นะมิเอะ อะมุโระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นะมิเอะ อะมุโระ
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด นะมิเอะ อะมุโระ
วันเกิด 20 กันยายน ค.ศ. 1977
เกิดที่ ญี่ปุ่น
แนวเพลง เจ-ป็อป, อาร์แอนด์บี
อาชีพ นักร้อง
ปี ค.ศ. 1992 - ปัจจุบัน
ค่าย Avex Trax
ส่วนเกี่ยวข้อง ซูเปอร์มังกีส์
เว็บไซต์ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

นะมิเอะ อะมุโระ (ญี่ปุ่น: 安室 奈美恵 Amuro Namie ?) เกิดวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1977 (พ.ศ. 2520) เป็นศิลปินหญิงจากโอกินาว่า มีพ่อเป็นชาวญี่ปุ่นและแม่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น/อิตาเลียน นะมิเอะเป็นที่รู้จักในปี ค.ศ. 1992 กับเพื่อน ๆ ในชื่อวง SUPER MONKEYS

ประวัติ[แก้]

เมื่อครั้งอายุ 15 นะมิเอะและเพื่อน ๆ ร่วมห้องเรียนอีก 4 คน จาก โรงเรียนการละครโอกินาวา (Okinawa acting school) ได้ตั้งกลุ่มชื่อ ซูเปอร์มังกีส์ (Super Monkeys) ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมจาก โอกินาว่า บ้านเกิดของเธอเอง จากนั้น พวกเธอก็ย้ายเข้าสู่โตเกียว ภายใต้สังกัด โทชิบะ-อีเอ็มไอ (Toshiba-EMI) ต่อมาทางต้นสังกัดได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น นะมิเอะกับซูเปอร์มังกีส์ (Namie Amuro with Super Monkeys)

ในช่วงต้นปี 1995 นะมิเอะ เริ่มออกงานเดี่ยวภายใต้การคุมของ เท็ตซึยะ โคมุโระ (Tetsuya Komuro) ภายใต้สังกัดใหม่ เอเว็กซ์ เรคอร์ด (AVEX Records) (โดยเชื่อกันว่า เอเว็กซ์มีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้เนื่องมาจากนะมิเอะ เพราะนะมิเอะจัดเป็นศิลปินคนแรกของค่าย) และสมาชิกที่เหลือของวงก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นแม็กซ์ (MAX)

ซิงเกิล เปิดตัวในสังกัดใหม่ที่ชื่อ บอดีฟีลส์เอ็กซิท (Body Feels EXIT) ภายใต้การนำของโปรดิวซ์เซอร์มือทองในยุคนั้นอย่าง เท็ตซึยะ โคมุโระ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้น ทุก ๆ ซิงเกิล ของนะมิเอะที่ออกมาภายใต้การโปรดิวซ์ของ เท็ตซึยะ โคมุโระ ก็สามารถขึ้นอันดับสูง ๆ ได้ตั้งแต่เปิดตัว ในขณะเดียวกันกับที่เพลงของ นะมิเอะ เป็นที่นิยม สไตล์ของ นะมิเอะ ก็ชนะใจสาว ๆ วัยแรกรุ่นทั่วทั้งญี่ปุ่น ทั้งผมสีน้ำตาลแดง กันคิ้วบาง ๆ หรือแม่แต่การแต่งหน้า หรือเครื่องแต่งกายที่ต้องเป็น มินิสเกิร์ต และ รองเท้าบู๊ต คลุมเข่า ก็กลายเป็นที่นิยม ถึงขนาดมีการนำแบบคิ้วของนะมิเอะมาขายในท้องตลาดกันเลยทีเดียว ซึ่งกลุ่มคนที่คลั่งไคล้ในสไตล์ของ นะมิเอะ เหล่านี้เรียกตัวเองว่า อามุราส (Amuras)

ในปี พ.ศ. 2539 นะมิเอะกลายเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลใหญ่จากยอดขายซีดี ในงาน เจแปนเรคอร์ดอวอร์ด (Japan Record Award) โดย ในปี 2539 ปีเดียว นะมิเอะสามารถทำยอดขายซีดี ได้มากกว่า 10 ล้านแผ่น นอกจากนี้ นะมิเอะยังคงได้รับรางวัลนี้อย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2540 ควบคู่ไปกับรางวัล ซิงเกิลยอดเยี่ยม จากเพลงบัลลาดยอดฮิตอมตะนิรันดร์กาลอย่าง แคนยูเซเลเบรท? (CAN YOU CELEBRATE?) ซึ่งในปัจจุบันยังคงรักษาตำแหน่งซิงเกิลที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในญี่ปุ่นในอันดับที่ 14

ปลายปี พ.ศ. 2540 นะมิเอะประกาศแต่งงานกับ มาซาฮารุ มารุยะมะ หรือ แซม จากวง ทีอาร์เอฟ (TRF) หลังจากตั้งท้อง และขอลาหยุดงานไปดูแลลูก 1 ปี และ นะมิเอะได้ไปปรากฏตัวในงาน มหกรรมขาวแดงที่ เอ็นเอชเคฮอลส์ (NHK Halls) เพื่อร้องเพลงแคนยูเซเลเบรท? เป็นการอำลาแฟนเพลง ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงแต่งงานยอดฮิตเพลงหนึ่งของคนญี่ปุ่นไปเลยทีเดียว หลังจากนั้น ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 นะมิเอะ คลอดลูกชายคนเดียวชื่อฮารุโตะ และได้ออกซิงเกิลชื่อ ไอแฮฟเนเวอร์ซีน (I HAVE NEVER SEEN) ฉลองการกลับมาในวันที่ 23 ธันวาคม ปีเดียวกัน ซึงก็เปิดตัวด้วยอันดับ 1

ในปี พ.ศ. 2542 นะมิเอะได้ร่วมงานกับ ดัลลัส ออสติน (Dallas Austin) โปรดิวซ์เซอร์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา (จากผลงานการโปรดิวซ์ให้ศิลปินชื่อดังทั้งหลายเช่น มาดอนนา , TLC, Monica, KORN ฯลฯ) ซึ่งทำให้ผลงานของ นะมิเอะ ในช่วงนั้น แนวเพลงสไตล์ อาร์แอนด์บี มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เองได้นำมาซึ่งความเจ็บปวดแก่ นะมิเอะ เพราะในขณะที่กำลังโปรโมตซิงเกิล RESPECT the POWER OF LOVE นั่นเอง แม่ของ นะมิเอะฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด ... หลังจากทำใจได้ นะมิเอะก็ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2543นะมิเอะ ออก single ต้อนรับสหัสวรรษใหม่อย่าง Never End ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์เป็นอย่างดี และเพลงนี้ก็ได้รับเลือกเป็นธีมของหนังเรื่อง OKINAWA SUMMIT ซึ่ง นะมิเอะ ได้รับเกียรติ์ให้แสดงต่อหน้าผู้นำชาติสมาชิก G8 อย่าง ประธานาธิบดีบิล คลินตันด้วย หลังจากออก Studio Album อันดับ 4 ออกมาอาละวาดในปลายปี 2543 ในปี พ.ศ. 2544 นะมิเอะ เลิกใช้บริการการโปรดิวซ์ของ TK และออกซิงเกิล Say the word ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ นะมิเอะ ได้เขียนเนื้อเพลงเอง ในวันที่ 8 สิงหาคม และในปลายปีนั้นเอง นะมิเอะ ได้เข้าร่วมโปรเจกต์ของ AVEX ในอัลบั้มเพื่อการกุศล SongNation โดยได้ร่วมงานกับ VERBAL จาก m-flo ในเพลง lovin' it ซึ่งเป็นซิงเกิลลำดับสามต่อจาก A song is born ของ Keiko และ Ayumi และ Meaning of Peace ของโบอาและคุมิ โคดะ

ในปี พ.ศ. 2545นะมิเอะ เปลี่ยนสไตล์ดนตรีไปสู่ อาร์แอนด์บี อย่างแท้จริง โดยเข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่อย่าง SUITECHIC ในฐานะนักร้องนำ และออกเพลงมา 2 ซิงเกิล กับอีก 1 อัลบั้ม และ 1 อัลบั้มรีมิกซ์ ก่อนจบโปรเจกต์ในปี พ.ศ. 2546 และได้กลับมาทำงานเดี่ยวของตนเองอีกครั้ง โดยได้ออกซิงเกิล shine more, Put 'Em Up และ SO CRAZY ซึ่งโปรดิวซ์โดย Dallas Austin และ Full Force ในปลายปีนี้ นะมิเอะ ออก STYLE สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 5 ออกมาในรอบ 3 ปี

ในช่วง 29 พฤศจิกายน 2546 ถึง 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2547นะมิเอะออกตระเวณทัวร์ในเอเชีย ใน นะมิเอะ Amuro SO CRAZY tour featuring BEST singles 2003-2004 ซึ่งจัดขึ้นใน 3 ประเทศคือ ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ในขณะที่ออกทัวร์อยู่นั้น นะมิเอะออกซิงเกิลชื่อ ALARM ตามด้วย ALL FOR YOU ซึ่ง ALL FOR YOU ประสบความสำเร็จขึ้นไปถึงอันดับ 6 กับยอดขายเกือบแสนซิงเกิล ซึ่งมากเป็น 2 เท่าหากเทียบกับซิงเกิลก่อนหน้าในช่วงปี 2546-2547 อย่าง shine more, Put 'Em Up, SO CRAZY หรือแม้แต่ ALARM ในปลายเดือนสิงหาคม นะมิเอะ ออกทัวร์สำหรับแฟนคลับ โดยแสดงเพลงใหม่ที่ยังไม่ออกจำหน่ายอันได้แก่ GIRL TALK และ the SPEED STAR ซึ่งออกออกมาเป็น double a-side single ในเดือนถัดมา และประสบความสำเร็จอย่างมากถึงขนาดขึ้นอันดับ 1 ในวันแรกที่ออกจำหน่าย และคงอันดับ 1 ได้ถึง 3 วัน และเป็นการแตะอันดับ 1 อีกครั้งในรอบ 5 ปีของซิงเกิล ของ นะมิเอะ และคงยอดขายเฉียดแสนเช่นเดียวกับซิงเกิล รุ่นพี่อย่าง ALL FOR YOU

ปลายปี 2547 นะมิเอะ ช็อควงการด้วยการประกาศไม่เข้าร่วมมหกรรมแดงขาวที่เคยเข้าร่วมติดต่อกันมาถึง 9 ปี และจากเหตุการณ์สึนามิ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นะมิเอะ ประกาศเข้าร่วมงาน MTV ASIA AID และแสดง GIRL TALK ต่อหน้าแฟน ๆ ชาวไทย ... นอกจากนี้ นะมิเอะ ยังได้บริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ แก่ UNICEF เป็นจำนวน 10 ล้านเยน ในขณะเดียวกัน นะมิเอะ ก็เซอร์ไพรส์แฟน จากโฆษณารถยนต์ยี่ห้อ Suzuki Chevrolet โดยนำเพลงใหม่ชื่อ Queen of Hip-Pop มาประกอบ จนแฟน ๆ พากันคาดเดาว่าเพลงนี้จะเป็นซิงเกิลต่อไป จนกระทั่งเดือนเมษายนซิงเกิล ใหม่ที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดกัน แต่เพลงอย่าง WANT ME, WANT ME ก็ช่วยขยายฐานผู้ฟังของ นะมิเอะ ไปสู่ทางตะวันตกมากขึ้น และเพลงนี้ยังขึ้นไปอยู่อันดับ 2 บน oricon weekly chart และจัดเป็นซิงเกิล ที่ ได้รับความนิยมในอันดับสูงสุดในรอบ 3 ปีของ นะมิเอะ

มีข่าวดีในรอบปีของ นะมิเอะ เมื่อ นะมิเอะ ได้สิทธิ์ดูแล ฮารุโตะ อย่างสมบูรณ์ และยังได้รับรางวัลใหญ่จาก MTV VMAJ 05 ได้แก่ BEST R&B Video จากเพลง GIRL TALK และรางวัลพิเศษ The Most Impressive Performace in Asia (ได้มาจากฝีมือ โดยไม่ต้องใช้ความอลังการของโปรดักชั่นเข้าช่วย) ในขณะเดียวกันก็ประกาศสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 6 ในนาม Queen of Hip-Pop หลังจากห่างหายการออกอัลบั้มไปกว่า 2 ปี และ PV โปรโมตอัลบั้ม เพลง WoWa ซึ่ง นะมิเอะ แต่งเป็น ปอมปอมเกิร์ล ในชุดสีชมพูหวานแหวว ซึ่งอัลบั้มนี้ก็เปิดตัวได้ดีมากที่อันดับ 2 ด้วยยอดขายสัปดาห์แรกหลัก 2 แสนแผ่น ซึ่งมากกว่ายอดรวมทั้งเดือนเมื่อครั้งเปิดตัว STYLE

ผลงาน[แก้]

ซิงเกิล[แก้]

  • 1992/09/16 - Koi no CUTE BEAT / Mr. USA (SUPER MONKEY'S) - #28 - 65,000
  • 1993/05/26 - DANCING JUNK (SUPER MONKEY'S 4) - #68 - 50,000
  • 1993/11/05 - Aishite MASUKATTO (SUPER MONKEY'S 4) - #? - 50,000
  • 1994/07/20 - PARADISE TRAIN (Namie Amuro with SUPER MONKEY'S) - #? - 70,000
  • 1995/01/25 - TRY ME ~Watashi wo Shinjite~ - #8 - 732,950
  • 1995/04/19 - Taiyo no SEASON - #5 - 610,680
  • 1995/07/24 - Stop the music - #4 - 558,160
  • 1995/10/25 - Body Feels EXIT - #3 - 881,640
  • 1995/12/04 - Chase the Chance - #1 - 1,361,710
  • 1996/03/13 - Don't wanna cry - #1 - 1,389,700
  • 1996/06/05 - You're my sunshine - #1 - 1,098,520
  • 1996/08/21 - SWEET 19 BLUES - #2 - 452,890
  • 1996/11/27 - a walk in the park - #1 - 1,066,580
  • 1997/02/19 - CAN YOU CELEBRATE? - #1 - 2,296,200
  • 1997/05/21 - How to be a Girl - #1 - 772,130
  • 1997/11/27 - Dreaming I was dreaming - #1 - 558,830
  • 1997/12/25 - CAN YOU CELEBRATE? (12cm) - #1 - 454,020
  • 1998/12/23 - I HAVE NEVER SEEN - #1 - 657,250
  • 1999/03/17 - RESPECT the POWER OF LOVE - #2 - 491,920
  • 1999/07/07 - toi et moi - #3 - 272,110
  • 1999/09/01 - SOMETHING 'BOUT THE KISS (8cm) - #7 - 115,880
  • 1999/09/01 - SOMETHING 'BOUT THE KISS (12cm) - #3 - 253,500
  • 2000/01/01 - LOVE 2000 - #4 - 228,120
  • 2000/07/12 - NEVER END - #2 - 640,310
  • 2000/10/04 - PLEASE SMILE AGAIN - #2 - 216,960
  • 2001/01/24 - think of me / no more tears - #7 - 112,670
  • 2001/08/08 - Say the word - #3 - 184,000
  • 2002/02/14 - I WILL - #7 - 95,000
  • 2002/09/11 - Wishing On The Same Star - #2 - 97,000
  • 2003/03/05 - shine more - #8 - 52,000
  • 2003/07/16 - Put 'Em Up - #7 - 41,000
  • 2003/10/16 - SO CRAZY / Come - #8 - 49,000
  • 2004/03/17 - ALARM - #11 - 50,000
  • 2004/07/22 - ALL FOR YOU - #6 - 113,000
  • 2004/10/14 - GIRL TALK / the SPEED STAR (CD/CD+DVD) - #2 - 107,000
  • 2005/04/06 - WANT ME, WANT ME (CD/CD+DVD) - #2 - 103,000
  • 2005/11/16 - White Light/Violet Sauce - #7 - 72,652
  • 2006/05/17 - CAN'T SLEEP, CAN'T EAT, I'M SICK/人魚 (CD/CD+DVD) - #2 - 79,525
  • 2007/01/24 - Baby Don't Cry (CD/CD+DVD) - #3 - 138,785
  • 2007/04/04 - Funky Town (CD/CD+DVD) - #3 - 52,114
  • 2008/03/12 - 60s 70s 80s - #1 - 293,097 (Year 2008 sold)
  • 2009/03/18 - Wild/Dr. - #1 - 119,352
  • 2010/07/28 - Break It/Get Myself Back - #2 - 100,000+

อัลบั้ม[แก้]

  • 1995/10/16 - DANCE TRACKS VOL.1 - #1 - 1,865,450
  • 1996/07/22 - SWEET 19 BLUES - #1 - 3,359,450
  • 1996/09/30 - ORIGINAL TRACKS VOL.1 - #3 - 419,000
  • 1997/07/24 - Concentration 20 - #1 - 1,923,000
  • 2000/01/26 - GENIUS 2000 - #3 - 803,000
  • 2000/12/20 - break the rules - #2 - 335,000
  • 2003/12/10 - STYLE - #3 - 222,000
  • 2005/07/13 - Queen of Hip-Pop - #2 - 452,000
  • 2007/06/27 - PLAY - #1 - 510,013
  • 2009/12/16 - Past<Future - #1 - 554,034 (year 2009 sold)

COMPILATION ALBUMS[แก้]

  • 1998/01/28 - 181920 - #1 - 1,689,530
  • 2002/03/13 - LOVE ENHANCED single collection - #3 - 305,000
  • 2004/03/31 - 181920&films (Re-release of 181920 with a DVD) - #134 - ??
  • 2008/07/30 - BEST FICTION - #1 - 1,447,149 (year 2008 sold)
  • 2011/04/27 - Checkmate

DVD-AUDIOS[แก้]

  • 2004/01/28 - 181920
  • 2004/01/28 - LOVE ENHANCED single collection

VIDEOS/DVDS[แก้]

  • 1996/11/14 - NAMIE AMURO WORLD
  • 1996/12/04 - AMURO NAMIE FIRST ANNIVERSARY LIVE in MARINE STADIUM
  • 1997/12/03 - Namie Amuro Concentration 20 in Tokyo Dome
  • 1998/07/01 - 181920 films
  • 2000/08/18 - NAMIE AMURO TOUR "GENIUS 2000"
  • 2001/03/07 - filmography
  • 2002/03/13 - 181920 films + filmography
  • 2003/11/19 - namie amuro tour 2001 break the rules
  • 2004/09/23 - namie amuro SO CRAZY tour featuring BEST singles 2003-2004

COLLABORATIVE SINGLES[แก้]

  • 1995/06/01 - Sister Rabbits/Issun Momo Kintarou - #99 - ??
  • 1997/01/01 - TK Family/YOU ARE THE ONE - #1 - ??
  • 2001/12/27 - NAMIE AMURO & VERBAL (of m-flo)/lovin' it - #8 - 71,500
  • 2002/12/18 - SUITE CHIC/GOOD LIFE feat. FIRSTKLAS/Just Say So - #35 - 26,000
  • 2003/02/05 - SUITE CHIC / "Uh Uh,,,,,," feat. AI / baby be mine - #22 - 30,000

COLLABORATIVE ALBUMS[แก้]

  • 2003/02/26 - SUITE CHIC/WHEN POP HITS THE FAN - #4 - 155,028
  • 2003/03/26 - SUITE CHIC/WHEN POP HITS THE LAB - #65 - ??
  • 2003/09/18 - ZEEBRA/TOKYO'S FINEST-"AFTER PARTY" feat. Namie #9 - ??
  • 2005/03/29 - JHETT/JHETT - Do or Die" feat. Amuro Namie #13 - ??

COLLABORATIVE VIDEOS[แก้]

  • Various Artist / DJ GROOVE (1995/09/01)
  • 2003/03/26 - SUITE CHIC / WHEN POP HITS THE PIX
  • 2005/01/19 - ZEEBRA / THE LIVE ANIMAL '03 ~TOKYO'S FINEST~

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงประกอบการ์ตูน[แก้]

  • "Toi et Moi" - เพลงปิดของ Pokémon: The Movie 2000 (1999)
  • "Come / So Crazy" - เพลงปิดลำดับที่ 7 ของ InuYasha (2003)
  • "Four Seasons" - เพลงประกอบ InuYasha 3rd Movie (2003)
  • "Fight Together" - เพลงเปิดลำดับที่ 14 ของ One Piece

เพลงประกอบละคร[แก้]

  • "Chase The Chance" — เพลงประกอบ เรื่อง The Chef (NTV, 1995)
  • "Can You Celebrate?" — เพลงประกอบ เรื่อง Virgin Road (Fuji TV, 1997)
  • "I Have Never Seen" — เพลงประกอบ เรื่อง Yonigeya Honpo (NTV, 1999)
  • "All for You" — เพลงประกอบ เรื่อง Kimi ga omoi de ni Naru Mae ni (Fuji TV, 2004)
  • "Baby Don't Cry" — เพลงประกอบ เรื่อง Himitsu no Hanazono (KTV, 2007)
  • "Sexy Girl" — เพลงประกอบ เรื่อง Otome no Punch (NHK, 2008)
  • "The Meaning of us" — เพลงประกอบ เรื่อง "Onnatachi wa Nido Asabu" (BeeTV , 2010)

งานโฆษณา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Emiko Taira (1998). 約束―わが娘・安室奈美恵へ (Promise―To my daughter Namie Amuro). Japan: Fushosha. ISBN 978-4594024833. 

แหลงข้อมูลอื่น[แก้]