและเป็นกลาง |
สมาคมสร้างคุณค่า (ญี่ปุ่น: 創価学会, Sōka Gakkai โซกะ กักไก) เป็นองค์การศาสนาพุทธที่ดำเนินโดยฆราวาส ซึ่งได้แยกตัวออกมาจาก พุทธศาสนานิชิเรนโชชู ก่อตั้งโดย จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านแรก
ในปัจจุบันสมาคมโซคา งัคไก นั้นไม่ได้ขึ้นตรงต่อ วัดใหญ่ไทเซขิจิ และสมเด็จพระสังฆราช แห่งนิกายนิชิเรนโชชู อีกต่อไป และถือเป็นผู้ปฏิบัตินับถือที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกัน เพราะสมาคมโซคา ได้ปฏิเสธพระสงฆ์ โดยเชื่อว่าจะสามารถบรรลุพุทธภาวะได้โดยไม่ต้องพึ่งพระสงฆ์ ในปี พ.ศ. 2553 นี้สมาคมจะมีอายุครบ 80 ปีแล้ว
การก่อตั้ง [แก้]
โซกา งัคไก ก่อตั้งโดย อาจารย์จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ ซึ่งเป็นนักวิชาการการศึกษา ซึ่งอาจารย์จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ ได้ก่อตั้ง "สมาคมการศึกษาสร้างคุณค่า" ขึ้นมาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1930 ท่านเป็นผู้เขียน "ทฤษฎีการสร้างคุณค่า" และได้ทุ่มเทให้กับการแผยแผ่ธรรมจนถูกรัฐบาลทหารในสมัยน้นกลั่นแกล้งจับกุมเข้าคุกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1943 และถึงแก่มรณกรรมในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944 ในเรือนจำ
วันที่ระลึกการก่อตั้งสมาคมโซคา ตรงกับวันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปีตามมติของสมาคมโซคา งัคไก เนื่องจากเป็นวันที่อาจารย์จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมโซคา งัคไกคนแรก ได้ตีพิมพ์หนังสือที่ชื่อว่า ระบบการศึกษาสร้างคุณค่า เล่มที่1 ในวันนั้น และหน้าท้ายของหนังสือนี้มีระบุสถานที่จัดพิมพ์ว่า สมาคมการศึกษาสร้างคุณค่า นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อของสมาคมการศึกษาสร้างคุณค่า อันเป็นชื่อสมัยเริ่มแรกของสมาคมโซคา งัคไก ได้ปรากฏขึ้นมาอย่างเป็นทางการในสังคม ด้วยเหตุนี้ 18 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ที่หนังสือดังกล่าวถูกตีพิมพ์ออกมา จึงถูกกำหนดให้เป็นวันที่ระลึกการก่อตั้งสมาคมโซคา
ชื่อ [แก้]
คำว่า โซคา มีความหมายว่า สร้างคุณค่า ซึ่งได้จากแนวความคิดของอาจารย์มาคิงุจิที่ว่า เป้าหมายของการศึกษาและเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ก็คือ การแสวงหาความสุข โดยเนื้อแท้แล้ว สิ่งนี้ก็คือการสร้างคุณค่านั้นเอง คำว่าโซคา(สร้างคุณค่า) ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการพูดคุยสนทนากัน ระหว่างอาจารย์มาคิงุจิกับอาจารย์โทดะ
ยุคฟื้นฟูของสมาคมถึงปัจจุบัน [แก้]
เวลาต่อมา อาจารย์ โจเซอิ โทดะ ได้เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของอาจาร์ยมาคิงุจิ ท่านได้ถูกจับเข้าคุกด้วยข้อหาและวันเดียวกันกับอาจาร์ยของท่าน ซึ่งได้ถูกคุมขังอยู่ถึง 2 ปี เมือพ้นโทษก็ออกมาฟื้นฟูสมาคมแต่เพียงลำพัง จนเป็นที่มาของ "การยืนหยัดแต่เพียงผู้เดียว" และเปลี่ยนชื่อสมาคมเป็น "สมาคมสร้างคุณค่า" ท่านได้เป็นนายกสมาคมคนที่ 2 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1951 ท่านได้ประกาศ "แถลงการณ์ห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์" ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1957 ท่านได้มอบพินัยกรรมการเผยแผ่ธรรมให้กับ ไดซาขุ อิเคดะ และถึงแก่มรณกรรมอย่างสงบในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1958
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา อาจาร์ยอิเคดะ ได้ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง ประธานสมาคมโซคาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการเบี่ยนเบนทางคำสอน และการพิพาทกับพระสงฆ์ และยกตำแหน่งให้กับ ฮิโรชิ โฮโจ และอาจาร์ยอิเคดะ ยังได้ถูกคว่ำบาตรจากสมเด็จพระสังฆราชนิกเค่นโชนิน แห่งพุทธศาสนานิชิเรนโชชูอีกด้วย ในวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1992 อย่างไรก็ตามอาจาร์ยอิเคดะก็ยังคงดำรงตำแหน่งประธานสมาคม SGI (สมาคมโซคา งัคไก สากล) และดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาคมกิตติมศักดิ์ ของสมาคมโซกางัคไกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
การดำเนินกิจกรรมด้านการศึกษา [แก้]
การศึกษาเพื่อ ความสุขของเด็ก เครือข่ายการศึกษาสร้างคุณค่าได้แผ่ขยายไปทั่วโลก อ.ไดซาขุ อิเคดะได้กล่าวไว้ว่า การศึกษานั้น เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างผู้นำในอนาคต การศึกษานั้นเป็นงานสุดท้ายของข้าพเจ้า อ.อิเดคะได้นำคำประกาศของอาจารย์มาคิงุจิ ที่กล่าวไว้ว่า ความสุขของเด็ก เป้นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ขั้นรากฐานของการศึกษาสร้างคุณค่า ทำเป็นรูปธรรมขึ้นมา โดยการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลโซคาขึ้นมาในปีพ.ศ. 2511(ที่เมืองโคไดระ ปัจจุบันมีโรงเรียนประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย ที่คันไซและโตเกียว)ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโซคา ในปีพ.ศ. 2514(ที่เมืองฮาชิโอจิ โตเกียว) ได้เปิดวิทยาลัยสตรีโซคาในปี พ.ศ. 2528 และเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2544 ได้เปิดมหาวิทยาลัยโซคา อเมริกาที่ออเร้นจ์เคาน์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังได้เปิดโรงเรียนอนุบาลที่จังหวัดซัปโปโร ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย และบราซิล เป็นการขยายเครือข่ายการศึกษาสร้างคุณค่าออกไปทั่วโลก เปิดเส้นทางใหญ่แห่งศตวรรษแห่งการศึกษา
การเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ [แก้]
สมาคมได้ดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสันติภาพอย่างต่อเนื่องโดยมีคณะยุวชนเป็นผู้ปฏิบัติหลัก ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 คณะยุวชนได้จัดตั้ง สมัชชายุวชนปกป้องสิทธิในการดำรงชีวิต ซึ่งภายหลังได้พัฒนาเป็น สมัชชายุวชนโซคาเพื่อสันติภาพ เริ่มต้นทำการเคลื่อนไหวโดยรับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม นอกจากนี้ในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 จนถึงฤดูร้อนในปีถัดไป ได้ทำการเคลื่อนไหว เก้บลายชื่อ10ล้านรายชื่อเพื่อต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ และในเดือนมกราคม พ.ศ. 2518 อาจารย์อิเคดะก็ได้ยื่นรายชื่อเหล่านี้ต่อสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติด้วยมือของท่านเอง ยิ่งกว่านั้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมในการจัดพิมพ์หนังสือต่อต้านสงครามของผู้ที่มีประสบการณ์สงคราม ให้แก่คนรุ่นหลังมาตลอดมากกว่า100เล่ม เช่น คณะยุวชนได้จัดทำเรื่อง มอบแด่คนในสมัยที่ไม่รู้จักสงคราม ออกมาเป็นตอนๆต่อเนื่องกันจำนวน80ตอน(เล่ม)คณะผู้ใหญ่หญิงก็ได้ทำหนังสือเรื่อง ข้อเรียกร้องเพื่อสันติภาพ ออกมาเป็นตอนๆเช่นกันจำนวน20ตอน(เล่ม) ทางสมาคม นอกจากจะช่วยเหลือและสนับสนุนองค์การสหประชาชาติอย่างกระตือรือร้นเพื่อแก้ไขปัญหาระดับโลก ในฐานะเป็นเอ็นจีโอ(องค์กรที่ไม่ใช้องค์กรของรัฐบาลหรือองค์กรเอกชน)ของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และเอ็นจีโอของศูนย์ประชาสัมพันธ์แห่งสหประชาชาติ แล้วทางสมาคม ยังได้ดำเนินการในฐานะเอ็นจีโอของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติอีกด้วย การเคลื่อนไหวดังกล่าว ได้ดำเนินกิจการไปในแง่มุมต่างๆเช่น ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การลดอาวุธนิวเคลียร์ การศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน การปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตัวแทนเอสจีไอได้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกัน ในระหว่างผู้เกี่ยวข้องแต่ละประเทศ เช่น การประชุมสิทธิมนุษยชนโลก การประชุมเพื่อลดอาวุธของสหประชาชาติเกียวโต การประชุมเพื่อลดอาวุธของสหประชาชาติฮิโรชิมา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวเพื่อเสริมความเข้าใจโดยผ่านการจัดนิทรรศการ งานนิทรรศการการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งได้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 โดยเปิดการแสดงใน 24 ประเทศ 39 เมือง มีผู้เข้าชม1,700,000คน [ที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) ได้จัดนิทรรศการ "อาวุธนิวเคลียร์-ภัยคุกคามโลก" ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย ร่วมกับองค์กรเอสจีไอ องค์การสหประชาชาติ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]และได้จัดงานนิทรรศการ สิทธิมนุษยชนโลกในปัจจุบัน เพื่อเป็นการสนับสนุน 10 ปีแห่งการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ตามสภานที่ต่างๆรวม 8 ประเทศ 40 เมืองหมุนเวียนกันไปเช่น ที่สำนักงานใหญ่ของอค์การสหประชาชาติยุโรป เมืองเจนีวา กรุงโรม และเมืองมอนเตวิเดโอ เป็นต้น
การเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม [แก้]
สำหรับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม จัดงานนิทรรศการในหัวข้อเรื่อง สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา ขึ้นในนานาประเทศหมุนเวียนกันไป ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมานี้ คณะยุวชนได้รณรงค์เพื่อมอบเครื่องวิทยุให้แก่ประเทศกัมพูชา มีการเคลื่อนไหวเพื่อยกระดับอัตราการรู้หนังสือเพิ่มขึ้นในประเทศที่ยากจน และได้มีการรณรงค์นานาชาติเพื่อเรียกร้องให้ขจัดอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉาะอย่างยิ่ง การรณรงค์เพื่อยกเลิกภายในปี 2000 และในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2541 ก้สามารถเก็บรายชื่อได้ถึง1,300,000 ชื่อ ยื่นเสนอต่อสำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้ขจัดอาวุธนิวเคลียร์
กลอุบายของพระสังฆราชเพื่อคว่ำบาตรสมาคม [แก้]
ในปี ค.ศ. 1991 พระนิคเคน โชนิน พระสังฆราชแห่งพุทธศาสนานิชิเรนโชชู ได้ประกาศการคว่ำบาตรต่อ ประธานสมาคมโซกา งัคไก ซึ่งเป็นสมาคมผู้นับถือที่ใหญ่ที่สุด โดยได้ให้เหตุผลว่า การปฏิบัติ คำสอน ของผู้นับถือจากสมคมนี้นั้นถูกเบี่ยนเบนไปโดยผู้นำ หรือประธานสมาคม และประธานสมาคมยังมีข้อพิทพาทกับพระสงฆ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้นับถืออย่างร้ายแรง อีกทั้งในข้อหาที่ได้มีการประดิษฐ์ "โงะฮนซนปลอม" โงะฮนซนเป็น สิ่งสักการบูชาของผู้นับถือนิชิเรนโชชู ซึ่งโดยปกติแล้วโงะฮนซนจะต้องถูกคัดลอกโดยสมเด็จพระสังฆราชจากวัดใหญ่ไทเซขิจิเท่านั้น และจะต้องมีการทำพิธีเปิดเนตรที่กระทำโดยสมเด็จพระสังฆราชที่วัดใหญ่เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นจะถือเป็น "โงะฮนซนปลอม" และในที่สุดในปี ค.ศ. 1997 ผู้นับถือทั้งหมดที่ตัดสินใจยังคงเข้ากับสมาคมโซกา งัคไค ทั้งหมดทั่วโลก ก็ได้ถูกคว่ำบาตรออกจากการเป็นผู้นับถือพุทธศาสนานิชิเรนโชชูด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผู้นับถือทั้งหมดไม่สามารถเดินทางไปยังวัดไทเซขิจิ เพื่อนมัสการไดโงะฮนซน ซึ่งเป็นสิ่งสักการบูชาสูงสุดได้ นอกเสียจากจะถอนตัวจากสมาคมโซกา งัคไค และกลับมาเข้ากับนิกายนิชิเรนโชชู ดังเดิม ซึ่งจะต้องผ่านพิธีสำนึกผิด หรือการล้างบาป โดยพระสงฆ์
การทำลายกลอุบายของสงฆ์ [แก้]
อาเบะ นิคเค่น หรือ พระนิคเค่น โชนิน วางแผนแผ่อิทธิพลที่จะเข้าควบคุมสมาคม ให้สมาชิกทำตามใจสิ่งที่ตนต้องการเสมือนทาส และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2533 ก็ได้ตัดสินใจแต่ฝ่ายเดียวทำการปลดดร.ไดซาขุ อิเคดะออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฆราวาส และในเดือนพฤศจิกายนปีถัดมา ได้ยื่น หนังสือคำสั่งยุบสมาคม และ หนังสือคำสั่งตัดสมาคมออกจากนิกายนิชิเรนโชชู แต่สำหรับสมาคม ซึ่งมุ่งมั่นในการเผยแผ่ธรรมไพศาลตามพุทธเจตนาบัญชานั้น สามารถทำลายแผนการที่ชั่วร้ายของคณะสงฆ์และผู้ทรยศหักหลังได้ ภายใต้การชี้นำของอาจารย์อิเคดะ ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถทำให้สมาคมโซคามีการพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ ไปสู่องค์กรแห่งสันติภาพและองค์กรเพื่อมวลชนระดับโลกได้
หลักคำสอนและการปฏิบัติ [แก้]
คำสอนและการปฏิบัติของผู้นับถือของโซกา งัคไคนั้นจะมีความคล้ายคลึงกับ พระพุทธศาสนานิชิเรนโชชู เพราะได้แยกตัวออกมาจากนิกายนี้
การปฏิบัติขั้นพื้นฐานของโซกา งัคไค นั้นจะเน้นที่ ศรัทธา ปฏิบัติ และ ศึกษา ศรัทธาก็คือการท่องบทธรรมสารถัต "นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-เคียว" ซึ่งเป็นคำแปลจากภาษาสันสกฤตว่า "นโมสัทธรรมปุณฑริกสูตร" และทำการสวดมนต์เช้าเย็น (งนเกียว) โดยระยะเวลาการของปฏิบัตินี้ จะขึ้นอยู่กับผู้นับถือแต่ละบุคคล ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามความสะดวก และตารางเวลาของแต่ละบุคคล สมาชิกผู้นับถือใหม่อาจสวดเพียง 5-10 นาที เท่านั้น ในขณะที่ผู้นับถือเก่าอาจสวดมนต์ได้ถึงวันละ 3 - 4 ชั่วโมงหรือมากกว่า ปฏิบัตินั้นรวมไปถึงการสวดมนต์ดังกล่าว และยังรวมถึงการไปรวมกลุ่มปฏิบัติธรรม และเผยแพร่ธรรมให้ผู้อื่น ศึกษาก็คือการศึกษาธรรมะ จากบทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเรนไดโชนิน (โกโช่)
อย่างไรก็ตามในการสวดมนต์ของ นิชิเรนโชชู และ โซคางัคไก นั้นจะมีข้อแตกต่างกันบางประการ อาทิเช่น นิชิเรนโชชู นั้นจะมี บทอธิษฐานในใจทั้งหมด 5 บท (5 วาระ) แต่สำหรับ โซคางัคไก จะมีเพียง 4 บท และในบทที่ 3 นั้นเดิมจะเป็นการอธิษฐานเพื่อ พระนิชิเรนไดโชนิน, พระนิกโค โชนิน, พระนิชิโมขุ โชนิน และพระสังฆราชองค์ต่อๆมา ซึ่งทางโซคางัคไกได้เปลี่ยนแปลงเป็นการอธิษฐานให้กับประธานสมาคมโซคาแทนสมเด็จพระสังฆราช
การปฏิบัติบูชาต่อโงะฮนซน ทางสมาคมถือตามธรรมนิพนธ์ที่ โงะฮนซนอยู่กับจิต ไม่ได้อยู่ภายนอกจิต
ข้อแตกต่างระหว่างโซกา งัคไค และ นิชิเรนโชชู [แก้]
- พระรัตนตรัย สำหรับโซคา งัคไก นั้น "พระสงฆ์" หมายถึง ผู้นับถือทุกๆคน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบวช ในขณะที่ นิชิเรนโชชู เชื่อว่า พระสงฆ์ ในที่นี้ หมายถึงพระสังฆราชแห่งนิชิเรนโชชู
- โซกา งัคไก ปฏิเสธการสืบสายเลือดแห่งธรรมของพระสังฆราชแห่งนิชิเรนโชชู* โซกา งัคไก จะไม่มีนักบวชในการประกอบพิธีกรรม
- โงะฮนซน (สิ่งสักการบูชา) ของโซกา งัคไก ไม่ได้ถูกจารึกโดยพระสังฆราชแห่งนิชิเรนโชชู
- โซกา งัคไก นับถือ นายกสมาคมโซคา และ ไดซาขุ อิเคดะ ในฐานะอาจารย์ ในขณะที่นิชิเรนโชชูจะถือว่าอาจาร์ยคือพระสงฆ์เท่านั้น
ถูกต่อต้านจากโชชินไค [แก้]
โชชินไค เป็นกลุ่มของผู้นับถือศาสนาพุทธที่ก่อตั้งโดยพระสงฆ์นิชิเรนโชชู 200 รูป และผู้นับถือจำนวนหนึ่ง โดยได้แสดงความต่อต้านสมาคมโซกางัคไคอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า โซกางัคไค นำโดย ไดซาขุ อิเคดะนั้นได้เบี่ยนเบนคำสอนของนิชิเรนโชชูอย่างมาก และได้มีพิธีกรรมที่เบี่ยงเบนเกินจะให้อภัย ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชพระนิทตัตสุ โชนิน ได้อภัยโทษให้กับอาจาร์ยอิเคดะในสมัยนั้น ส่งผลให้พระสงฆ์และผู้นับถือกลุ่มนี้ไม่พอใจอย่างมาก และไม่สามารถทำงานร่วมกับโซกางัคไคได้อีกต่อไป จึงได้แยกตัวออกมาตั้งกลุ่มโชชินไค ซึ่งจะคอยต่อต้านการกระทำของโซกางัคไค
ธงของสมาคม [แก้]
ธงของสมาคมเป็นธงไตรรงค์หรือธงสามสี ได้แก่ น้ำเงิน, เหลือง, แดง มีความหมายดังนี้
- สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพ
- สีเหลือง หมายถึง ความรุ่งโรจน์
- สีแดง หมายถึง ชัยชนะ
สมาคมและสถาบันอื่นๆที่อยู่ในการควบคุมของสมาคมสร้างคุณค่า [แก้]
- สมาคมโซคา งัคไก สากล
- พรรคโคเมอิโตะ ใหม่
- สมาคมสร้างคุณค่าเพื่อการศึกษา
- มหาวิทยาลัยโซคา ญี่ปุ่น
- มหาวิทยาลัยโซคา อเมริกา
- วิทยาลัยสตรีโซคา
- โรงเรียนประถมโซคา โตเกียว
- โรงเรียนมัธยมโซคา โตเกียว
- โรงเรียนประถมโซคา คันไซ
- โรงเรียนมัธยมโซคา คันไซ
- โรงเรียนอนุบาลโซคา ซัปโปโร
- โรงเรียนอนุบาลโซคา บราซิล
- สมาคมวิจัยการศึกษาสร้างคุณค่า
- สถาบันโทดะเพื่อสันติภาพโลกและวิจัยทางการเมือง
- สมาคมดนตรีเพื่อประชาชน (มิน-ออน)
- พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟูจิ
- พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียวฟูจิ
- หนังสือพิมพ์เซเคียว
- สถาบันการวิจัยปรัชญาตะวันออก
- สถาบันอิเคดะเพื่อสันติภาพ การเรียนรู้ และการสนทนา
จำนวนสมาชิกของสมาคม [แก้]
- พ.ศ. 2489 สมาชิกสมาคมมีประมาณ 3,000 ครอบครัว
- พ.ศ. 2500 สมาชิกเพิ่มเป็น 750,000 ครอบครัว
- พ.ศ. 2504 สมาชิกเพิ่มเป็น 1.8 ล้านครอบครัว
- พ.ศ. 2506 สมาชิกเพิ่มเป็น 3.6 ล้านครอบครัว
- พ.ศ. 2513 สมาชิกเพิ่มเป็น 7.5 ล้านครอบครัว
- พ.ศ. 2548 สมาชิกเพิ่มเป็น 12 ล้านครอบครัว
ผู้บริหารในปัจจุบัน [แก้]
- ประธานกิตติมศักดิ์: ไดซาขุ อิเคดะ (24 เมษายน พ.ศ. 2522- ปัจจุบัน)
- นายกสมาคม: มิโนรุ ฮาราดะ
- ผู้แทนนายกสมาคม: มาซากิ ซากิ
- รองนายกสมาคม: ริโยโจ นิชิกูทิ,โอโนะ คาโซะ,โอบะ โยชิทากะ,ฮิโรมาสะ อิเคดะ
นายกสมาคม [แก้]
ปัจจุบันมีด้วยกัน6ท่านได้แก่
- จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมโซคาคนแรก ค.ศ. 1940-ค.ศ. 1944
- โจเซอิ โทดะ นายกสมาคมโซคาคนที่สอง ค.ศ. 1951-ค.ศ. 1958
- ไดซาขุ อิเคดะ นายกสมาคมโซคาคนที่สาม ค.ศ. 1960-ค.ศ. 1979 (ดำรงตำแหน่งประธานโซคา สากล)
- ฮิโรชิ โฮโจ นายกสมาคมโซคาคนที่สี่ ค.ศ. 1979-ค.ศ. 1981
- เออิโนะสุเขะ อาคีย่า นายกสมาคมโซคาคนที่ห้า ค.ศ. 1981-ค.ศ. 2006
- มิโนรุ ฮาราดะ นายกสมาคมโซคาคนที่หก ค.ศ. 2006-ปัจจุบัน
วันสำคัญของสมาคม [แก้]
- 2 มกราคม วันเกิดของไดซาขุ อิเคดะ นายกสมาคมโซคา ท่านที่3,ประธานสมาคมโซคา งัคไก สากล
- 26 มกราคม วันก่อตั้งสมาคมโซคา งัคไก สากล
- 11 กุมภาพันธ์ วันเกิดของโจเซอิ โทดะ นายกสมาคมโซคา ท่านที่2
- 16 มีนาคม วันที่ระลึกการเผยแผ่ธรรมไพศาล
- 2 เมษายน วันมรณกรรมของโจเซอิ โทดะ
- 3 พฤษภาคม วันรับตำแหน่งของโจเซอิ โทดะ,วันรับตำแหน่งของไดซาขุ อิเคดะ
- 5 พฤษภาคม วันแห่งผู้สืบทอดสมาคม
- 6 มิถุนายน วันเกิดของจึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมโซคา ท่านแรก
- 3 กรกฎาคม วันแห่งอาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสอง
- 24 สิงหาคม วันเข้าศรัทธาของอ.อิเคดะ
- 8 กันยายน วันต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์
- 2 ตุลาคม วันแห่งสันติภาพทั่วโลก
- 18 พฤศจิกายน วันก่อตั้งสมาคมสร้างคุณค่า
โซกางัคไกในประเทศไทย [แก้]
ดู สมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย
การเฉลิมฉลองในวาระสมาคมครบรอบแปดสิบปี [แก้]
วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 สมาคมโซคา ได้จัดงานฉลองครบรอบ80ปี ซึ่งจะถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 โดยได้จัดงานที่กรุงโตเกียว โดยมีสมาชิกกว่า 5000 คนใน 65ประเทศเขตแคว้นเข้าร่วม ภายในงานมีการจัดแสดงดนตรี การบรรเลงเพลงจากวงออเคสตร้า และการขับร้องประสานเสียง สลับกับการกล่าวสุนทรพจน์ของมิโนรุ ฮาราดะนายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านที่หก และการนำเสนอมุมมองของตัวแทนยุวชน เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของสมาคมโซคา ในปีต่อๆ ไป ดร.ไดซาขุ อิเคดะ ประธานสมาคมโซคา งัคไก สากล ได้ส่งข้อความเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกยุวชนอุทิศตนเพื่อส่งเสริมสันติภาพให้บังเกิดขึ้นแก่โลกสืบต่อไป โดยกล่าวว่า “ความสมัครสมานสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ทุกคนแสดงออกมา คือ ภาพสะท้อนสันติภาพแห่งอนาคตที่มนุษยชาติใฝ่ฝันมายาวนาน”
แนวคิดระฆัง 7 ใบ [แก้]
แนวคิดระฆัง 7 ใบ เป็นแนวปฏิบัติเพื่อการพัฒนาสมาคม ริเริ่มทำโดย ไดซาขุ อิเคดะ หัวหน้าคณะยุวชนสมัยนั้น และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็น นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านที่3
ชื่อ [แก้]
สมัยที่ โจเซอิ โทดะ นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านที่2 ยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้กล่าวไว้ว่า สมาคมได้ตีระฆังแห่งการเผยแผ่ธรรมมาทุกๆ7ปี จงมุ่งสู่ระฆังใบที่7 และตีระฆังให้ดังกังวานเถิด
เริ่มดำเนินการ [แก้]
หลังจากที่อาจารย์โทดะเสียชีวิตลง ในปี พ.ศ. 2501 วันที่ 3 พฤษภาคม ก็ได้มีการจัดประชุมใหญ่ระดับภาคขึ้น ขณะนั้น ไดซาขุ อิเคดะ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานของคณะยุวชน ได้พิจารณาไตร่ตรองถึงโครงการที่จะมอบความหวังให้กับสมาชิกที่ยังมีความกังวลต่อนาคต จึงได้ประกาศแนวคิด ระฆัง7ใบ ขึ้นมาในที่ประชุมดังกล่าว นับตั้งแต่สมาคมได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2473 เป็นต้นมา ก็สามารถพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมาโดยตลอดในทุกๆช่วง 7 ปี คือ
- ระฆังใบที่1 ช่วงเวลา 7ปีนับตั้งแต่ปีก่อตั้ง คือ พ.ศ. 2473 จนถึง พ.ศ. 2480 ซึ่งมีการจัดพิธีก่อตั้งสมาคมการศึกษาสร้างคุณค่า อันเป็นองค์กรเก่าแก่ของสมาคม
- ระฆังใบที่2 ช่วงเวลา 7 ปีต่อมา จนถึง พ.ศ. 2487 ซึ่งเป็นปีที่ จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านแรกได้ล่วงลับไป
- ระฆังใบที่3 ช่วงเวลาอีก 7 ปีต่อมา จนถึง พ.ศ. 2494 ซึ่งเป็นปีที่อาจารย์โทดะ นายกสมาคมโซคา งัคไก ท่านที่2 เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคม
- ระฆังใบที่4 ช่วงเวลาอีก 7 ปีต่อมา จนถึง พ.ศ. 2501 ซึ่งเป็นปีที่อาจารย์โทดะ ล่วงลับไป
- ระฆังใบที่5 เป็นช่วงเวลาที่มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มจำนวนสมาชิก 3 ล้านครอบครัว ตามพินัยกรรมของอาจารย์โทดะได้ชี้แนะไว้ โดยมุ่งมั่นในโอกาสครบรอบ 7 ปีของการล่วงลับของอาจารย์โทดะ อนึ่ง ตอนที่อาจารย์อิเคดะได้เสนอแนวคิด ระฆัง7ใบ นั้นเป็นช่วงเวลาที่เริ่มต้นของ ระฆังใบที่5 นี้ด้วย
- ระฆังใบที่6 เป้าหมายของอีก 7ปีที่จะมาถึงก็คือ จะต้องมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านครอบครัว
- ระฆังใบที่7 ในปี พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มต้นของระฆังใบที่7 นั้นการก่อสร้างมหาวิหารโชฮนโดได้สำเร็จเสร็จสิ้นลง และยังมีเป้าหมายอีกว่า จะสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของการเผยแผ่ธรรมไพศาลของประเทศญี่ปุ่นภายในปี พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นปีที่ระฆังทั้ง 7 ใบสิ้นสุดลง
หลังจากนั้นได้มีการประกาศโครงการและเป้าหมาย ตั้งแต่ ระฆังใบที่ 5 เป็นต้นไป แสงประทีปแห่งความหวังในหัวใจของสมาชิกในญี่ปุ่นทั้งหมดก็ลุกโชนขึ้น แนวคิดและโครงการต่างๆดังกล่าว ก็ได้ปรากฏเป็นจริงขึ้นมา ภายใต้การบัญชาการของไดซาขุ อิเคดะ
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- Sōka Gakkai International
- SGI-USA
- Sōka Gakkai
- สมาคมสร้างคุณค่าแห่งประเทศไทย
- Soka Spirit
- งักไก ฉลองครบรอบ80ปี
- งักไก ฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งการส่งเสริมสันติภาพ
- เพื่อเพื่อนผู้ศรัทธา,สมาคมสรางคุณค่า,2550
- วารสารสมาคมสร้างคุณค่า
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||