ท่าอากาศยานตรัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ท่าอากาศยานตรัง
IATA: TSTICAO: VTST
TST is located in Thailand
TST
TST
ตำแหน่งของสนามบินตรังในประเทศไทย
ข้อมูลสำคัญ
การใช้งาน รัฐบาล
ผู้ดำเนินการ กรมการบินพลเรือน
สถานที่ตั้ง ตรัง
ความสูง 67 ฟุต / 20 เมตร
พิกัด 07°30′31.48″N 099°36′59.68″E / 7.5087444°N 99.6165778°E / 7.5087444; 99.6165778พิกัดภูมิศาสตร์: 07°30′31.48″N 099°36′59.68″E / 7.5087444°N 99.6165778°E / 7.5087444; 99.6165778
ทางวิ่ง
ทิศทาง
ความยาว
พื้นผิว
ฟุต
เมตร
08/26 6,890 2,100 ยางมะตอย
สถิติ (2556)
ผู้โดยสาร 504,469
เที่ยวบิน 3,595
แหล่งข้อมูล: http://www.aviation.go.th

ท่าอากาศยานตรัง (อังกฤษ: Trang Airport) ตั้งอยู่ที่ ถ.ตรัง-ปะเหลียน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จังหวัดตรัง ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม[1] อาคารผู้โดยสารเป็นอาคาร 2 ชั้นมีพื้นที่ใช้สอย 3,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง มีช่องทางขึ้นเครื่องบิน 1 ช่องทาง และหลุมจอดเครื่อง 3 หลุมจอด มีพื้นที่ลานจอดเครื่องบิน 7,800 ตารางเมตร มีความยาวรันเวย์ 2,100 เมตร กว้าง 45 เมตร เป็นท่าอากาศยานที่สร้างพร้อม ๆ กับท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ปัจจุบันมี 2 สายการบินให้บริการคือ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินนกแอร์ รวม 6 เที่ยวบินต่อวัน

ประวัติ[แก้]

ท่าอากาศยานตรังก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 บนที่ดินของกองทัพอากาศและที่ของราชพัสดุ ซึ่งเดิมหน่วยราชการได้สงวนบริเวณที่เป็นท่าอากาศยานไว้สำหรับทำการปศุสัตว์โดยมีชื่อว่า “ทุ่งนางหวัง” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้ปรับปรุงทุ่งหญ้าดังกล่าวให้เป็นทางวิ่งสำหรับการขึ้น-ลงชั่วคราวของอากาศยาน เพื่อการดำเนินภารกิจของกองทัพญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลงกองทัพอากาศได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ขึ้น-ลง ของอากาศยานทางทหาร โดยมีชื่อเรียกว่า “สนามบินทุ่งนางหวัง” ซึ่งได้มีการปรับปรุงเรื่อยมาจนกลายเป็นสนามบินพาณิชย์ประจำจังหวัดตรัง

ปี พ.ศ. 2497 กระทรวงคมนาคม ได้มีประกาศที่ 2/2497 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2497 ให้สนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินอนุญาต ปี พ. ศ. 2498 กรมการบินพาณิชย์ (เดิมมีชื่อว่าสำนักงานการบินพลเรือน และได้ยกฐานะขึ้นเป็น กรมการบินพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508) ได้ดำเนินการบูรณะสนามบิน เพื่อให้อากาศยานของ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ทำการบินรับส่งผู้โดยสาร สินค้า ไปรษณีย์ เส้นทาง ตรัง-กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง โดยทำการปรับปรุงทางวิ่งให้เป็นพื้นผิวลาดยาง มีความยาว 1,175 เมตร ความกว้าง 30 เมตร และปรับทางวิ่งเผื่อขนาด 30 x 60 เมตร ทั้งสองด้านซึ่งเป็นลูกรังอัดแน่น พร้อมกับก่อสร้างอาคารสถานีการบิน ซึ่งเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ประกอบด้วยที่ทำการท่าอากาศยาน ที่ทำการบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด หอควบคุมจราจรทางอากาศและสถานีสื่อสารการบินรวมอยู่ในแห่งเดียวกัน โดย บริษัท เดินอากาศไทย จำกัดใช้อากาศยานแบบดาโก้ต้า (D.C.-3) ให้บริการผู้โดยสารแต่เปิดบริการได้ไม่นาน ก็จำเป็นต้องหยุดให้ดำเนินการไป แต่ยังคงมีอากาศยานของทางการทหารทำการบินขึ้น-ลงตลอดเวลา

ปี พ.ศ. 2507 กรมการบินพาณิชย์ (สำนักงานการบินพลเรือน) ได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมทางวิ่งเพื่อให้ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด สามารถเปิดให้บริการผู้โดยสารได้อีกครั้ง โดยใช้เครื่องบินแบบ แอฟโร่ 748 (AVRO.-748) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางวิ่งที่ใช้งานได้จริงมีขนาดน้อยกว่ามาตรฐานที่กำหนด กล่าวคือ กว้าง 20 เมตร ยาว 800 เมตร เท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยขึ้น ดังนั้น บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด จึงต้องหยุดดำเนินการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามอากาศยานของทางการทหารยังคงทำการบินขึ้น- ลง ตลอดเวลาเช่นเดิม

ปี พ.ศ. 2537 ได้มีการปรับปรุงท่าอากาศยานตรังอีกครั้ง เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งทางอากาศ และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 1. การก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร 2. การก่อสร้างต่อเติมทางวิ่งจากเดิม 1,500 เมตร การต่อเติมความยาวทางวิ่งขนาด 45X 700 เมตร การขยายความกว้างทางวิ่งขนาด 2 X 7.5 X 1,400 เมตร การก่อสร้างไหล่ทางวิ่ง ทางวิ่งเผื่อขนาด 60 X 60 เมตร ทางขับขนาด 23 X 145 เมตร การขยายถนนทางเข้า และการก่อสร้างลานจอดรถยนต์บางส่วน

ปี พ.ศ. 2541 ได้ย้ายที่ทำการท่าอากาศยานมาที่อาคารที่พักผู้โดยสารใหม่และได้ประกาศเป็นสนามบินศุลกากร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542 ปัจจุบันท่าอากาศยานตรังมีทางวิ่งยาว 2,100 เมตร กว้าง 45 เมตร สามารถรองรับอากาศยาน ขนาด 150 ที่นั่ง (B 737) ได้ มีลานจอดซึ่งสามารถรองรับอากาศยานขนาดกลางได้ 2 ลำในเวลาเดียวกัน รวมทั้งมีอาคารที่พักผู้โดยสารที่สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ 300 คน[2]

รายชื่อสายการบิน[แก้]

สายการบิน จุดหมายปลายทาง[3] หมายเหตุ
นกแอร์ กรุงเทพฯ-ดอนเมือง ภายในประเทศ
ไทยแอร์เอเชีย กรุงเทพฯ-ดอนเมือง ภายในประเทศ

สายการบินที่เคยทำการบิน[แก้]

สายการบิน จุดหมายปลายทาง
การบินไทย กรุงเทพมหานคร-ดอนเมือง ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และ หาดใหญ่
โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ กรุงเทพมหานคร-ดอนเมือง
เดินอากาศไทย ภูเก็ต

อุบัติเหตุ[แก้]

  • 10 สิงหาคม 2545 เครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบิน TG 251 เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ตรัง เกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินร่อนลงทางวิ่ง เครื่องบินได้ลื่นไถลลงเลยทางวิ่ง ณ ท่าอากาศยานตรัง
  • 25 กันยายน 2554 นกแอร์เที่ยวบินที่ DD7400 กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ตรัง เครื่องโบอิ้ง 737-400 ทะเบียน HS-DDL(นกเขียวหวาน) มีผู้โดยสาร 162 ชีวิต พร้อมลูกเรือจำนวน 6 คน มีกำหนดลงจอดที่ท่าอากาศยานตรังเวลา 08.25 น.โดยปลอดภัย แต่เครื่องบินเกิดเสียไม่สามารถทำการบินและจอดขวางรันเวย์ ทางทิศตะวันออกสนามบินตรัง เนื่องจากระบบเบรกที่ขัดข้อง (ระบบ Thrust Reverse ไม่พับเก็บหลังจากกัปตันได้นำเครื่องลงจอดที่สนามบิน จ.ตรัง)ทำให้เครื่องบินของสายการบินโอเรียนท์ไทย เที่ยวบิน OX 8251 DMK-TST ที่มีกำหนดเวลาลง 8.40 น. ไม่สามารถทำการลงจอดได้เนื่องจากมีเครื่องบินของสายการบินนกแอร์จอดขวางรันเวย์ กับตันจึงนำเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ส่งผลให้เที่ยวบินมีความล่าช้าถึง 4 ชม.
  • 6 สิงหาคม 2556 เครื่องนกแอร์ตกรันเวย์ที่ตรัง-เหตุลื่นน้ำขังทางวิ่ง เมื่อเวลา 17.30 น. เครื่องบินของสายการบินนกแอร์ รุ่นโบอิ้ง 737-800 ทะเบียน HS-DBM เที่ยวบิน DD7411 ได้เกิดอุบัติเหตุ ไถลออกนอกรันเวย์ ระหว่างเตรียมนำเครื่องขึ้นจากท่าอากาศยานตรัง โดยมีจุดหมายปลายทางที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เบื้องต้น ผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 100 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สนามบินได้นำรถบันไดไปนำผู้โดยสารออกจากสนามบิน ได้มีการปิดสนามบินชั่วคราว เพื่อรอการเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ ขณะที่ นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 6 ส.ค. เที่ยวบิน ดีดี 7411 ของนกแอร์ ที่จะออกเดินทางจากจ.ตรังมายังดอนเมือง ได้เกิดเหตุระหว่างที่เครื่องแท็กซี่กำลังเทกออฟขึ้นเหนือพื้นดิน นักบินพบว่าสภาพอากาศไม่ดี เพราะขณะนั้นมีฝนตก ทำให้มีน้ำขังมีอยู่บนรันเวย์จำนวนมาก กัปตันจึงตัดสินใจยกเลิกทำการบิน โดยตามขั้นตอนการยกเลิกการเทกออฟ นักบินจะต้องทำการเบรกเพื่อหยุดครื่อง แต่ระหว่างที่เบรก เนื่องจากพื้นรันเวย์เปียก ทำให้ล้อเครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวย์ไปที่สนามหญ้า และมีหญ้าเข้าพันล้อ จึงต้องปิดรันเวย์สนามบินตรัง แต่ยืนยันไม่ได้ส่งผลกระทบทำให้ต้องปิดสนามบิน เนื่องจากเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของวัน ส่วนผู้โดยสารจำนวน 142 คน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และได้นำรถมาขนถ่ายไปยังอาคารผู้โดยสาร ซึ่งสายการบินได้โอนผู้โดยสารจำนวน 69 คน เดินทางไปยังสนามบินหาดใหญ่ ส่วนอีก 44 คนเดินทางไปจ.นครศรีธรรมาราช เพื่อขึ้นเครื่องนกแอร์กลับดอนเมืองในวันเดียวกัน ส่วนอีก 23 คนที่เหลือได้ขอเปลี่ยนเวลาการเดินทางเป็นวันที่ 7 ส.ค.โดยจะเดินทางจากจ.ตรังกลับดอนเมืองด้วยเที่ยวบิน ดีดี 7401 ในเวลา 09.20 น. นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บ.พ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า เครื่องบินนกแอร์จากตรัง-ดอนเมือง ลื่นไถลขณะกลับลำบนทางวิ่ง ส่งผลให้เครื่องสไลด์ตกทางวิ่ง ต้องลำเลียงผู้โดยสารกว่า 100 คนลงจากเครื่อง และปิดรันเวย์สนามบินตรัง เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.เพื่อยกเครื่องบิน คาดจะแล้วเสร็จเวลาประมาณ 22.00 น. สำหรับผู้โดยสารไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และได้เดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่เพื่อเดินทางมายังสนามบินดอนเมือง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]