ตี๋ เหรินเจี๋ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตี๋ เหรินเจี๋ย
ภาพวาดตี๋ เหรินเจี๋ย อายุราว ค.ศ. 1921
อัครมหาเสนาบดีแห่งต้าถัง (สองสมัย)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด ค.ศ. 630
เสียชีวิต 15 สิงหาคม ค.ศ. 700[1] (70 ปี)
ศาสนา พุทธ

ตี๋ เหรินเจี๋ย ตามสำเนียงจีนกลาง หรือ เต๊กยิ่นเกี๊ยด ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (จีน: 狄仁傑; พินอิน: Dí Rénjié; ค.ศ. 63015 สิงหาคม ค.ศ. 700) หรือชื่อรองว่า ไหวฺอิง (จีน: 懷英) เป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ถัง ในรัชศกอู่ เจ๋อเทียน เป็นข้าราชการหนึ่งในหลาย ๆ คนซึ่งได้รับการสรรเสริญมากที่สุดในรัชศกดังกล่าว และเป็นที่สดุดีว่ามีบทบาทผลักดันให้อู่ เจ๋อเทียนเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบอันโหดร้ายเป็นระบอบอันเชิดชูคุณธรรม

ภูมิหลัง[แก้]

ตี๋ เหรินเจี๋ยเกิดในตระกูลขุนนางจากจังหวัดไท่หยวน เมื่อ ค.ศ. 630 ในรัชศกถัง ไท่จง

ตี๋ เซี่ยวซู่ (狄孝緒) ผู้เป็นปู่ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักบริหาร (尚書左丞) ส่วน ตี๋ จือซุ้น (狄知遜) บิดา เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกุ๋ย (夔州) ซึ่งปัจจุบันคือ นครฉงชิ่ง

ในวัยเยาว์ ตี๋ เหรินเจี๋ยนั้นเป็นที่เลื่องลือในความใฝ่รู้ใฝ่เรียน หลังจากสอบได้เป็นจอหงวน เขาได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดเมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนัน ครั้งนั้น เพื่อนร่วมงานของเขาได้ร้องเรียนเท็จต่อผู้บังคับบัญชาว่า เขาขาดคุณสมบัติเป็นข้าราชการ ประจวบกับที่ หยัน ลี่เปิ่น (t=閻立本) เสนาบดีกระทรวงสวัสดิการสาธารณะ ผ่านมาตรวจราชการในท้องที่นั้น และขึ้นพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าว เมื่อหยัน ลี่เปิ่น ได้พบตี๋ เหรินเจี๋ย ก็ประทับใจในบุคลิกลักษณะ และกล่าวว่า

"ขงจื่อนั้นเคยกล่าวว่า 'อันความดีงามของบุคคลใดก็ดี ย่อมชี้วัดได้โดยความผิดพลาดของบุคคลนั้นเอง' ตัวท่านนี้อุปมาดังไข่มุกจากริมสมุทร แลขุมทรัพย์อันกู้ได้มาแต่แดนอาคเนย์ก็มิปาน"[2]

หยัน ลี้เปิ่นได้สนับสนุนให้ตี๋ เหรินเจี๋ยกินเมืองไคเฟิง ขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่นั้น ตี๋ เหรินเจี๋ยเป็นที่เลื่องลือในด้านความเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาและอาณาประชาราษฎรทั้งปวง ครั้งหนึ่ง เจิ้ง ฉงจื้อ (鄭崇質) เพื่อนร่วมงานของเขา ได้รับคำสั่งให้ไปตรวจราชการในที่ห่างไกล ขณะนั้น เขาทราบว่ามารดาผู้ชราของเจิ้ง ฉงจื้อ กำลังเจ็บไข้ ก็รุดไปหาลิ้น เหรินจือ (藺仁基) เลขาธิการสำนักบริหาร เพื่อร้องขอให้ตั้งเขาไปตรวจราชการแทน ลิ้น เหรินจือนั้นก็ประทับใจในตี๋ เหรินเจี๋ยเป็นอันมาก

ใน ค.ศ. 676 รัชศกถัง เกาจง ตี๋ เหรินเจี๋ยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการศาลสูงสุด (大理丞) ตี๋ เหรินเจี๋ยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นที่กล่าวขานว่า ระหว่างดำรงตำแหน่งดังกล่าว เขาได้พิพากษาคดีถึงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันราย และไม่มีคู่ความไม่พอใจคำพิพากษาของเขาแม้แต่คนเดียว

ในปีเดียวกันนั้น มีเหตุการณ์ซึ่ง นายพลฉวน ซั่นไฉ (權善才) และพลทหารฟั้น ไหวฺอี้ (范懷義) ทำลายหมู่ต้นไม้มงคลบนสุสานถัง ไท้จง ไปโดยอุบัติเหตุ ถัง เกาจง ทราบความแล้วก็ทรงพระโกรธ มีพระราชโองการให้ประหารชีวิตนายทหารทั้งสองเสียโดยไม่ชักช้า ตี๋ เหรินเจี๋ยจึงกราบบังคมทูลว่า ตามกฎหมายแล้ว นายทหารทั้งคู่มีโทษไม่ถึงชีวิต เพียงไล่ออกเท่านั้น ถัง เกาจงได้ทรงฟังแล้วก็ทรงพระโกรธเป็นทวีคูณ มีรับสั่งให้ทหารไล่ตี๋ เหรินเจี๋ยออกไปจากที่เฝ้า แต่ตี๋ เหรินเจี๋ยนั้นยังคงทูลทัดทานไม่ยอมหยุด จนถัง เกาจงได้สติและเข้าพระราชหฤทัย มีพระราชโองการให้ไล่นายทหารทั้งสองออกตามกฎหมายแทน หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็มีพระราชโองการโปรดให้ตี๋ เหรินเจี๋ยดำรงตำแหน่งขุนนางทัดทาน (御史)

ราว ๆ ค.ศ. 679 เหวย หงจือ (c=韋弘機) เสนาบดีกระทรวงเกษตรกรรม ได้สร้างพระที่นั่งสามหลังทางด้านตะวันออกของนครลั่วหยัง คือ พระที่นั่งซู่ยู่ (宿羽宮) หนึ่ง พระที่นั่งเกาชัน (高山宮) หนึ่ง พระที่นั่งชั่งหยัง (上陽宮) หนึ่ง ตี๋ เหรินเจี๋ยได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า เหวย หงจือกำลังนำพาพระมหากษัตริย์ไปสู่ความสุรุ่ยสุร่ายอันเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ พระมหากษัตริย์ทรงก็เห็นด้วย ก็มีพระราชโองการไล่เหวย หงจือออกจากตำแหน่งทันที

อ้างอิง[แก้]

  1. 兩千年中西曆轉換
  2. "Confucius had said, 'You can tell a man's kindness by his failure.' You are a pearl from the coast and a lost treasure of the southeast."