ทอม เวตส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทอม เวทส์
Tom Waits 3.jpg
Waits during an interview in Buenos Aires, Argentina, April 2007
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง Thomas Alan Waits
เกิด 7 ธันวาคม ค.ศ. 1949 (65 ปี)
Pomona, California, United States
แนวเพลง Rock, experimental
อาชีพ Singer-songwriter, musician, actor, composer
เครื่องดนตรี Vocals, piano, guitar
ช่วงปี 1972–present
ค่ายเพลง Asylum, Island, ANTI-
เว็บไซต์ www.tomwaits.com

โทมัส อแลน " ทอม" เวทส์ (เกิด วันที่ 7 ธันวาคม ปี ค.ศ. 1949) เป็นนักร้อง,นักแต่งเพลง และนักแสดง เวทส์มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ นักวิจารณ์เพลง(แดเนียล ดวร์ชโฮลส์)ได้บรรยายถึงเสียงของเขา" ราวกับว่ามันถูกแช่อยู่ในถังเหล้าเบอร์เบิลที่ถูกทิ้งไว้สองสามเดือนในห้องรมควัน ซ้ำยังถูกรถทับหลังจากมันถูกนำออกมาข้างนอก" ด้วยเสียงแหบคำรามที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา กับการผสมผสานของเพลงร๊อคยุคเริ่มต้น อาทิเช่น เพลงบลู, แจ๊ส และสไตล์เพลงแบบ วาวเดอวิลล์ และการทดลองของเขาที่มีแนวโน้มจะเป็นไปทางเพลงอินดัสเตรียลได้สร้างสไตล์เพลงที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเขา เวทส์เคยเป็นนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ และละครเพลง นอกจากนั้น เขายังเคยแสดงเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์หลายๆเรื่อง อาทิเช่น Paradise Alley, Bram stoker's Dracula และในปี 1986 เขาได้ร่วมแสดงหนังเรื่อง Down by Law เวทส์ได้ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมีอวอร์ดจากเพลงประกอบหนังในเรื่อง One from the Heart

อย่างเป็นประจำที่เนื้อเพลงของเวทส์ให้บรรยากาศที่เพี้ยนพิลึก หลุดออกจากความคาดหมายของผู้ฟัง บ่อยครั้งที่เกี่ยวกับเร่องหดหู่และสถานที่ที่ทรุดโทรม แต่อย่างไรก็ตาม เวทส์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความหลงไหลในเพลงบัลลาดส์ที่ออกจะเป็นไปตามประเพณีนิยม ถึงแม้ว่าเพลงของเวทส์แทบจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากวิทยุและโทรทัศน์ เขาก็ยังมีแฟนเพลงที่คอยติดตามผลงาน และยังเป็นอิทธิพลต่อนักแต่งเพลงรุ่นต่อมา เพลงหลายๆเพลงของเวทส์ มีชื่อเสียงจากการนำไปร้องใหม่ของศิลปินที่มีชื่อเสียง ยกตัวอย่างเช่น เพลง "Jersy Girl" ถูกโดย Bruce Springteen, เพลง "Ol " โดยวง the Eagles และเพลง Down Train ขับร้องโดย Rod Stewart และถึงแม้ว่าอัลบั้มของเขาจะไม่ได้ประสพความสำเร็จอย่างมากในประเทศบ้านเกิดของเขา แต่พวกมันกลับติดอันดับอัลบ้มขายดีในประเทศอื่นๆอยู่เป็นบางครั้งบางคราว เวทส์ถูกนำเสนอชื่อเข้าชิงหลายรางวัลดนตรีใหญ่ๆอยู่หลายครั้ง และเขาก็ชนะรางวัลแกรมมี่อวอร์ดจากอัลบั้ม Bone Machine และ Mule Variations ในปีค.ศ. 2011 เวทส์ได้เข้าไปอยู่ใน "Rock and Roll Hall of Fame"

เวทส์ใช้ชีวิตอยู่ใน โซโนม่าคันทรี่ แคลิฟอร์เนีย กับภรรยาของเขา Kathleen Brennan และลูกสามคน

ที่มาและการเริ่มต้นทางดนตรี[แก้]

เวทส์เกิดที่โรงพยาบาล พาร์ค อเวนิว ใน โพโมนา แคลิฟอร์เนีย เขาเป็นลูกชายของ อัลมา เฟิร์น แม็คเมอร์เรย์ และเจสซี แฟรงค์ เวทส์ ทั้งสองมีอาชีพเป็นครูโรงเรียนประถม พ่อของเวทส์มีเชื้อสายสก๊อต-ไอริช และแม่ของเขาจากนอร์เวย์ หลังจากพ่อแม่ของเวทส์หย่ากันในปี ค.ศ.1960 เขาได้อาศัยอยู่กับมารดาในเมือง วิทเทียร์ หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่เมือง แนชันแนลซิตี้ ในซานดิเอโก้ ไกล้กับพรมแดนเม็กซิโก เวทส์เรียนรู้ที่จะเล่นเปียโนด้วยตัวของเขาเองโดยใช้เปียโนของเพื่อนบ้าน เขามีโอกาสได้ไปที่ยวแม็กซิโกกับพ่อผู้ซึ่งเป็นครูสอนภาษาเสปนอยู่เป็นประจำ เวทส์กล่าวไว้ว่าเขาได้ค้นพบความรักในดนตรีระหว่างการท่องเที่ยวของเขากับพ่อ ผ่านเพลงบาลาดส์แม็กซิกัน "มันน่าจะเป็นเพลง รานเชรา จากวิทยุรถยนต์กับพ่อของฉัน"

ในปี ค.ศ.1965 ระหว่างที่เวทส์เข้าเรียนที่โรงเรียน มัธยมฮิลทอป ชูลาวิสต้า แคลิฟอร์เนีย เขาอยู่ในวงเดอซีสเต็ม ที่เล่นเพลงอาร์แอนด์บีและโซล์ เวทส์ได้เริ่มงานพาร์ทไทม์ของเขาที่ นโปเลียนพิซซ่าเฮาส์ ใน แนชันแนลซิตตี้ (จากประสพการณ์นี้เขาได้นำมาแต่งเพลง "i Can't wait to get off work(And See My Baby on Montgomery Avenue)" เนื้อเพลงจากเพลง Small Change และ "The Ghosts of Saturday Night ( After Hours at Napoleone's Pizza House)" จากเพลง The Heart of Saturday Night เวทส์ยอมรับในภายหลังว่าเขาไม่ใช่แฟนเพลงของยุคหกศูนย์ เขากล่าวว่า "ผมไม่ได้ตื่นเต้นไปกับวงบลูเชียร์ ผมเลยหาอย่างอื่นฟังถึงแม้ว่ามันจะเป็น บิง ครอสบี้ ก็ตาม" ห้าปีต่อมา เวทส์ทำงานเป็นพนักงานเปิดประตูที่ เดอะแฮริเทจไนท์คลับ ในเมือง ซานดิเอโก ที่ที่ศิลปินทุกๆแนวเพลง มาเปิดการแสดง และที่นี่ ก็ยังเป็นที่ที่เวทส์เปิดคอนเสิร์ต ที่คนดูต้องจ่ายค่าเข้าเป็นครั้งแรก (ค่าจ้างหกดอลล่า) เขาได้กลายเป็นแฟนเพลงของ บอบ ดีแลน ,ลอร์ดบักเลย์ ,แจ็ค แครูแอ็ก, หลุยส์ อาร์มสตรอง,ฮาวลิน โวล์ฟ และชาร์ลี บูคอฟสกี้ เวทส์ได้เริ่มต้นพัฒนาสไตล์เพลงที่แปลกประหลาดของเขา

หลังจากเวทส์เข้ารับราชการทหาร (ประจำ ยูไนเต็ด เสตท โคสท์ การ์ด) เขาได้พาวงใหม่ของเขาไปแสดงในวันจันทร์ ที่ เดอะ ทูบาดอ ในลอสแอนเจลิส ที่ที่นักดนตรีต่างเข้าแถวกันทั้งวัน เพื่อโอกาสที่จะได้แสดงในคืนนั้น ในปี ค.ศ. 1971 เวทส์ได้ย้ายไปอยู่ เอชโชพาร์ค เมืองเพื่อนบ้านของแอลเอ (ซึ่งเป็นที่อยู่ของ เกล็น เฟร จากวง ดิอีเกิ้ล,เจ ดี โซเธอร์,แจ็คสัน บราวน์,และ แฟรงค์ ซัปปา) เวทส์เซ็นสัญญากับ แฮร์บ โคเฮน ตอนอายุ 21ปี จากเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ปี1971 เขาได้ทำเดโมสำหรับค่าย บิซาร์เร็กคอร์ด ,เสตรทเร็กคอร์ด ซึ่งเพลงในเดโมเหล่านั้น ภายหลังได้ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักของผู้คน เพลงเหล่านี้ได้ถูกปล่อยหลังจากยี่สิบปีต่อมาในอัลบั้ม เดอะ เออร์ลีเยียร์ส โวลูมวัน และ โวลูม ทูว์