ถนนชัยพฤกษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ถนนชัยพฤกษ์

ถนนชัยพฤกษ์ (Thanon Chaiyaphruek) หรือ ทางหลวงชนบท นบ.3030 สายชัยพฤกษ์ เป็นเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยเป็นถนนแอสฟัลต์คอนกรีตขนาด 6 ช่องทางจราจร เขตทางกว้าง 60 เมตร[1] มีเกาะกลางคั่นขาไป-ขากลับ เส้นทางเริ่มต้นจากถนนแจ้งวัฒนะ ไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์[2]

ประวัติ[แก้]

ถนนชัยพฤกษ์ตัดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางบัวทอง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. 2540 เป็นถนนสายหนึ่งในโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณห้าแยกปากเกร็ดและถนนเชื่อมต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การคมนาคม การขนส่ง และการจราจร[3] ต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์บริเวณแนวเวนคืนนั้นเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนเมื่อปี พ.ศ. 2543[4] กรมทางหลวงชนบทได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างถนนตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2546[5] จนกระทั่งแล้วเสร็จและเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการได้เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2549[2] และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานพระราม 4 และถนนเชื่อมต่ออย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551[6]

รายละเอียดเส้นทาง[แก้]

เส้นทางเริ่มต้นจากถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด (เขตเทศบาลนครปากเกร็ด) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในลักษณะทางยกระดับตัดข้ามห้าแยกปากเกร็ด ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (โดยสะพานพระราม 4) บริเวณท่าน้ำปากเกร็ด เข้าเขตตำบลบางตะไนย์ ไปทางทิศเดิม จากนั้นเริ่มโค้งไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อยก่อนข้ามคลองบ้านแหลมเหนือ (คลองวัดอินทาราม) เข้าเขตตำบลคลองพระอุดม ไปทางทิศเดิม ข้ามคลองพระอุดม ข้ามคลองบางภูมิเข้าเขตตำบลบางพลับ ตรงไปทางทิศเดิม จนสิ้นสุดเส้นทางที่แยกต่างระดับสาลีโขฯ ซึ่งเป็นจุดบรรจบกับถนนราชพฤกษ์ ระยะทางทั้งหมด 4.17 กิโลเมตร[1] เฉพาะตัวถนนไม่รวมสะพานและเชิงลาดมีระยะทาง 1.57 กิโลเมตร

โครงการส่วนต่อขยาย[แก้]

ถนนชัยพฤกษ์ช่วยระบายความหนาแน่นของการจราจรจากเส้นทางข้างเคียงโดยรอบ ได้แก่ สะพานพระนั่งเกล้า สะพานนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 345 (บางบัวทอง-บางพูน) โดยคาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณรถได้ถึงวันละ 30,000-40,000 คัน[2] หรือชั่วโมงละ 2,000-4,500 คัน[2][6] ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทยังมีโครงการก่อสร้างถนนชัยพฤกษ์ต่อไปบรรจบกับถนนบางกรวย-ไทรน้อย (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3215) และถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) ที่แยกสามวัง[7] แนวเส้นทางถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ตามโครงการนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอบางบัวทอง

สถานที่สำคัญบนเส้นทาง[แก้]

รถประจำทางที่ผ่าน[แก้]

  • รถประจำทางสาย 505 (ท่าอิฐ-ปากเกร็ด-สวนลุมพินี)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 กรมทางหลวงชนบท. "โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณห้าแยกปากเกร็ด และถนนเชื่อมต่อ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dor.
    go.th/~pakkret
    [ม.ป.ป.]. สืบค้น 30 กันยายน 2551.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 ประชาชาติธุรกิจ. "พระราชทานนาม พระราม 4 สะพานข้ามเจ้าพระยาแห่งใหม่เชื่อม กทม.-นนท์." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:
    immovable/immovable_60444.php http://news.sanook.com/immovable/immovable_60444.php
    2549. สืบค้น 30 กันยายน 2551.
  3. "พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางบัวทอง และอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๔๐". ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 114 (ตอนที่ 50 ก): หน้า 15–17. 26 กันยายน 2540. 
  4. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอบางบัวทอง และอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน". ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 117 (ตอนพิเศษ 98 ง): หน้า 7–8. 27 กันยายน 2543. 
  5. เดลินิวส์. "สะพานพระราม 4 เพิ่มโครงข่ายถนนเชื่อมฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯ-เมืองนนท์ใช้ได้สิ้นเดือนนี้." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://reic.or.th/news/news_
    detail.asp?nID=10157&p=2&s=15&t=13
    2549. สืบค้น 30 กันยายน 2551.
  6. 6.0 6.1 สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม. กองสารนิเทศ. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินฯ ทรงประกอบพิธีเปิดสะพานพระราม ๔." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&parent=468&directory=1821&
    pagename=content2&contents=23275
    2551. สืบค้น 30 กันยายน 2551.
  7. "พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลบ้านฉาง ตำบลบางปรอก ตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี ตำบลคูบางหลวง ตำบลคลองพระอุดม อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และตำบลคลองข่อย ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด ตำบลละหาร ตำบลบางบัวทอง ตำบลพิมลราช ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙". ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 123 (ตอนที่ 55 ก): หน้า 4–7. 26 พฤษภาคม 2549.