นกกะปูด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นกกะปูด
นกกะปูดใหญ่ (Centropus sinensis)
เกี่ยวกับเสียงนี้ เสียงร้องของนกกะปูด
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Aves
อันดับ: Cuculiformes
วงศ์: Cuculidae
วงศ์ย่อย: Centropodinae
Horsfield, 1823
สกุล: Centropus
Illiger, 1811
ชนิดต้นแบบ
Centropus senegalensis
L. (1766)
ชนิด
30 ชนิด (ดูในเนื้อหา)
ชื่อพ้อง[1]
  • Centropodidae

นกกะปูด (อังกฤษ: Coucal, Crow pheasant[2]) เป็นนกสกุลหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ย่อย Centropodinae ในวงศ์นกคัคคู (Cuculidae) โดยใช้ชื่อสกุลว่า Centropus แต่มิใช่นกปรสิตเหมือนนกชนิดอื่น ๆ ในวงศ์เดียวกัน โดยเป็นนกเพียงวงศ์เดียวและสกุลเดียว[1]

นกกะปูด จัดเป็นนกขนาดกลาง มีลำตัวเพรียวยาว ลักษณะคล้ายกา มีความยาวประมาณ 35.50 เซนติเมตร ปากสีดำแหลมสั้นหนาแข็งแรง ตาสีแดง หัวและคอ และลำตัวสีดำ ปีกสั้นสีน้ำตาลแดง ขายาวสีดำ นิ้วตีนและเล็บยาวแข็งแรง สามารถจับเหยื่อ เกาะยึดเหนียวไต่แทรกไปตามพงหญ้า, ต้นไม้ หรือ พุ่มไม้หนาทึบได้อย่างคล่องแคล่ว หางยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร หนังหนาเหนียวสีดำ

นกกะปูด ได้ชื่อมาจากเสียงร้อง "ปูด ๆ ๆ ๆ ๆ" อันเป็นเอกลักษณ์ มักอาศัยอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ชายน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ มีพฤติกรรมออกกินในตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อตกใจแทนที่จะบินหนีเหมือนนกชนิดอื่น แต่กลับวิ่งหัวซุกหัวซุนเข้าซ่อนเร้นอยู่ในพุ่มไม้รกใกล้ ๆ บริเวณนั้น เมื่อจวนตัวจึงบินหนี นกกะปูดกินอาหารได้แก่ กบ, เขียด, หนู, อึ่งอ่าง, ปู, กุ้ง, หอย และปลา โดยหากินตามท้องนาหรือชายน้ำ แต่อาหารที่ชอบที่สุด คือ งู ทำรังอยู่ตามพงหญ้ารกตามริมน้ำ เช่น อ้อ หรือแขม วางไข่ครั้งหนึ่งราว 2 ถึง 6 ฟอง ตัวผู้กับตัวเมียจะผลัดเปลี่ยนกันฟักไข่[3]

นกกะปูด กระจายพันธุ์ในเขตร้อนทั่วไปทั้งทวีปเอเชียและแอฟริกา แบ่งออกเป็น 30 ชนิด ได้แก่[1]

การจำแนก[แก้]

สำหรับในประเทศไทย พบ 2 ชนิด คือ นกกะปูดใหญ่ และนกกะปูดเล็ก ซึ่งพบได้ทุกจังหวัด และอาจจะพบนกกะปูดนิ้วสั้น ที่เป็นนกพลัดหลง หายากได้อีกด้วย[3][4]

ในวัฒนธรรม[แก้]

นกกะปูด ในวัฒนธรรมความเป็นอยู่พื้นบ้านของชาวไทย เมื่อนกกะปูดร้องในเวลาเช้าและเวลาเย็น อีกทั้งร้องเป็นเวลาคล้ายบอกโมงยาม ซึ่งตรงกับเวลาน้ำขึ้น ผู้คนในสมัยโบราณ จึงฟังเสียงนกกะปูดเป็นสัญญาณบอกเวลา เรียกกันว่า "ยามนกกะปูด" ได้แก่ ร้องครั้งที่ 1 เรียกว่า ยามหนึ่ง (ราว 01.00 น.) ร้องครั้งที่ 2 เรียกว่า ยามสอง (ราว 02.00 น.) ร้องครั้งที่ 3 เรียกว่า ยามสาม (ราว 03.00 น.) ร้องครั้งที่ 4 เรียกว่า ยามสี่ (ราว 04.00 น.)[3]

นอกจากนี้แล้วจากเสียงร้อง คำว่า "นกกะปูด" ยังเป็นภาษาปากในภาษาไทย หมายถึง คนที่เก็บรักษาความลับไว้ไม่อยู่[5] และยังถูกอ้างอิงถึงในเพลง น้ำลงนกร้อง ซึ่งเป็นเพลงลูกทุ่งประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2513 ที่มีเนื้อร้องว่า

นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย

[6]

นอกจากนี้แล้ว นกกะปูด ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกเช่น "นกปูด" หรือ"นกกดปูด" เป็นต้น[2]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]