ทีโอ วอลคอตต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธีโอ วัลคอตต์
Theo-Walcott Emirates Cup 2010-cropped.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ธีโอ เจมส์ วัลคอตต์
วันเกิด 16 มีนาคม ค.ศ. 1989 (25 ปี)
สถานที่เกิด ลอนดอน สหราชอาณาจักร
ส่วนสูง ฟุต 9 นิ้ว (1.75 ม.)
ตำแหน่ง ปีก, ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน อาร์เซนอล
หมายเลข 14
สโมสรเยาวชน
สวินดอนทาวน์
เซาแธมป์ตัน
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
2004-2006
2006-
เซาแธมป์ตัน
อาร์เซนอล
21 (4)
220 (42)
ทีมชาติ**
2004-2005
2006
2006-
2006
2006-
ทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี
ทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี
ทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี
ทีมชาติอังกฤษ ชุด B
ทีมชาติอังกฤษ
11 (5)
1 (1)
14 (5)
1 (0)
16 (3)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 13:36, 19 เมษายน 2008 (UTC)
** นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 23:33, 31 มกราคม 2008 (UTC)

ธีโอ เจมส์ วัลคอตต์ (อังกฤษ: Theo James Walcott)[1] เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษลูกครึ่งจาเมกา เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1989ที่สแตนมอร์ มหานครลอนดอน[2] ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วที่จัดจ้าน ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล โดยย้ายมาจากเซาแทมป์ตันเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2006

การค้าแข้งกับสโมสร[แก้]

เซาแทมป์ตัน[แก้]

ธีโอ วัลคอตต์เริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของเซาแทมป์ตันเมื่อฤดูกาล 2004-05 ที่สามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเยาวชนเอฟเอคัพไปเจอกับอิปสวิชทาวน์ได้ นอกจากนั้น เขายังเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเซาแทมป์ตันทีมสำรอง เมื่ออายุเพียง 15 ปีกับอีก 175 วันเท่านั้น โดยถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองในการเจอกับวัตฟอร์ตเมื่อเดือนกันยายน ปี 2004[3] อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกกับเซาแธมป์ตันเลย เนื่องจากเซาแธมป์ตันตกชั้นมาเล่นในลีกแชมเปียนชิพเมื่อสิ้นฤดูกาล 2004-05[4]

ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2005-06 นั้น วัลคอตต์ตกเป็นข่าวว่าจะได้ไปเล่นในทีมชุดใหญ่ทั่วสก็อตแลนด์หลังจากออกจากโรงเรียนได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ศูนย์หน้ารายนี้กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่เคยมีมาที่ได้เล่นฟุตบอลให้กับทีมชุดใหญ่ของเซาแธมป์ตันด้วยอายุเพียง 16 ปีกับ 143 วัน โดยถูกส่งลงสนามจากม้านั่งสำรองในเกมที่เซาแทมป์ตันเสมอกับวูล์ฟแฮมตันวันเดอเรอร์สในบ้าน ในศึกแชมเปียนชิพอังกฤษ

วอลคอตต์ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวจริงครั้งแรกในนัดที่ไปเยือนลีดส์ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ปี 2005 และสามารถยิงประตูในทีมชุดใหญ่ได้เป็นประตูแรกในเกมเดียวกันนี้เอง เขายิงประตูได้อีกครั้งในเกมกับมิลล์วอลล์ในอีก 4 วันถัดมา และอีกลูกหนึ่งในเกมที่ได้เล่นเต็มเกมที่เจอกับสโต๊คซิตีในบ้านในวันเสาร์ถัดมา จากนั้นเขาก็มีชื่อเสียงขึ้นมาทันทีทันใด และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสำนักข่าวบีบีซีจนถึงรอบ 3 คนสุดท้ายอีกด้วย โดยรางวัลนี้มีการมอบขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม ปี 2005

ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเซาแธมป์ตันนั้น วัลคอตต์ยังเคยโชว์ฝีเท้ามาในแมตช์ประจำปี 2005 อีกด้วย ฟอร์มการเล่นของเขานั้นสร้างความตกตะลึงให้กับบรรดาผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษมาก ซึ่งหลายคนก็บอกว่าเขาคือนักเตะที่น่าจะรุ่งที่สุดคนหนึ่งในบรรดานักเตะเยาวชนที่มีพรสวรรค์ของอังกฤษในตอนนั้ จากนั้นก็มีข่าวลือออกมาว่าวัลคอตต์อาจจะย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ชิพและสื่อก็รายงานว่าเขาตกเป็นข่าวกับทีมชั้นนำของเกาะอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซนอล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ทอตแนมฮ็อตสเปอร์ นอกจากนั้นก็ยังมีข่าวกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปไม่ว่าจะเป็นเรอัลมาดริด, ยูเวนตุส, เอซีมิลาน แม้กระทั่ง บาร์เซโลนาอีกด้วย

อาร์เซนอล[แก้]

ในที่สุด วัลคอตต์ก็ตกลงเซ็นสัญญากับอาร์เซนอล เมื่อวันที่ 20 มกราคม ปี 2005 ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 5 ล้านปอนด์ และอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 12 ล้านปอนด์[5]ขึ้นอยู่กับจำนวนนัดที่ลงเล่นให้กับสโมสรและทีมชาติ ทำให้วัลคอตต์กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสหราชอาณาจักรเมื่อเทียบกับบรรดานักเตะวัย 16 ปีด้วยกัน[6] แต่ต่อมา ในเดือนเมษายน 2008 สโมสรเซาแธมป์ตันที่โดนแรงกดดันจากปัญหาด้านการเงินมานานก็ตัดสินใจยอมลดค่าตัวของวอลคอตต์ให้เหลือเพียง 9.1 ล้านปอนด์เท่านั้น ข้อเสนอใหม่นี้หมายความว่าอาร์เซนอลต้องจ่ายเงินให้กับเซาแธมป์ตันทันที 1.6 ล้านปอนด์ และอีก 500,000 ปอนด์ในปีต่อมา ซึ่งเงินก้อนนี้ก็จะนำไปรวมกับเงิน 7 ล้านปอนด์ที่อาร์เซนอลจ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็จะรวมเป็น 9.1 ล้านปอนด์พอดี[7]

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2006 วัลคอตต์ได้ลงเล่นให้กับทีมสำรองของอาร์เซนอลในนัดที่เจอกับทีมสำรองของพอร์ทสมัธที่ฮาวาน เขาทำประตูได้ในนัดนี้แต่อาร์เซนอลก็แพ้ไป 3-2 นอกจากนั้น วัลคอตต์ยังมีชื่ออยู่ในม้านั่งสำรองในเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบสองนัดแรกที่เจอกับเรอัลมาดริดที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบวเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2006

วันที่ 19 สิงหาคม 2006 วัลคอตต์ได้ลงเล่นในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในสีเสื้อของอาร์เซนอล เขาถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองในนาทีที่ 73 ในเกมกับแอสตันวิลลาซึ่งเป็นนัดเปิดสนามฤดูกาล 2006-07 และเป็นนัดแรกของสนามเอมิเรตส์สเตเดียมที่ได้ใช้ในการทำศึกพรีเมียร์ลีกอีกด้วย นอกจากนั้น วัลคอตต์ยังเป็นคนเปิดบอลให้กับกิลแบร์โต ซิลวาวอลเล่ย์ตีเสมอได้สำเร็จอีกด้วย

และวัลคอตต์ก็ได้ลงเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในเกมที่อาร์เซนอลแข่งขันรอบคัดเลือกรอบที่ 3 กับดินาโม ซาเกร็บนัดที่ 2 ทำให้เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของอาร์เซนอลที่ได้ลงเล่นในรายการยุโรป ซึ่งเจ้าของสถิติเก่าคือเชส ฟาเบรกัสนั่นเอง และวัลคอตต์ก็ได้ลงเป็นตัวจริงให้กับอาร์เซนอลครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2006 ในเกมที่พบกับวัตฟอร์ตในบ้าน

ผลงานของวัลคอตต์กับอาร์เซนอลและกับทีมชาติอังกฤษนั้นทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสำนักข่าวบีบีซี ในปี 2006 อีกด้วย[8]

วอลคอตต์ทำประตูแรกให้กับอาร์เซนอลได้ในเกมคาร์ลิงคัพรอบชิงชนะเลิศที่พบกับเชลซีที่สนามมิลเลนเนียมสเตเดียม คาร์ดิฟฟ์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2007 และได้เป็นเจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่สามารถทำประตูได้ในฟุตบอลลีกคัพรอบชิงชนะเลิศ

วันที่ 23 ตุลาคม 2007 วัลคอตต์ก็ทำประตูแรกที่เอมิเรตส์สเตเดียมได้ในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในเกมที่พบกับสลาเวีย ปราก โดยในนัดนั้นอาร์เซนอลถล่มคู่แข่งไปถึง 7-0 และวัลคอตต์ก็ทำได้ 2 ประตู โดยลูกยิงลูกที่สองของเขานั้นมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบลูกยิงที่เธียร์รี่ อองรี ดาวยิงตำนานของทีมอาร์เซนอลบ่อยๆ[9] วัลคอตต์ได้ขอยกประตูนี้ให้กับ ลัค พี่เขยของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือนที่แล้ว

วันที่ 9 มกราคม 2008 วัลคอตต์ก็สามารถทำประตูในรายการคาร์ลิ่งคัพในนัดที่พบกับทอตแนมฮ็อตสเปอร์ โดยเป็นการยิงตีเสมอในนาทีที่ 79 (แต่สุดท้าย ทอตแนมฮ็อตสเปอร์ก็ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวมทั้งสองนัด 6-2) วอลคอตต์ทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในนักที่พบกับเบอร์มิงแฮมซิตีที่เซนต์แอนดรูว์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2008 โดยยิงได้ 2 ประตูในเกมที่อาร์เซนอลเสมอกันไป 2-2

การติดทีมชาติ[แก้]

วัลคอตต์ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุด B นัดที่พบกับเบลารุสเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2006 ต่อมา วันที่ 30 พฤษภาคม 2006 วัลคอตต์ก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดที่ติดทีมชาติชุดใหญ่เต็มตัวในนัดที่อังกฤษอุ่นเครื่องกับฮังการีที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ด้วยอายุเพียง 17 ปีกับอีก 75 วันเท่านั้น โดยในนัดนั้น อังกฤษเอาชนะไป 3-1

อ้างอิง[แก้]

  1. ในอังกฤษนั้นมักมีคนเรียกชื่อเขาผิดเป็น ธีโอดอร์ วัลคอตต์ (Theodore Walcott)
  2. footballdatabase.com
  3. "Record Breaker!". saintsfc.co.uk. 2006-12-08. สืบค้นเมื่อ 2006-12-08. 
  4. "Walcott spoilt for choice as Saints do their sums". The Guardian. 2006-01-10. สืบค้นเมื่อ 2006-07-07. 
  5. "Walcott Goes". saintsfc.co.uk. 2006-01-20. สืบค้นเมื่อ 2006-07-07. 
  6. "Arsenal complete Walcott transfer". BBC Sport. 2006-01-20. สืบค้นเมื่อ 2006-07-07. 
  7. "Southampton lose £2.9m over Theo Walcott". Telegraph. 2008-04-01. สืบค้นเมื่อ 2008-04-01. 
  8. "Walcott wins Young Sports award". CBBC Newsround. 2006-12-10. สืบค้นเมื่อ 2006-12-10. 
  9. "Arsenal 7-0 Slavia Prague". BBC. 2007-10-03. สืบค้นเมื่อ 2008-03-07.