นางสิบสอง (ละครไทย พ.ศ. 2531)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นางสิบสอง นางสิบสองเป็นเรื่องราวของหญิงสาวสิบสองคนซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันและต้องเจอกับปัญหามากมาย ได้ถูกนำมาทำเป็นละครพื้นบ้านครั้งแรกทางช่อง 7 เมื่อปี 2531 นำแสดงโดย ศักสิทธิ์ ทวีกุล สินี หงษ์มานพ และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ทางช่อง 7 ในปี 2543 นำแสดงโดย สพล ชนวีร์ มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ สิริมา อภิรัตนพันธ์ คณธร ฟักทองผล นอกจากนี้ยังมีช่อง 5 และช่อง 3 อีกด้วย

เนื้อเรื่อง[แก้]

นานมาแล้วมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ นนท์ และภรรยาของเขาชื่อ พราหมณี ทั้งสองมีลูกสาวถึง 12 คน ด้วยความที่ลูกเยอะฐานะทางบ้านจึงค่อยๆตกต่ำลงเงินทองที่เก็บๆไว้ก็หายไปหมดเนื่องจากต้องเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสิบสองคน อยู่มาวันหนึ่งพ่อของนางสิบสองก็ได้คิดอุบายว่าจะนำลูกๆทั้งสิบสองคนไปปล่อยป่า โดยหลอกลูกของตนว่าตนจะไปเยี่ยมญาติจะพาลูกๆไปด้วย เมื่อมาถึงกลางป่าเขาก็บอกกับลูกว่าจะไปหาผลไม้มาให้กินให้ลูกๆรอก่อน เมื่อได้โอกาสเขาก็หนีไปโดยหวังว่าจะมีคนที่ดีกว่านี้มารับเลี้ยงดู นางสิบสองรอบิดาของตนจนเหนื่อยโชคดีที่นางเภาน้องคนสุดท้องที่มีความฉลาดมากกว่าพวกพี่ๆ ได้นำข้าวตากโรยตามทางที่เดินมาพวกนางทั้งสิบสองจึงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อบิดาและมารดาเห็นลูกของตนกลับมาได้ก็ตกใจมากและได้คิดว่าจะนำลูกของตนไปปล่อยป่าอีกครั้ง และวันนั้นก็มาถึงพ่อของนางสิบสองได้นำลูกของตนไปปล่อยป่าอีกคราวนี้โชคร้ายนางเภาไม่ได้เอาข้าวตากมาทำให้นางทั้งสิบสองติดอยู่ในป่า นางทั้งสิบสองได้อยู่ในป่าจนรุ่งเช้าของอีกวัน นางเภาได้บอกกับพี่ของตนว่าเควรจะหาทางกลับบ้านใหม่ แต่เดินไปเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที จนในที่สุดก็มาเจอกับนางยักษ์สันตราพอดี นางยักษ์สันตราพอได้เห็นนางทั้งสิบสองก็เกิดความรักและเอ็นดูเนื่องจากตนไม่มีลูกและสามีของตนก็ตายไปแล้ว นางยักษ์จึงนำนางทั้งสิบสองมาเลี้ยงไว้ในวังโดยสั่งให้ทุกคนในเมืองทานตะวันแปลงกายเป็นมนุษย์ให้หมดเนื่องจากกลัวว่านางทั้งสิบสองจะหวาดกลัวและเกลียดตนและตนเองก็ได้เปลี่ยนชื่อจากสันตราเป็นสันธมาลา นางทั้งสิบสองใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างสุขสบายจนกระทั่งโตเป็นสาว นางเภาก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเมืองนี้เป็นเมืองยักษ์เพราะว่าตนนั้นไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนในเมืองในเมืองนี้เลยและพี่ของตนก็ได้เจอกับกองกระดูกที่พวกยักษ์กินไว้ทางท้ายวังซึ่งนางสันธมาลาห้ามไม่ให้ไปอีกด้วย นางเภาจึงพาพวกพี่หนีจากเมืองยักษ์จนนางสันตราตามมาแต่มองไม่เห็นนางทั้งสิบสองเพราะเทวดาในป่าคุ้มครองนางสันตราจึงกลับเมืองไปด้วยความอาฆาตแค้น นางทั้งสิบสองดีใจที่หนีจากนางยักษ์มาได้และก็เดินทางไปโดยไร้จุดหมายจนมาถึงเมืองกุตลนครซึ่งมีราชารถสิทธิ์เป็นผู้ปกครองเมือง ท้าวรถสิทธิ์เมื่อได้เห็นนางเภาที่รูปงามและพวกพี่ๆของนางแล้วก็เกิดความรักใคร่ โดยรักนางเภามากที่สุด ท้าวรถสิทธิ์ได้นางทั้งสิบสองเป็นมเหสีแล้วอยู่มาวันหนึ่งนางทั้งสิบสองคนก็ได้ตั้งครรภ์ อีกด้านหนึ่งในขณะเดียวกันนางยักษ์สัตราได้ใช้มนต์วิเศษของตนดูภาพพวกนางทั้งสิบสองผ่านกระจกนางสันตราจึงได้เห็นและรู้ว่านางสิบสองอยู่ที่เมืองกุตลนครและได้เป็นมเหสีของราชารถสิทธิ์ก็ได้ตามไปจนมาถึงเมืองกุตลนครและได้พบกับท้าวรถสิทธิ์นางจึงเป่ามนต์สะกดให้ท้าวรถสิทธิ์รักใคร่และแต่งตั้งให้ตนเป็นพระมเหสีเอกแทนนางทั้งสิบสอง เมื่อนางสิบสองรู้ข่าวว่าพระสวามีตนมีมเหสีใหม่จึงโมโหและอยากรู้ว่าเป็นใครพอดีนางยักษ์สันตราผ่านมาพอดีนางสิบสองจึงได้รู้ว่าเป็นนางยักษ์สันตราก็ตกใจกลัวและร้องขอว่าอย่าทำอะไรตนเลย นางยักษ์สันตราไม่ยอมจึงเป่ามนต์ให้ท้าวรถสิทธิ์เกลียดนางทั้งสิบสองและสั่งนางทั้งสิบสองไปขังไว้ในถ้ำ นางทั้งสิบสองต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในถ้ำขณะที่ท้องของนางก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน ฝ่ายนางยักษ์สันตรายังไม่หยุดแค้นนางสิบสองจึงออกอุบายว่าตนป่วยเป็นโรคประหลาดและได้เป่ามนต์ใส่หมอหลวงให้พูดว่าต้องใช้ลูกตานางทั้งสิบสองมาทำยาให้กินจึงจะหาย พระรถสิทธิ์จึงรีบให้จัดการควักลูกตานางสิบสองมาถวายทันทีโดยนางยักษ์ได้สั่งให้วิรุฬและจำบังสมุนเอกของตนรับหน้าที่นี้ เมื่อมาถึงถ้ำทั้งสองได้ควักลูกตานางสิบสองทันทีโดยเรียงจากพี่ไปน้อง ด้านนางค่อมผู้ซื่อสัตย์ต่อนางสิบสองได้อ้อนวอนขอให้พระรถสิทธิ์สั่งไม่ให้ควักลูกตานางสิบสองอยู่พักใหญ่ก็ได้นำราชโองการมาให้วิรุฬและจำบังดูแต่ด้วยตนเองแก่แล้วและหลังก็ค่อมอีกด้วยจึงมาไม่ทันโดยวิรุฬจำบังได้ควักลูกตาไปทั้ง 11 คนแล้วเว้นแต่นางเภาโดนควักไปเพียงข้างเดียวเพราะตนมาทันที่นางเภาพอดีวิรุฬจำบังจึงได้นำลูกตาของนางสิบสองใส่โถไปถวายให้นางสันธมาลา นางค่อมได้โมโหตัวเองที่มาไม่ทัน นี่ก็เป็นเพราะเวรกรรมของนางทั้งสิบสองที่ตอนเด็กได้ควักตาปลาออกมาเล่นแต่นางเภาควักออกมาเพียงข้างเดียวจึงไม่โดนควักลูกตาทั้ง 2 ข้าง นางทั้งสิบสองต้องทุกข์ทรมานเข้าอีกปวดทั้งตาและท้องแก่ที่ใกล้คลอดโดยหากบเขียดแถวนั้นมาย่างกินประทังชีวิตและข้าวที่นางค่อมคอยแอบนำมาถวาย เวลาผ่านไปจนกระทั่งพวกนางคลอดลูกมาแต่ลูกของนางทั้ง 11 คนตายหมด เหลือแต่นางเภาที่ให้กำเนิดพระโอรสและตั้งชื่อว่า รถเสน รถเสนเป็นเด็กฉลาดและรูปงามมากและเป็นหัวแก้วหัวแหวนของแม่และป้าทั้ง 11 คน

พระรถ-เมรี[แก้]

รถเสนโตขึ้นแลอยากจะช่วยแม่และป้าของตนหาข้าวมากินจึงได้ไปบ่อนไก่อยู่หลายครั้งและตนนั้นก็มีไก่ที่เทวดาเสกมาและได้นำไปชนไก่และชนะอยู่หลายครั้งจึงได้เงินมาซื้อข้าวให้แม่และป้าของตนกินจนรู้ไปถึงหูของพระรถสิทธิ์ที่ไม่รู้ว่ารถเสนเป็นลูกตน พอดีว่าเมืองกุตลนครมีเมืองอื่นมาท้าพนันตีไก่เอาบ้านเอาเมืองรถเสนได้รับคำเชิญจากพระรถสิทธิ์ให้นำไก่ของตนไปชนเพราะว่าได้ยินชื่อเสียงว่าเก่ง และก็ชนะด้วยทางฝ่ายนั้นก็ได้นำทัพกลับไป รถเสนก็กลายเป็นคนโปรดของพระรถสิทธิ์และนางสันธมาลาจึงได้นำไปเลี้ยงดูจนโตเป็นหนุ่มและได้กลับมาหานางทั้งสิบสอง นางยักษ์สันตราก็ได้รู้ว่ารถเสนเป็นลูกของนางเภา ขณะเดียวกันที่เมืองทานตะวัน เมรี ลูกของพญายักษ์และมเหสีเป็นมนุษย์ที่นางสันธมาลาขอมาเลี้ยงไว้ก็ได้โตเป็นสาวแล้ว ฝ่ายนางยักษ์สันตราพอรู้แล้วว่ารถเสนเป็นลูกของนางเภาก็โกรธแค้นจึงได้ออกอุบายว่าตนป่วยอีกครั้งคราวนี้ให้นำมะงั่วหาว มะนาวโห่ที่เมืองทานตะวันมารักษาพร้อมให้รถเสนนำสาส์นที่ตนเขียนว่าเมื่อรถเสนมาถึงเมืองกลางวันก็ให้ฆ่ากลางวันถึงคืนก็ฆ่าคืนให้เมรีด้วยโดยบอกรถเสนว่าห้ามเปิดอ่านเด็ดขาดรถเสนจึงได้ขี่ม้าไปที่เมืองทานตะวันแต่แวะพักที่กระท่อมของฤๅษี ฤๅษีได้ขออ่านสาส์นของรถเสนจึงรู้ว่ารถเสนจะต้องตายแน่จึง แปลงสาส์นว่าถึงเมื่อไหร่ก็ให้แต่งงานเมื่อนั้นและได้มอบม้าวิเศษพูดชื่อประกายเพชรได้ให้รถเสนด้วย แล้วรถเสนก็มาถึงเมืองทานตะวันเมื่อเมรีได้อ่านสาส์นก็เกิดความรักจึงได้แต่งงานกันและอยู่ที่เมืองทานตะวันอยู่พักหนึ่ง ฝ่ายแม่ย่าได้ตรวจดวงชะตาของเมรีแล้วพบว่าถ้าเมรียังรักรถเสนอยู่อย่างนั้นเมรีจะต้องตายแม่ย่าจึงคิดออกอุบายให้รถเสนไปจากเมรี ทางรถเสนที่จะนำดวงตาของนางสิบสองที่หห้องสรรพยาที่นางสันธมาลานำมาไว้เอาไปให้แม่และป้าของตน พอแม่ย่ารู้ก็สนับสนุนให้รถเสนไปจากเมรีจึงได้เปิดทางให้โดยสะดวกรถเสนได้นำดวงตาออกมาและขี่ม้าคู่ใจของตนไปเมืองกุตลนคร แต่เมรีไม่ให้ไปจึงวิ่งตามมารถเสนจึงอธิษฐานให้พื้นเป็นทะเลเมรีจึงตามไปไม่ได้เมรีจึงตรอมใจตาย เมื่อรถเสนมาถึงก็ได้นำดวงตามาให้แม่และป้าของตนนางทั้งสิบสองจึงมีดวงตาเหมือนเดิม ทุกคนพอรู้ว่านางสันธมาลาเป็นยักษ์จึงได้เนรเทศออกนอกเมืองพอเรื่องคลี่คลายแล้วรถเสนก็กลับไปเมืองทานตะวันพอมาถึงก็พบว่าเมรีตายแล้ว รถเสนจึงทำศพให้เมรีแล้วบอกว่ารักขอโทษเมรีและจึงตรอมใจตายตามนางเมรีอันเป็นที่รักไป

นักแสดงนำ[แก้]

บทบาท /ปี พ.ศ. 2531 พ.ศ.2543
ท้าวรถสิทธิ์ วัชรา สังข์สุวรรณ คณธร ฟักทองผล
เภา สุรีย์พร เกียรตินาถ สิริมา อภิรัตนพันธ์ุ
บัว ทัศนีย์ สีดาสมุทร์ มยุรา กีรติโอฬาร
ผัน เกษริน พูนลาภ วรรณีญา กิจชัยสกุลฤทธิ์
อี่ ปรางค์เพ็ญ สุทธิพงศ์ กุสุมา โพธิ์ศรี
ปอง เสาวนีย์ เอี่ยมละออ ทศวรรณ รัตนธาดา
คล้อง สายสุนีย์ วงศ์ศาวี นุชสิรา วงศ์แก่น
คล้าย ดาริกา รัตนวงศ์ วรินทร ผดุงวิถี
ใย ดวงฤดี พยัคฆะ ปาณิตา ชัยสรกานต์
ไพ สุกัญญา แช่มชื่น พริญทิพย์ พิทักษ์พูลสิน
แสด ลัดดาวรรณ์ สันธิ ชลธิชา ทองแดง
ปี่ ฉัตรมณีย์ เนตรศิริ อโณมา แย้มศรี
ปลอด น้ำอ้อย ไกรอาบ ขวัญจิรา บัวคง
รถเสน ศักดิ์สิทธิ์ ทวีกุล สพล ชนวีร์
เมรี สินี หงษ์มานพ มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์
นางยักษ์สันตรา อำภา ภูษิต มรกต มณีฉาย