ตำบลคุ้งตะเภา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำบลคุ้งตะเภา
Tambon Khung Taphao
สถิติ
จังหวัด: อุตรดิตถ์
อำเภอ: เมืองอุตรดิตถ์
พื้นที่: 37.46 ตร.กม.
ประชากร: 8,735 (พ.ศ. 2550 พฤศจิกายน [1])
รหัสทางภูมิศาสตร์: 530105

ตำบลคุ้งตะเภา เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลคุ้งตะเภาเป็นตำบลขนาดใหญ่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าสองร้อยปี[2] เดิมการปกครองของตำบลคุ้งตะเภาขึ้นอยู่กับตำบลท่าเสา อำเภอบางโพ (อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ในปัจจุบัน) ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2490 จึงได้แยกการปกครองจากตำบลท่าเสามาตั้งเป็นตำบลใหม่[3] ปัจจุบันแบ่งหน่วยการปกครองเป็นหมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน มีประชากร 8,735 คน เป็นชาย 4,265 คน หญิง 4,470 คน[4] ประชากรตำบลคุ้งตะเภาส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท มีศาสนสถานในเขตตำบล 7 แห่ง สถานีอนามัยประจำตำบล 1 แห่ง และ โรงเรียนระดับพื้นฐาน 6 โรง มีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่สำคัญคือ แม่น้ำน่าน เส้นทางคมนาคมหลักคือ ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 11) ด้านเศรษฐกิจ ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบัน นายไพทูรย์ พรหมน้อย เป็นกำนันตำบลคุ้งตะเภา [5] ซึ่งในปัจจุบันตำบลคุ้งตะเภามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับ เทศบาลตำบล มีพื้นที่ตลอดทั้งตำบลคุ้งตะเภา โดยมี พ.ต.สงัด ศิริมา เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคุ้งตะเภา [6]

เนื้อหา

[แก้] ชื่อตำบล

คุ้งตะเภา มีความหมายว่า "คุ้งเรือสำเภา"[7] มาจากศัพท์ "คุ้ง" ส่วนเว้าโค้งเข้าไปของฝั่งน้ำฯ [8] และ "ตะเภา" แผลงมาจากศัพท์เดิมคือ "สำเภา" (เรือชนิดหนึ่ง)

[แก้] ความเป็นมาชื่อตำบล

โค้งสำเภาล่ม หลังวัดคุ้งตะเภาในปัจจุบัน เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านคุ้งตะเภา

ความเป็นมาชื่อคุ้งตะเภา มีที่มาจากคำบอกเล่าที่กล่าวกันมาว่า เคยมีเรือสำเภาล่ม[9]บริเวณโค้งแม่น้ำน่านหน้าวัด (วัดคุ้งตะเภา) ชาวสวนที่อาศัยทำไร่นาอยู่แถบนั้นจึงเรียกบริเวณนั้นว่า โค้งสำเภาล่ม ต่อมามีคนมาอาศัยอยู่มากขึ้นและเพื่อความสะดวกปาก จึงกลายเป็น คุ้งสำเภา และเมื่อเรียกกันนานเข้าจึงแผลงมาเป็น คุ้งตะเภา และเรียกกันเช่นนี้ตลอดมา

จากข้อมูลคำประพันธ์ในขุนช้างขุนแผน พบหลักฐานว่าคนทั่วไปเรียกแถบนี้ว่า คุ้งตะเภา มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว[7] ดังปรากฏในเสภาตอนหนึ่ง[10]ใน ขุนช้าง–ขุนแผน ดังนี้

"...อ้ายมอญมือด่างบางโฉลง      เมียชื่ออีโด่งเป็นชาวเหนือ
ลักถ้วนลักถี่ทั้งตีเรือ      ครกกระบากสากกะเบือไล่เก็บครบ
ถัดไปอ้ายทองอยู่หนอกฟูก      เมียชื่ออีดูกลูกตาจบ
กลางวันปิดเรือนเหมือนชะมบ      แต่พอพลบคนเดียวเที่ยวย่องเบา
อ้ายมากสากเหล็กเจ๊กกือ      เมียมันตาปรือชื่ออีเสา
ถัดไปอ้ายกุ้ง "คุ้งตะเภา"      ..."

ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่สมเด็จพระพันวษา พระราชทานนักโทษฉกาจให้แก่ขุนแผนเพื่อนำร่วมทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมี "อ้ายกุ้ง (ชาว) คุ้งตะเภา" ปรากฏตัวในรายชื่อ 35 นักโทษด้วย และเนื่องจากข้อความในขุนช้างขุนแผนดังกล่าว เป็นวรรณคดีที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดเกล้าฯ ให้แต่งขึ้นในสมัยของพระองค์ โดยมีเค้าโครงเรื่องเดิมจากสมัยอยุธยา จึงชี้ให้เห็นว่ามีการเรียกชื่อบ้านคุ้งตะเภาเพี้ยนมาก่อนหน้านั้นแล้วดังกล่าว

ภูมิประเทศด้านทิศเหนือของตำบล (วัดหนองปล้อง)

เขตตำบลที่ตั้งของแถบคุ้งตะเภานั้นตั้งอยู่ทิศตะวันออกของแม่น้ำน่าน ตรงข้ามกับตำบลท่าเสา อันเป็นย่านชุมชนการค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญของภาคเหนือ แต่ในฝั่งคุ้งตะเภานั้นนับว่ายังไม่มีความเจริญนัก เพราะที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านจะมีสภาพเป็นเป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมในช่วงน้ำหลากเสมอ ประกอบกับแถบนี้ยังมีป่าไม้เป็นส่วนใหญ่ และมีเพียงหมู่บ้านขนาดเล็กเป็นกลุ่มย่อม ๆ เรียงกันไปตามฝั่งแม่น้ำน่านทิศตะวันออก โดยในแถบหมู่บ้านตรงข้ามบ้านท่าเสาเมื่อวัดจากเส้นทางคมนาคมทางน้ำระหว่างหมู่บ้านที่ตั้งอยู่แถบริมฝั่งแม่น้ำน่านทิศตะวันออกในเขตตำบลท่าเสาในสมัยนั้น จะมีทุ่งบ้านคุ้งตะเภา ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางในแถบตำบลนี้และหมู่บ้านคุ้งตะเภานับเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและมีประชากรมากที่สุดกว่าบ้านอื่นที่ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกในอดีต

และด้วยเหตุที่หมู่บ้านคุ้งตะเภาตั้งมานานกว่า ประกอบกับในสมัยก่อนยังไม่มีหมู่บ้านอื่นในแถบนี้ คนทั่วไปจึงได้ใช้ชื่อคุ้งตะเภาเรียกขานย่านบริเวณตำบลแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกว่าย่านตำบลคุ้งตะเภามาตั้งแต่อดีต ดังปรากฏหลักฐานว่ามีการเรียกแถบตำบลนี้ว่า "ตำบลคุ้งตะเภา" มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว โดยในสมัยนั้นตำบลคุ้งตะเภา อยู่ในเขตการปกครองของอำเภออุตรดิฐ แขวงเมืองพิชัย มณฑลพิษณุโลก[11]

จนต่อมาช่วงหลัง ทางการได้รวมเขตปกครองตำบลคุ้งตะเภาเข้ากับตำบลท่าเสา อำเภอบางโพ อำเภออุตตรดิตถ์ เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพราะเดิมหมู่บ้านในแถบนี้ยังไม่เจริญนัก และตำบลท่าเสานั้นนับเป็นย่านการค้าและชุมชนที่มีความเจริญมาตั้งแต่โบราณเหมาะแก่การเป็นศูนย์กลางในการดูแลหมู่บ้านในเขตปกครอง จนมาในปี พ.ศ. 2490 ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้แบ่งเขตการปกครองในแถบนี้แยกออกจากตำบลท่าเสากลับมาตั้งเป็นตำบลคุ้งตะเภาเหมือนเดิม และได้ใช้ชื่อ คุ้งตะเภา มาตั้งเป็นชื่อตำบลเช่นเดิมสืบมาจนปัจจุบัน[12]


ดูเพิ่มได้ที่ หมู่บ้านคุ้งตะเภา

[แก้] สัญลักษณ์ประจำตำบล

สัญลักษณ์ประจำตำบลคุ้งตะเภา

สัญลักษณ์ประจำตำบลคุ้งตะเภาคือ รูปเรือสำเภาทอง โดยมีที่มาจากประวัติของชื่อคุ้งตะเภาที่กล่าวถึงเรือสำเภา และอนุโลมจากพระนามของหลวงพ่อสุวรรณเภตรา ที่แปลว่า หลวงพ่อสำเภาทอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวตำบลคุ้งตะเภา

สัญลักษณ์นี้ปรากฏในตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานสำคัญในตำบลคุ้งตะเภา เช่น ตราสัญลักษณ์ของวัดคุ้งตะเภา องค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งตะเภา ที่แม้ต่อมาเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลตำบลคุ้งตะเภา ก็ยังนำสัญลักษณ์นี้มาใช้ด้วย

คำขวัญประจำตำบลคุ้งตะเภา
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตำบลคุ้งตะเภา ใช้รูปเรือสำเภาทองเป็นตราสัญลักษณ์ประจำหน่วยงาน
Cquote1.svg

ลูกหลานชาวท่าเหนือ
ลือเลื่องภูมิปัญญา
สองพระปฏิมาคู่บ้าน
หาดน้ำน่านงามตา
พิพิธภัณฑ์วัดคุ้งตะเภาล้ำค่า
เลิศล้ำประเพณีงาม ๙ เดือน

Cquote2.svg
คำขวัญประจำตำบลคุ้งตะเภา

คำขวัญดังกล่าว แสดงถึงจุดเด่นสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตำบลคุ้งตะเภา[13]

โดยคำว่า "ลูกหลานชาวท่าเหนือ" แสดงถึง การที่ตำบลคุ้งตะเภามีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 300 ปี ในที่ตั้งทางผ่านสำคัญของย่านการค้าขายของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ที่ทำให้มีผู้มาตั้งรกรากในแถบย่านตำบลนี้จนกลายมาเป็นชาวบ้านลูกหลานชาวตำบลคุ้งตะเภาในปัจจุบัน

คำว่า "ลือเลื่องภูมิปัญญา" หมายถึง ตำบลคุ้งตะเภาเป็นชุมชนที่มีทุนทางภูมิปัญญาที่เข้มแข็งในหลายด้าน เช่น ด้านบุคคล มีปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาโบราณ ด้านแพทย์แผนไทยโบราณ, ด้านดนตรีและการละเล่นไทย, และนักภูมิปัญญาประดิษฐ์ในพิธีสำคัญทางศาสนาในแต่ละหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งรวมถึงในด้านสถานที่ด้วย เช่น มีศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทยวัดคุ้งตะเภา ที่มีการอนุรักษ์สมุนไพรไทยหายากไว้กว่า 400 ชนิด แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางภูมิปัญญาโบราณของตำบลคุ้งตะเภาเป็นอย่างดี

คำว่า "สองพระปฏิมาคู่บ้าน" สื่อความหมายถึง องค์หลวงพ่อสุวรรณเภตรา และ หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกว่า 800 ปี ที่เป็นพระพุทธรูปสำคัญศูนย์รวมจิตใจของชาวตำบลคุ้งตะเภา และชาวจังหวัดอุตรดิตถ์มาช้านาน

คำว่า "หาดน้ำน่านงามตา" หมายถึง สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจสำคัญของตำบลคุ้งตะเภา คือสวนสาธารณะหาดริมน้ำน่านบ้านคุ้งตะเภา แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนสำคัญที่เป็นที่นิยมแห่งหนึ่งของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

คำว่า "พิพิธภัณฑ์วัดคุ้งตะเภาล้ำค่า" หมายถึง ตำบลคุ้งตะเภามีทุนทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมความเป็นมาที่ยาวนาน มีพิพิธภัณฑ์ชุมชนเป็นของตนเองในวัดคุ้งตะเภา เป็นแหล่งศูนย์กลางรูปธรรมที่แสดงออกซึ่งความเป็นมาและความเจริญทางวัตถุรวมถึงความเจริญทางจิตใจในอดีตของชาวตำบลคุ้งตะเภา

คำว่า "เลิศล้ำประเพณีงาม ๙ เดือน" หมายความถึง การอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมดังเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวหมู่บ้านคุ้งตะเภาที่มีประเพณีสำคัญในแต่ละเดือนถึง 9 เดือน ตั้งแต่เดือน 3 ถึงเดือน 12 แสดงออกถึงความเจริญทางจิตใจและความผูกพันกับพระพุทธศาสนาของชาวตำบลคุ้งตะเภา และยังเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงทุนวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของชาวตำบลคุ้งตะเภาอีกด้วย

เพลงประจำตำบล

เพลงประจำตำบลคือ "คุ้งตะเภารำลึก"

คุ้งตะเภารำลึก
ตัวอย่างบทเพลง คุ้งตะเภารำลึก

ชาวคุ้งตะเภาได้มีการจัดทำเพลงประจำตำบลขึ้น โดยมี นายวิเชียร ครุฑทอง ปราชญ์ชุมชนของตำบลคุ้งตะเภา เป็นผู้แต่งบทเพลง - ทำนองเพลง รวมทั้งเป็นผู้ขับร้อง ซึ่งได้มีการบันทึกเสียงดนตรีที่ห้องบันทึกเสียงคณะดนตรีวง "ไทไท" ในปี พ.ศ. 2547

เพลงที่นายวิเชียร ครุฑทอง แต่งขึ้นมี 2 บทเพลง ทั้งสองเพลงเป็นเพลงขับร้องแบบลูกทุ่ง โดยมีชื่อตามลำดับดังนี้

  1. "เพลงคุ้งตะเภารำลึก" มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชื่อคุ้งตะเภา
  2. "เพลงอรุณรุ่งที่คุ้งตะเภา" มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้านคุ้งตะเภาในปัจจุบัน

ปัจจุบันทั้งสองเพลงได้มีการเปิดบรรเลงตาม "เสียงตามสาย" ของหมู่บ้านคุ้งตะเภา ก่อนการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหมู่บ้าน เป็นเพลงที่คุ้นหู และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของหมู่บ้านคุ้งตะเภามาจนปัจจุบัน[7]

[แก้] สภาพภูมิศาสตร์

ภาพถ่ายดาวเทียมตำบลคุ้งตะเภา (ฝั่งขวาของแม่น้ำน่าน)

ตำบลคุ้งตะเภาตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 10 กิโลเมตร ตำบลคุ้งตะเภามีสภาพเป็นที่ราบ มีแม่น้ำน่านไหลผ่านพื้นที่ มีหมู่บ้านจำนวน 8 หมู่บ้าน ย่านเจริญอยู่ทางทิศตะวันตกของตำบลติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ส่วนด้านทิศตะวันออกเป็นแหล่งเกษตรกรรมหลักของตำบล[14]

[แก้] อาณาเขต

ตำบลคุ้งตะเภา มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลงิ้วงามแม่น้ำน่านและอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
  • ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลป่าเซ่า หมู่ที่ 1 ตำบลผาจุก และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลผาจุกและอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับแม่น้ำน่านและเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์

[แก้] การปกครอง

ตำบลคุ้งตะเภา แบ่งการปกครองตามรูปแบบหมู่บ้านออกเป็น 8 หมู่ คือ


[แก้] กำนันตำบลคุ้งตะเภา

[แก้] ทำเนียบรายนามกำนันตำบลคุ้งตะเภา

ทำเนียบรายนามกำนันตำบลคุ้งตะเภา นับแต่สมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนถึงปัจจุบัน มีดังนี้[15]


ทำเนียบรายนามกำนันตำบลคุ้งตะเภา
ลำดับที่ รายนามกำนัน วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ขุนภูมิคุ้งตะเภา ปลายรัชกาลที่ 7
2. กำนันครีบ รัตนสากล (ไม่ทราบ)
3. กำนันต่วน คงตาม (ไม่ทราบ)
4. กำนันหลง ฟักสด (ไม่ทราบ)
5. กำนันคันโธ สิทธิชัย (ไม่ทราบ)
6. กำนันปิ่น แสงจันทร์ (ไม่ทราบ)
7. กำนันวิเชียร สรรค์เชื้อไพบูลย์ 8 ธ.ค. 2521 - 14 ก.ค. 2535
8. กำนันไพทูรย์ พรหมน้อย ก.ค. 2535 - ปัจจุบัน

[แก้] เทศบาลตำบลคุ้งตะเภา

เทศบาลตำบลคุ้งตะเภา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กินพื้นที่ตลอดตำบลคุ้งตะเภา เทศบาลตำบลคุ้งตะเภาได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นเทศบาลตำบล ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย [16] เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551 ปัจจุบันมี พ.ต.สงัด ศิริมา เป็นนายกเทศมนตรี จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคุ้งตะเภา พ.ศ. 2551

[แก้] เศรษฐกิจ

(รอเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนนี้)

[แก้] วัฒนธรรมประเพณี

ดูบทความหลักที่ หมู่บ้านคุ้งตะเภา

ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธเถรวาท ประเพณีต่างๆ ยึดถือปฏิบัติเหมือนกันกับชาวพุทธเถรวาทในแถบภาคกลางตอนบน เช่น บวชพระ ประเพณีแต่งงาน งานศพ ฯลฯ

[แก้] สถานที่ที่น่าสนใจในเขตตำบลคุ้งตะเภา

[แก้] หลวงพ่อสุวรรณเภตรา วัดคุ้งตะเภา

ดูบทความหลักที่ หลวงพ่อสุวรรณเภตรา
หลวงพ่อสุวรรณเภตรา​ประดิษฐานในอุโบสถวัดคุ้งตะเภา

หลวงพ่อสุวรรณเภตรา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พุทธลักษณะสมัยสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ ณ อุโบสถวัดคุ้งตะเภา มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง สร้างโดยหลวงพ่อพระครูธรรมกิจจาภิบาล (กลม) เกจิอาจารย์รูปสำคัญของเมืองอุตรดิตถ์ (ยุคก่อนหลวงปู่ทองดำ) ในปี พ.ศ. 2489 ชาวบ้านคุ้งตะเภานับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก

[แก้] หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์ วัดคุ้งตะเภา

ดูบทความหลักที่ หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์

หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ สร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สกุลช่างสุโขทัยยุคต้น-เชียงแสนปลาย มีอายุประมาณ 800 ปี เป็น 1 ใน 9 พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญแห่งเมืองอุตรดิตถ์

[แก้] สวนสาธารณะหาดน้ำน่าน

สวนสาธารณะหาดน้ำน่าน เทศบาลตำบลคุ้งตะเภา

สวนสาธารณะหาดน้ำน่าน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านคุ้งตะเภาริมแม่น้ำน่านทางด้านเหนือสุดของตำบล ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 เดิมบริเวณที่แห่งนี้เป็นหาดแม่น้ำกว้างสวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ในปี พ.ศ. 2545 องค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งตะเภา โดยการนำของนายเอกสิทธิ์ พรหมน้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งตะเภา ได้ขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในการปรับปรุงภูมิทัศน์และก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ มีการจัดระเบียบร้านค้า จัดสร้างกำแพงกั้นและมีการจัดเก็บเงินค้าบำรุงสำหรับประชาชนที่มาพักผ่อนในช่วงเทศกาลสำคัญ[ต้องการอ้างอิง] รวมทั้งมีการฟื้นฟูกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ เช่น ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ประเพณีเทศน์มหาชาติ เป็นต้น [17]

ด้วยความสวยงามของภูมิทัศน์และความสะดวกสะบายในการเดินทาง ปัจจุบัน สวนสาธารณะหาดน้ำน่านได้รับความสนใจจากประชาชนมาพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลลอยกระทง

[แก้] สภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภา วัดใหม่เจริญธรรม

สภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภา

สภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภา ตั้งอยู่ที่ วัดใหม่เจริญธรรม เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์สร้างใหม่ แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยการนำของพระปลัดสมพงษ์ สมจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม เจ้าคณะตำบลคุ้งตะเภารูปปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางของการรักษาอนุรักษ์ศิลปะประเพณีและวัฒนธรรมของตำบลคุ้งตะเภา และสำนักงานสภาวัฒนธรรมประจำตำบล ตัวอาคารจัดสร้างโดยการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวหมู่บ้านป่าขนุนและใกล้เคียง

ในทุกปี วัดใหม่เจริญธรรมจะมีงานส่งเสริมวัฒนธรรมการสืบทอดไหว้ครูมวยไทยสายพระยาพิชัยดาบหัก โดยมีอาคารสภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภาเป็นศูนย์กลาง[18] ปัจจุบัน อาคารสภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภา ไม่ได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุหรือจัดแสดงนิทรรศการด้านกิจกรรมการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม แต่คงใช้เป็นศูนย์กลางของการปกครองคณะสงฆ์ของตำบลคุ้งตะเภา โดยใช้เป็นกุฏิสงฆ์และกุฏิเจ้าอาวาสวัดใหม่เจริญธรรม และสำนักงานวัดใหม่เจริญธรรม รวมถึงเป็นสำนักเรียนนักธรรมประจำวัดใหม่เจริญธรรมอีกด้วย

[แก้] พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดคุ้งตะเภา

เอกสารโบราณที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคุ้งตะเภา

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดคุ้งตะเภา หรือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคุ้งตะเภา ตั้งอยู่ที่ กุฏิปั้นหยา วัดคุ้งตะเภา เป็นสถานที่จัดแสดงเอกสารและวัตถุโบราณของชุมชนคนบ้านคุ้งตะเภา เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้ศึกษาขนบวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของบรรพบุรุษ และเพื่อให้คนในท้องถิ่นได้รับรู้และเกิดความภาคภูมิใจในมรดกและความเป็นมาของชุมชนบ้านคุ้งตะเภาที่มีอายุความเป็นมายาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

เนื่องจากในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดคุ้งตะเภาไม่มีงบประมาณในการจัดห้องแสดงในขณะที่โบราณวัตถุของวัดคุ้งตะเภามีจำนวนมาก ทำให้สิ่งของที่นำมาจัดแสดงมีจำนวนไม่มากนัก โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่ทางวัดเก็บรักษาไว้โดยไม่ได้นำออกแสดง ในอนาคตวัดคุ้งตะเภามีโครงการย้ายการจัดแสดงไปบนอาคารศาลาการเปรียญของวัดที่กำลังสร้างเสร็จ โดยจะนำโบราณวัตถุทั้งหมดมาจัดแสดง และจะจัดห้องแสดงเป็นสัดส่วนตามหลักการจัดการพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนบ้านคุ้งตะเภาที่สำคัญต่อไป

[แก้] แหล่งเรียนรู้สมุนไพรไทย วัดคุ้งตะเภา

(ส่วนสมุนไพรไม้ยืนต้น ด้านหลังวัดคุ้งตะเภา)

แหล่งเรียนรู้สมุนไพรไทยวัดคุ้งตะเภา เป็นศูนย์ศึกษาสมุนไพรในวัดประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ และแหล่งเรียนรู้ชุมชนด้านสมุนไพรไทยที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตั้งอยู่ที่วัดคุ้งตะเภา โดยมีพื้นที่ปลูกสมุนไพรยืนต้นกว่า 15 ไร่ ครอบคลุมอาณาบริเวณวัดคุ้งตะเภาทั้งหมด โดยความริเริ่มของพระครูประดิษฐ์ธรรมธัช (ธง ฐิติธมฺโม), พระอาจารย์อู๋ ปญฺญาวชิโร (ปราชญ์ชุมชนตำบลคุ้งตะเภา) และพระสมุห์สมชาย จีรปญฺโญ ที่ได้ดำริให้จัดพื้นที่ในบริเวณวัดสำหรับปลูกสมุนไพรที่รวบรวมมาได้จากที่ต่าง ๆ ทั้งชนิดยืนต้นและชนิดไม้ลงหัว ไปจนกระทั่งไม้เลื้อยขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รวบรวมพืชสมุนไพรไทยที่หาชมได้ยากนำมาปลูกในเขตพื้นที่บริเวณวัดหลายร้อยชนิด โดยเริ่มทำการจัดหาสมุนไพรมาอนุรักษ์เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 จากเดิมที่วัดคุ้งตะเภาเป็นพื้นที่เปิดโล่ง กลายมาเป็นวัดสวนป่าสมุนไพรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์

สวนป่าสมุนไพรวัดคุ้งตะเภา ในปัจจุบันยังคงปล่อยให้เป็นบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสมุนไพร ซ่อนเร้นสมุนไพรไทยหายากอันมีคุณประโยชน์ยิ่งในบริเวณป่า จากพื้นที่โล่งร้อนกลายเป็นพื้นที่ป่าปลูกที่เงียบสงบเย็นเหมาะแก่การเจริญจิตตภาวนา และจากความริเริ่มของพระอาจารย์อู๋ ที่ไม่ให้ติดป้ายชื่อกำกับต้นไม้สมุนไพรทุกชนิดเหมือนสถานที่อื่น ทำให้วัดคุ้งตะเภาสามารถอนุรักษ์สมุนไพรบางชนิดที่หายากมากเอาไว้ได้โดยไม่ต้องคอยเฝ้าดูแล และเมื่อมีผู้สนใจมาศึกษาสมุนไพรทั้งจากภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ จะต้องให้พระอาจารย์อู๋มานำเดินชมด้วยตนเอง ทำให้ผู้สนใจได้รับความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านผู้ทรงภูมิปัญญาได้โดยตรง[19]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ข้อมูลจำนวนประชากรและบ้านตำบลคุ้งตะเภา กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  2. ^ ความเป็นมาหมู่บ้านและตำบลคุ้งตะเภา ในวิกิซอร์ซ
  3. ^ ราชกิจจานุเบกษา, เรื่องตั้งตำบลในจังหวัดต่าง ๆ, เล่ม ๖๔, ตอน ๔๖, ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๐, หน้า ๒๕๑๖
  4. ^ ข้อมูลจำนวนประชากรและบ้านตำบลคุ้งตะเภา กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  5. ^ ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบลคุ้งตะเภา จากเว็บไซด์บริษัท กำลังแผ่นดิน
  6. ^ การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคุ้งตะเภา พ.ศ. 2551
  7. ^ 7.0 7.1 7.2 เทวประภาส มากคล้าย เปรียญ.. เอกสาร : ประวัติวัดและหมู่บ้านคุ้งตะเภา . อุตรดิตถ์ : วัดคุ้งตะเภา , 2550.
  8. ^ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  9. ^ เรื่องเรือสำเภานี้เคยมีคนขุดเจอโครงเรือสำเภาโบราณขนาดใหญ่ขณะที่กำลังขุดบ่อน้ำ ที่หลังวัดคุ้งตะเภาบริเวณที่เคยเป็นท้องน้ำเดิม ปัจจุบันคือที่ตั้งของกลุ่มบ้านบริเวณโรงงานหมี่เก่าหลังวัดคุ้งตะเภา ซึ่งหากขุดดินบริเวณนั้นลงไป 4-5 เมตร จะเจอพื้นทรายเดิมและจะมีน้ำซึมตลอดเวลา สันนิษฐานว่าบริเวณที่เป็นโค้งสำเภาล่มนั้นคงจะเป็นสถานที่ขุดเจอโครงเรือนี้ ปัจจุบันยังไม่ได้ขุดขึ้นมาอนุรักษ์ เนื่องจากเจ้าของพื้นที่ได้ถมบ่อน้ำนั้นไปแล้ว
  10. ^ ขุนช้างขุนแผน ตอนที่ ๒๗ พลายงามอาสา
  11. ^ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงเกษตราธิการ ประกาศบอกล่วงหน้าจะแจกโฉนดสำหรับที่ดิน ในทุ่งบ้านวังหมู ตำบลวังหมู อำเภออุตรดิตถ์,ทุ่งบ้านป่าเซ่า ตำบลป่าเซ่า อำเภออุตรดิตถ์,ทุ่งบ้านคุ้งตะเภา ตำบลคุ้งตะเภา อำเภออุตรดิตถ์ แขวงเมืองพิชัย, เล่ม ๒๔, ๑๕ กันยายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๖, หน้า ๕๘๕
  12. ^ ราชกิจจานุเบกษา, เรื่องตั้งตำบลในจังหวัดต่าง ๆ, เล่ม ๖๔, ตอน ๔๖, ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๐, หน้า ๒๕๑๖
  13. ^ คำขวัญประจำตำบลคุ้งตะเภาแต่งโดยพระมหาเทวประภาส วชิรญาณเมธี เดิมเป็นคำขวัญประจำหมูบ้านคุ้งตะเภา
  14. ^ แผนที่สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์. สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรของชุมชน กรมพัฒนาที่ดิน ภายใต้ความร่วมมือของศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เรียกข้อมูลเมื่อ 2-6-52
  15. ^ จรูญ พรหมน้อย. (2554). ทำเนียบกำนันตำบลคุ้งตะเภา. อุตรดิตถ์ : (ม.ป.ท.).
  16. ^ รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 2 ครั้งที่ 21/2551.เว็บไซต์ สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
  17. ^ คืนชีวิต "หาดน้ำน่าน" ผลงานชุมชน-อ.บ.ต.คุ้งตะเภา.เว็บไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  18. ^ ทรงพล นาคเอี่ยม. (2550). การเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายในเชิงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวไทย : กรณีศึกษามวยไทยสายพระยาพิชัยดาบหัก. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  19. ^ ข้อมูลและภาพสวนป่าสมุนไพรวัดคุ้งตะเภา (ศูนย์ศึกษาสมุนไพรในวัดประจำจังหวัดอุตรดิตถ์). จากเว็บไซด์วัดคุ้งตะเภา. เรียกข้อมูลเมื่อ 14-5-52

[แก้] ดูเพิ่ม


[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons

พิกัดภูมิศาสตร์: 17°39′24″N 100°08′55″E / 17.65679°N 100.14849°E / 17.65679; 100.14849

หน่วยการปกครองและสถานที่สำคัญในตำบลคุ้งตะเภา
หมู่บ้าน

หมู่บ้านป่ากล้วย (หมู่ 1-2)หมู่บ้านป่าขนุน(หมู่ 3)หมู่บ้านคุ้งตะเภา (หมู่ 4)หมู่บ้านหัวหาด (หมู่ 5)หมู่บ้านหาดเสือเต้น (หมู่ 6,8)หมู่บ้านบ่อพระ (หมู่ 7)

อบต.คุ้งตะเภา.jpg
ศาสนสถาน

วัดคุ้งตะเภาวัดใหม่เจริญธรรมวัดป่ากล้วยวัดป่าสักเรไรวัดหาดเสือเต้นวัดหนองปล้องวัดบ่อพระ

สถานศึกษา

โรงเรียนป่ากล้วยเสริมวิทยาโรงเรียนบ้านคุ้งตะเภาโรงเรียนบ้านหัวหาดโรงเรียนบ้านบ่อพระโรงเรียนป่าขนุนเจริญวิทยา (ประถมฯและมัธยมฯต้น)โรงเรียนบ้านหาดเสือเต้น (ประถมฯและมัธยมฯต้น)สำนักศาสนศึกษาวัดคุ้งตะเภา (สำนักเรียนของคณะสงฆ์)

การท่องเที่ยว

สวนสาธารณะหาดริมน้ำน่านหมู่บ้านคุ้งตะเภา (หมู่บ้านคุ้งตะเภา)พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคุ้งตะเภา (วัดคุ้งตะเภา)หลวงพ่อสุวรรณเภตรา (วัดคุ้งตะเภา)หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์ (วัดคุ้งตะเภา)แหล่งเรียนรู้สมุนไพรไทยวัดคุ้งตะเภาสภาวัฒนธรรมตำบลคุ้งตะเภา (วัดใหม่เจริญธรรม)บึงทุ่งกะโล่ (เขตหมู่บ้านคุ้งตะเภา)

เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ