นามสกุลพระราชทาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นามสกุลพระราชทาน เป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2455[1] โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 อย่างไรก็ตาม ได้มีการเลื่อนเวลาการบังคับใช้กฎหมาย 2 ครั้ง เพื่ออำนวยความการสะดวกแก่เจ้าพนักงานซึ่งจะทำทะเบียนและสะดวกแก่ผู้ที่จะเลือกตั้งนามสกุล โดยพระราชบัญญัติได้บังคับใช้เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458[2][3]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุลครั้งแรกเป็นจำนวน 102 นามสกุล เช่น นามสกุล "สุขุม" พระราชทานแก่ เจ้าพระยายมราช (ปั้น), นามสกุล "มาลากุล" พระราชทานแก่ พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เปีย) และ พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม) และนามสกุล "พึ่งบุญ" พระราชทานแก่ พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อ)[4] นามสกุลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้มีทั้งสิ้น 6464 นามสกุล แยกเป็น

  • นามสกุลตามสมุดทะเบียน 6439 นามสกุล (ในสมุดทะเบียนลงลำดับที่นามสกุลที่ได้พระราชทานไปเพียง 6432 นามสกุล)
  • นามสกุลพิเศษ 1 นามสกุล
  • นามสกุลสำหรับราชสกุลรัชกาลที่ 4 อีก 24 นามสกุล [5]

นามสกุลที่มีที่มาจากภาษาต่างประเทศ[แก้]

  • เศียนเสวี พระราชทาน พระอักษรสมบูรณ (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี) เสมียนตรากระทรวงวัง และนายพันตรีในกองทัพบก บิดาเป็นชาวเยอรมัน นามสกุลเดิมว่า “Falck” คือมุ่งว่า “falk” แปลว่าเหยี่ยว แปลกลับเป็นสังสกฤตว่า “เศ์ยน” แผลงเป็นไทยว่า “เศียน”
  • เศวตศิลา พระราชทาน พระวันพฤกษ์พิจารณ (ทองคำ) ปลัดกรมป่าไม้ กับพระกรุงศรีบริรักษ์ (ทองย้อย) ปลัดมณฑลกรุงเก่ากระทรวงมหาดไทย เป็นบุตรนายเฮนรี อาลบาสเตอร์ (แปลนามสกุลเป็น “หินขาว”)
  • สุมิตร พระราชทาน นายอี สเปนช์ สมิต ผู้ช่วยอธิบดีกรมศึกษาธิการ ขอพระราชทานให้บุตรชายหญิงซึ่งมารดาเป็นไทย
  • เวลานนท์ พระราชทาน รองอำมาตย์เอกเกอรช ฟริดริช เวเลอร์ นายตรวจเอก กรมรถไฟหลวงสายเหนือ (ต่อมาถูกถอนสัญชาติและเรียกคืนนามสกุล เมื่อคราวประเทศสยามประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1)
  • อันตรนิยุกต์ พระราชทาน ขุนทิพรศโอชา (ปีเตอร์) พนักงานครัวเฃ้าต้น กรมมหาดเล็ก นามสกุลเดิม “อันโตนิโอ”
  • สีมันตร พระราชทาน ขุนเลขการวิจิตร (แสวง) นายเวรกรมที่ปฤกษา กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ บิดาเป็นชาวโปรตุเกส นามสกุลเดิมว่า “ซีโมเอนส์”
  • เตชะวณิช พระราชทาน พระอนุวัฒน์ราชนิยม (ฮง) สังกัดกรมมหาดเล็ก แส้แต้
  • อับดุลพันธุ์ พระราชทาน นายหมู่ตรีปุ๋ย ประจำแพนกเกียกกาย กองเสนารักษาดินแดนกรุงเทพฯ ปู่ทวดชื่อเฮเดอรใบ ปู่ชื่อเมียโบ บิดาชื่ออับดุลโคยุม
  • อับดุลละบุตร พระราชทาน พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสงคราม (นิโอ๊ะ) พระยาเมืองยะหริ่ง ปู่ทวดชื่ออับดุลเลาะ
  • คุณะดิลก พระราชทาน พระยาอรรถการประสิทธิ์ (วิลเลียม แอลเฟรด ตีเลกี, William Alfred Tilleke) อธิบดีกรมอัยการ กระทรวงยุติธรรม เขาชื่อเช่นนี้มาแต่เดิมแล้วแต่ต้องการได้รับอนุมัติ จึ่งตกลงให้เขียนว่า“คุณะดิลก”เช่นนี้ เพื่อให้เป็นไทย เดิมเขียนว่า“คุณะติละกะ” (ตัวโรมัน“Guna Tilleke”)
  • สิงหลกะ พระราชทาน พระดรุณรักษา (เสงี่ยม) ปลัดบาญชีกรมมหาดเล็ก หลานพระอุดรพิสดาร (สิญญ) ซึ่งเป็นชาวสิงหล

นามสกุลแยกตามรายอาชีพของผู้เป็นต้นสกุล[แก้]

  • สกุลพ่อค้า มีคำว่า วณิช หรือวานิช และ เวส ประกอบในนามสกุลเช่น กมุทวณิช, กัณหะเวส, คุปตะวาณิช, กฤษณวนิช
  • สกุลชาวสวน มีคำว่า ผล และ ผลิน ประกอบในนามสกุล เช่น ผลพันธิน, นิตย์อำนวยผล, ผลาชีวะ, มณฑลผลิน
  • สกุลชาวนา มีคำว่า กสิกร, เกษตริน และศาลิ ประกอบในนามสกุล เช่น โพธิกสิกร, รัตกสิกร,พงษ์สาริกิจ, สนธิเกษตริน, พฤทธิศาลิกร, ศาลิคุปต
  • สกุลทหารบก มีคำว่า โยธิน ประกอบในนามสกุล เช่น พหลโยธิน, พินทุโยธิน, อุตตมะโยธิน, กมลโยธิน,โกษะโยธิน,อัครโยธิน
  • สกุลทหารเรือ มีคำว่า นาวิน และกลิน ประกอบในนามสกุล เช่น กมลนาวิน, กนกนาวิน, วิเศษนาวิน, โรหิตนาวิน, ไอศะนาวิน, อังคะนาวิน, กฤษณกลิน, สุนทรกลิน, บุญยรัตกลิน
  • สกุลทหารอากาศ มีคำว่า อากาศ หรือ นภา ประกอบในนามสกุล เช่น รณนภากาศ, วุฒากาศ
  • สกุลช่างสิบหมู่ มีคำว่า ศิลปิน ประกอบในนามสกุล เช่น เกียรติศิลปิน, เตมียศิลปิน
  • ศิลปินโขน มีคำว่า นัฏ ประกอบในนามสกุล เช่น กานตะนัฎ, จารุนัฎ, สมรรคนัฎ
  • นักดนตรี มีคำว่า วาทิน ประกอบในนามสกุล เช่น กมลวาทิน, วรวาทิน, สุนทรวาทิน
  • กรมพระอัศวราช มีคำว่า อัศวิน ประกอบในนามสกุล เช่น ศวิน โกมลาศวิน, ชยาศวิน, มณฑาศวิน
  • สกุลแพทย์ มีคำว่า เวช, ไวทยะ, แพทย์ ประกอบในนามสกุล เช่น โกมลเวช, สุนทรเวช, ถาวรเวช, วีระไวทยะ, พัฒนเวชวงศ์, ตีรแพทย์,ไวทยะชีวิน, มิลินทแพทย์, เวชภูติ ,เวชชาชีวะ
  • โหรหลวง มีคำว่า โชติ ประกอบในนามสกุล เช่น โชติวิท, เศษโชติ, สุนทรโชติ
  • พราหมณ์ มีคำว่า พราหมณ ประกอบในนามสกุล เช่น จุลละพราหมณ์, พราหมณายน, วินทุพราหมณกุล

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

  • นามสกุลลำดับแรกคือ สุขุม คือ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ซึ่งเป็นอาจารย์ภาษาไทยขณะสอนพระราชโอรสรวมถึงรัชกาลที่ 6 ทั้งที่โรงเรียนสวนกุหลาบและขณะอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
  • นามสกุลพิเศษที่มิได้ลงลำดับที่ในสมุดทะเบียนนามสกุลคือ ณ พิศณุโลก พระราชทาน หม่อมคัธริน ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ
  • นามสกุลสุดท้ายที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน คือ ตันตริยานนท์ พระราชทานแก่ นายประดิษฐ์ ผู้ช่วยนายเวรกรมบาญชีกลาง กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ปู่ชื่อตันก๊กเหลียง บิดาชื่อตันเต็งหยง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2468
  • ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับพระราชทานนามสกุลคือ เด็กชายบัว อายุ 6 ขวบ มหาดเล็กรุ่นจิ๋ว ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า ศจิเสวี เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2465
  • นามสกุลที่เนื่องมาแต่ราชสกุลที่โปรดให้เติม ณ กรุงเทพ หรือที่ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ ณ อยุธยา ต่อท้ายนั้น มีทั้งสิ้น 105 นามสกุล
  • สมาชิกกองเสือป่าที่ได้รับพระราชทานนามสกุลมีทั้งสิ้น 864 นามสกุล ในจำนวนนี้เป็น พลเสือป่าถึง 515 นามสกุล
  • นายทหารที่ได้รับพระราชทานนามสกุล มีทั้งสิ้น 1134 นามสกุล
  • นายตำรวจที่ได้รับพระราชทานนามสกุลมี ทั้งสิ้น 457 นามสกุล
  • นักเรียนที่ได้รับพระราชทานนามสกุลมี ทั้งสิ้น 278 นามสกุล แยกเป็น
    • นักเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา คือ นักเรียนมหาดเล็กหลวง และนักเรียนราชวิทยาลัย จำนวน 45 นามสกุล
    • นักเรียนทหารกระบี่หลวง หรือนักเรียนพรานหลวง จำนวน 97 คน
    • นักเรียนระดับชั้น อุดมศึกษา คือ นักเรียนแพทย์เสือป่าหลวง จำนวน 88 นามสกุล
    • นักเรียนนายร้อย, นักเรียนทำการนายร้อย และนักเรียนทำการนายร้อยตำรวจ จำนวน 22 นามสกุล
    • นักเรียนนายเรือ และนักเรียนทำการนายเรือ จำนวน 11 นามสกุล
    • นักเรียนโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 13 นามสกุล
    • นักเรียนราชแพทยาลัย จำนวน 2 นามสกุล
  • นามสกุลพิเศษที่ได้รับพระราชทานฯ แต่มิได้จดในทะเบียนชื่อสกุลพระราชทานฯ ได้แก่

กาญจนาชีวะ พระราชทานแก่ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม) บำเรอเจ้า พระราชทานแก่ หลวงบำเรอบริภักดี (สนิท บำเรอเจ้า) ภายหลังเลื่อนเป็น พระยาบำเรอบริภักดี กับ หม่อมราชวงศ์มณีรัตน์ (เดชาติวงศ์) หังสสูต พระราชทานแก่ พระยาพิพิธโภคัย (เชฐ) บุตร พระยาสุธรรมไมตรี (ห้อง) บ่วงราบ พระราชทานแก่ เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) นามเดิม พระยาเพชรกำแหงสงคราม (ครุฑ) เจ้าเมืองชุมพร พี่ชาย พระยาสุธรรมไมตรี (ห้อง) เป็นต้น

  • นามสกุลที่โปรดให้ใช้คำว่า ณ กรุงเทพ ภายหลังโปรดให้ใช้เป็น ณ อยุธยา สำหรับราชสกุลมีทั้งสิ้น 105 ราชสกุล เช่น สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, อิศรางกูร ณ อยุธยา, นพวงศ์ ณ อยุธยา, เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา เป็นต้น
  • นามสกุลพิเศษที่มี ณ ต่อท้ายชื่อสกุลอีกประมาณ 7 นามสกุล เช่น ณ นคร, ณ ถลาง, ณ เชียงใหม่, ณ บางช้าง, ณ พัทลุง เป็นต้น
  • ราชสกุล ณ นคร เป็นราชสกุลใน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (แซ่แต้) มีทั้งสิ้น 17 ราชสกุลในพระองค์ โดยสืบเชื้อสายมาจากสายสัมพันธ์ แซ่แต้ (เตชะ) ทั้งสิ้น

สกุลที่ขึ้นต้นด้วย "ณ"[แก้]

สกุลที่ขึ้นต้นด้วย "ณ" เป็นนามสกุลพระราชทาน โดยพระราชทานให้แก่ผู้สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่มีนิวาสถานตั้งอยู่ในที่แห่งนั้นเป็นเวลานานมาก มีผู้คนรู้จัก และนับถือโดยมาก โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตใช้คำว่า "ณ" นำหน้าสกุลเป็นอันขาด[6]

ต้นสกุล ณ[แก้]

สกุล ที่ได้รับพระราชทาน [7][8]
สกุล เลขที่ พระราชทาน สืบเชื้อสาย
ณ กาฬสินธุ์ ๑๑๙๐ พระยาไชยสุนทร (เก) กรมการพิเศษเมืองกาฬสินธุ์ มณฑลร้อยเอ็ด พระยาพิไชยสุนทร (เจ้าโสมพะมิตร์) เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก สืบสายทางอุปฮาด (หมาสุ่ย)
ณ จัมปาศักดิ์ ๑๖๑๘ เจ้าศักดิ์ประสิทธิ์ (เจ้าเบงหรือเบงคำ) และเจ้าศักดิ์ประเสริฐ (เจ้าอุย) ซึ่งได้ขอเข้ามารับราชการในเมืองไทย โดยไม่ยอมอยู่ในบังคับของฝรั่งเศส สมเด็จพระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร (เจ้าหน่อกษัตริย์) กษัตริย์ราชอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ สืบสายทางสมเด็จเจ้ายุติธรรมธร (เจ้าคำสุก) เจ้าผู้ครองนครจัมปาศักดิ์ องค์ที่ ๑๑
ณ เชียงใหม่ ๑๑๖๑ มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๙ องค์สุดท้าย พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๑ และเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๓
ณ ตะกั่วทุ่ง ๒๒๘๙ อำมาตย์โท หลวงราชภักดี (หร่าย) ยกกระบัตรมณฑลปัตตานี หลานทวด พระยาโลหะภูมิพิสัย ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วทุ่ง
ณ ถลาง ๐๗๔๒ พระยาสุนทราทรธุรกิจ (หมี) กระทรวงมหาดไทย และพระอาณาจักรบริบาล (อ้น) กระทรวงมหาดไทย และพระพิไสยสุนทรการ (แปลง) ฃ้าหลวงตรวจการกรมสรรพากรนอก พระยาถลาง (ฤกษ์)
ณ นคร ๐๑๐๓ นายพลโท พระยาวรเดชศักดาวุธ (แย้ม) ปลัดทูลฉลองกระทรวงกลาโหม เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับเจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง พระราชธิดาในพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู)
ณ น่าน ๑๑๖๒ เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๖๔ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้าผู้ครองนครน่าน
ณ บางช้าง ๐๓๖๐ หลวงขจรเนาวรัฐ (หลำ) กระทรวงมหาดไทย กับหลวงพิพิธวรรณการ (ม้วน) ปลัดกรมกองการปกครอง กรมราชเลขานุการ เป็นบิดากับบุตร พระแม่กลอง (สอน) กับเจ้าคุณบางช้าง (แก้ว)
ณ ป้อมเพชร์ ๐๑๕๐ พระยาเพชร์ชฎ พระยาเพชร์ชฎ บรรดาศักดิ์เดิม พระสมุทบุรานุรักษ์ (ฃำ) ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรปราการ เดิมตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ป้อมเพชร กรุงศรีอยุธยา
ณ พัทลุง ๒๒๗๙ รองอำมาตย์เอก หลวงวิบูลย์บุรขันฑ์ (นพ) กรมการพิเศษเมืองพัทลุง พระยาพัทลุง (ขุน) บรรดาศักดิ์เดิม พระยาแก้วเการพพิไชย ผู้สำเร็จราชการเมืองพัทลุง สมัยกรุงธนบุรี
ณ พิศณุโลก พิเศษ หม่อมคัทริน หม่อมคัทริน พระชายาในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ภายหลังในรัชกาลที่ ๗ พระราชทานนามสกุลเป็น จักรพงศ์
ณ มโนรม ๒๗๗๐ หลวงวินิจสารา (ดวง) นายเวรกรมบัญชาการ กระทรวงนครบาล ผู้ว่าราชการเมืองมโนรม
ณ มหาไชย ๐๐๐๔ พระยาเทพทวาราวดี (สาย) อธิบดีกรมมหาดเล็ก พระยานรนารถภักดี ถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ตำบลมหาไชย
ณ ร้อยเอ็จ ๑๑๘๙ พระยาขัติยะวงษา เอกาธิกสตานันท์ (ท้าวเหลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองร้อยเอ็ด เพี้ยพระลคร (ท้าวคำ) เชื้อสายพระยาขัติยวงศา (ท้าวทนต์) เจ้าเมืองร้อยเอ็จคนแรก โอรสของเจ้าจารยแก้วมงคล เจ้าเมืองท่งศรีภูมิ
ณ ระนอง ๒๓๔๕ อำมาตย์เอก พระยารัตนเศรษฐี (ยู่หงี) ผู้สำเร็จราชการเมืองระนอง พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี ชื่อเดิม ซู้เจียง แซ่คอ (คอซู้เจียง) ผู้สำเร็จราชการเมืองระนอง
ณ ลำปาง ๑๑๖๖ พลตรี เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต (บุญทวงษ์) เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๑๓ พระเจ้าคำโสม พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ ๔
ณ ลำพูน ๐๘๖๖ พลตรี เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (น้อยจักรคำ) เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๑๐ องค์สุดท้าย เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๑ และเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๓
ณ วิเชียร ๒๘๐๓ พระยาประเสริฐสงคราม (ใจ) จางวางกำกับราชการอำเภอวิเชียร จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ว่าราชการเมืองวิเชียรบุรี
ณ สงขลา ๐๑๐๘ พระยาพฤกษาภิรมย์ (ฑิตย์) เจ้ากรมสวนหลวง เจ้าพระยาสงขลา (หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ) ชื่อเดิม เหยี่ยง แซ่เหงา เจ้าเมืองสงขลา สมัยกรุงธนบุรี
ณ หนองคาย ๑๑๘๑ พระอนุชาติวุฒาธิคุณ วิบูลยศักดิ์ฯ(แพ) นายอำเภอเมืองเพ็ญ เมืองอุดรธานี พระประทุมเทวาภิบาล (ท้าวสุวอธรรมา) เจ้าเมืองหนองคาย
ณ อุบล ๓๑๒๗ พระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ) กรมการพิเศษจังหวัดอุบลราชธานี พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) เจ้าเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศคนแรก บุตรเจ้าพระวรราชปิตา หลานเจ้าพระวรราชภักดี เมืองหนองบัวลำภู
สกุล ที่มีการต่อท้ายนามสกุล
สกุล เลขที่ พระราชทาน สืบเชื้อสาย
พรหมสาขา ณ สกลนคร ๑๓๖๘ อำมาตย์โท พระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) ผู้ว่าราชการเมืองสกลนคร พระบรมราชา (ท้าวพรหมา) เจ้าเมืองนครพนม สืบสายทางอุปฮาดพระนาคี (กิ่ง) เมืองมหาชนไชยกองแก้ว
ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ๑๒๑๘ พระเจริญราชเดช (อุ่น) กรมการพิเศษเมืองมหาสารคาม มณฑลร้อยเอ็จ ทวดชื่อราชวงษ์ (หล้า) ปู่ชื่ออุปฮาด (ภู) พระเจริญราชเดช วรเชษฐ์มหาขัติยพงษ์ รวิวงษ์สุรชาติฯ (ท้าวกวด) เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก
รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ๒๓๒๗ รองอำมาตย์โท หลวงวรเทพภักดี (เดช) กรมการพิเศษเมืองภูเก็ต พระภูเก็ตโลหเกษตรารักษ์ (แก้ว) บิดาชื่อ พระยาณรงค์เรืองฤทธิ์ประสิทธิสงคราม (เจิม)ผู้สำเร็จราชการเมืองถลาง
สุนทรกุล ณ ชลบุรี ๔๖๐๓ หม่อมหลวงจาบ กรมขุนสุนทรภูเบศร์ พระนามเดิมว่าเรืองหรือจีนเรือง เดิมเป็นชาวเมืองชลบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็นเจ้านาย
สกุล ที่มีการต่อท้ายนามสกุลที่แยกออกจาก สกุล เดิม
สกุล เลขที่ สกุลใหม่ พระราชทาน
ณ นคร ๐๒๕๓ โกมารกุล ณ นคร พระยาไชยยศสมบัติ (เฉลิม) อธิบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ สำหรับผู้ที่สืบสกุลจากเจ้าพระยานคร (น้อย) ลงมาทางเจ้าพระยามหาศิริธรรม (น้อยเมือง) และพระยาศรีสรราชภักดี (หนูเล็ก)
ณ ถลาง ๓๙๔๕ ประทีป ณ ถลาง หลวงราชอาณัติ (กล่อม) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดตะกั่วป่า
ณ พัทลุง ๒๔๒๕ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง มหาดเล็กสำรองสมบุญ ประจำกรมมหาดเล็ก ปู่ชื่อกลิ่น บิดาชื่อชม

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติขนามนามสกุล พุทธศักราช ๒๔๕๖, เล่ม ๒๙, ตอน ๐ ก, ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๒๘๓
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้เลื่อนการใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ก, ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๕๘
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ การเลื่อนใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล พระพุทธศักราช ๒๔๕๖, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ก, ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๔๙๓
  4. ราชกิจจานุเบกาษา, ประกาศกระทรวงมุรธาธร เรื่อง ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ ๑, เล่ม ๓๐, ตอน ๐ ง, ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๖, หน้า ๖๔๘
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ง, ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๑๓๕
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้ "ณ" นำหน้านามสกุล, เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ก, ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๓๙๕
  7. http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=3004&stissueid=2591&stcolcatid=2&stauthorid=13
  8. http://www.amed.go.th/AboutUs/palace/nameH.htm

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]