กรุง ศรีวิไล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก นที สุทินเผือก)
กรุง ศรีวิไล
กรุง ศรีวิไล.jpg
กรุง ศรีวิไล จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
ชื่อเกิด นที สุทินเผือก
ชื่อเล่น เอ็ด
เกิด 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 (69 ปี)
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
คู่สมรส พรรณวิภา (ภรรยาปัจจุบัน)
ชื่ออื่น นที สุทินเผือก (ชื่อเดิม)
อาชีพ นักแสดง, นักการเมือง
ปีที่แสดง 2513 - ปัจจุบัน
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2517 - ชู้
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

กรุง ศรีวิไล มีชื่อจริงว่า กรุงศรีวิไล สุทินเผือก[1] (ชื่อเดิม: นที สุทินเผือก; ชื่อเล่น: เอ๊ด) เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 ที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นนักแสดงชาวไทย มีผลงานอย่างเช่นเรื่อง ลูกยอด ชู้ ทอง ตัดเหลี่ยมเพชร ซุปเปอร์ลูกทุ่ง คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ มีนัดไว้กับหัวใจ เสาร์ห้า เดียมห์ เพศสัมพันธ์อันตราย แมงดาปีกทอง สาวแรงสูง

ประวัติ[แก้]

กรุง ศรีวิไล เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบางพลีน้อย หลังจากนั้นก็ต่อชั้นมัธยมปลายในตัวอำเภอ โดยอาศัยอยู่ในวัด จนเมื่อเรียนจบชั้น ม.6 ได้ย้ายไปต่อที่โรงเรียนในตัวจังหวัด เพื่อเรียนชั้น ม.7 ยังไม่จบชั้น ม.8 ดีจึงได้ตัดสินใจเข้าสู่กรุงเทพ สอบเข้าโรงเรียนช่างกลปทุมวัน เรียนได้อยู่ 2 ปีเศษก็ถูกสั่งให้ออก ได้เรียนภาษาอังกฤษ และพิมพ์ดีดเพิ่มเติมหลังจากถูกสั่งออก จนได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งได้ฝากเข้าทำงานให้กับกรมศุลกากร เป็นฝ่ายติดต่อราชการ งานด้านชิปปิ้ง ทำได้ 4 ปีได้ตัดสินใจเปิดร้านขายผ้าไหมส่งออกที่โรงแรมแมนดาริน และต่อยอดทำธุรกิจเพิ่มโดยเปิดร้านจิวเวลรี่ แต่พอย่างเข้าปีที่4 กิจการเริ่มไปไม่ไหว เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนก็หนีไปฮ่องกงพร้อมกับเงินสดในร้าน จนต้องปิดกิจการไปลงในทีสุด

กรุงเข้าสู่วงการโดยการชักนำของ ประมินทร์ จารุจารัต เล่นหนังเรื่อง"ลูกยอด" เป็นเรื่องแรกคู่กับ เพชรา เชาวราษฎร์ ซึ่งเป็นช่วงที่มิตร ชัยบัญชาเสียชีวิตแล้ว ทำให้บรรดาผู้สร้างหนังต่างก็พากันปั้นพระเอกใหม่กันอย่างคึกคัก และมาดังมากกับภาพยนตร์เรื่อง ทอง ภาค 1 กับเรื่อง ชู้ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องชู้นี้ทำให้ได้ “รางวัลตุ๊กตาทอง” และได้ “รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมของเอเชีย” จากภาพยนตร์เรื่องทอง ภาค 1 ที่ส่งไปประกวดที่ไทเป หรือไต้หวันในปัจจุบัน และ กรุง ศรีวิไล เขาได้แสดงนำคู่กับนางเอกดังมากมาย เช่น เพชรา อรัญญา นามวงศ์ วันดี ศรีตรัง, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์, ธัญรัตน์ โลหะนันท์ มีผลงานอีกมากมายอย่าง ลูกยอด (2513), ตามรักตามล่า (2515), สะท้านกรุง (2515), ชู้ (2515), ทอง ภาค 1 (2516), สวรรค์เวียงพิงค์ (2516), อีหนู (2516), จ้าวทุ่ง (2516), ขัง 8 (2517), รสรักลมสวาท (2517), ผู้ชายขายตัว (2517), กราบที่ดวงใจ (2517), ตัดเหลี่ยมเพชร (2518), รักข้ามโลก (2519), ซุปเปอร์ลูกทุ่ง (2520) เป็นต้น

โดยชื่อ "กรุง ศรีวิไล" ตั้งโดยเลียว ศรีเสวก (อรวรรณ) มาจากชื่อตัวละคร "กรุง ศรีวิลัย" ตัวเอกในเรื่อง "ลูกยอด" ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารบางกอก และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตการแสดงของกรุง [2]

นอกจากนั้น กรุง ศรีวิไล ยังมีโอกาสได้เล่นกับดาราต่างประเทศอย่างเช่นเรื่องทองที่แสดงร่วมกับเกริก มอริส และคริส มิตชั่น พระเอกจากฮอลลีวู้ด ในเรื่องตัดเหลี่ยมเพชร เป็นต้น หลังจากนั้นก็ได้ห่างหายจากวงการบันเทิงไประยะหนึ่ง แต่ต่อมาไม่นานก็มีผู้ตามตัวเพื่อให้เล่นภาพยนตร์เรื่อง “ซุปเปอร์ลูกทุ่ง” ร่วมแสดงกับนักแสดงตลกชื่อดัง ล้อต๊อก จากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้กรุงได้รับฉายาว่า “พระเอกซุปเปอร์ลูกทุ่ง” และได้เริ่มมีการออกโชว์ตัวตามจังหวัด เมื่อเห็นว่าไปได้ดีจึงฟอร์มวงดนตรี ใช้ชื่อเดียวกับหนัง คือ “ซุปเปอร์ลูกทุ่ง-กรุง ศรีวิไล” ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เดินสายเล่นดนตรีอยู่ได้ 5 ปี 8 เดือน เขาก็ตัดสินใจยุบวง และหยุดจากวงการบันเทิงไป 5 ปี จึงเริ่มหวนสู่จอแก้วอีกครั้ง ในช่วงแรกรับเล่นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ และเริ่มพลิกบทบาทจากพระเอกมาเล่นเป็น บทตัวร้าย จนถึงปัจจุบัน กรุง ศรีวิไล ก็ยังคงมีงานแสดงอยู่ตลอดเช่นเรื่อง อังกอร์ ภาค 2, เหล็กไหล, ดวง, สุภาพบุรุษตีนควาย, บอดี้การ์ดแดดเดียว ฯลฯ

กรุง ศรีวิไล ในปัจจุบัน

ทางด้านกิจการส่วนตัว เป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท A.G.Car และยังเป็นผู้จัดการหมู่บ้านจัดสรรที่บางใหญ่ หมู่บ้านเมืองเพชรวิลเลจ 5 และยังเป็นประธานกรรมการของสถานตากอากาศไทรโยก ริเวอร์วิว รีสอร์ทด้วย ส่วนทางด้านชีวิตครอบครัว กรุง ศรีวิไลมีบุตรทั้งหมด 5 คน จากภรรยา 3 คน โดยภรรยาคนปัจจุบันชื่อ พรรณวิภา (เหมียว) มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 โดยบุตรสาว คือ กมลวรรณ ศรีวิไล ซึ่งปัจจุบันเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7

การเมือง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2550 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ต่อมาลงรับสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดสมุทรปราการ บ้านเกิด ในนามพรรคพลังประชาชน และได้รับเลือกตั้ง แต่ต่อมา กรุง ศรีวิไล ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบเหลืองโดยอ้างว่า เจ้าตัวทุจริตการเลือกตั้งและสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น แต่ศาลได้ยกคำร้อง ต่อมาหลังจากที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ เจ้าตัวก็ได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย

ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 กรุง ศรีวิไล ได้ประกาศย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้ติดประกาศหน้าพรรคห้ามนายนที กับ ส.ส. ของพรรคอีก 3 คน เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรค ส่วนนายนทีกับเพื่อน ส.ส. อีกหนึ่งคน และอดีต ส.ส. จากพรรคเพื่อแผ่นดินอีกหนึ่งคน ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันเดียวกัน[3]

ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2554 กรุง ศรีวิไล ได้ลงสมัครเลือกตั้งใน จังหวัดสมุทรปราการ เขต 5 ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย โดยก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้เจ้าตัวได้เปลี่ยนชื่อจริงตัวเองมาเป็น กรุงศรีวิไล สุทินเผือก อย่างในปัจจุบัน [1]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "นที"เปลี่ยนชื่อเป็น"กรุงศรีวิไล"หวั่น ปชช.จำไม่ได้ จากมติชน
  2. ณรงค์ จันทร์เรือง. วิชิต โรจนประภา ราชา "บางกอก". กรุงเทพฯ : แสงดาว, 2542. 104 หน้า. ISBN 974-7343-75-4
  3. เพื่อไทยประชุมขับ "กรุง ศรีวิไล"