ตระกูลคุโจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตระกูลคุโจ
Kuzyou.jpg
ต้นราชสกุล คุโจ คาเนะซาเนะ
ผู้ขอพระราชทานนามสกุล คุโจ คาเนะซาเนะ
วันที่พระราชทานนามสกุล ไม่ระบุ


ตระกูลคุโจ (ญี่ปุ่น: 九条家 Kujō-ke ?) เป็นตระกูลสาขาของตระกูลฟุจิวะระ โดยได้แยกออกมาจาก ฟุจิวะระ โนะ ทาดะมิชิ ตระกูลคุโจวมีอำนาจเช่นเดียวกับตระกูลฟุจิวาระ ในด้านราชสำนักมีบุตรสาวของตระกูลนี้มากมายแต่งงานกับจักรพรรดิ หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม

ในฐานะตระกูลขุนนาง ตระกูลคุโจได้แบ่งตำแหน่งเซ็สโซและคัมปะกุ และตำแหน่งต่างๆ กับ ตระกูลโคโนอิ, ตระกูลทาคาสุซากะ, ตระกูลนิโจ และตระกูลอิจิโจ ซึ่งเป็นเครือญาติเดียวกันจากศตวรรษที่ 12 จนถึงปี ค.ศ. 1867


ประวัติ[แก้]

คุโจ คาเนะซาเนะ

ตระกูลคุโจก่อตั้งโดย ฟุจิวะระ โนะ คาเนะซาเนะ(ค.ศ. 1149 - 1207) โดยข้อแนะนำของ มินาโมโตะ โยริโตโมะT คำว่าคุโจนั้นแปลตรงตัวได้ว่า ถนน 9 สาย ซึ่งเป็นเขตในโตเกียวที่เป็นที่ตั้งวังของฟุจิวะระ โนะ คาเนะซาเนะ โชกุนแห่งคามากุระ คนที่สี่และห้า คุโจ โยะริสุเนะ และ คุโจ โยะริสุกุ ก็มาจากตระกูลนี้ หลังจากการปฏิรูปเมจิ สมาชิกตระกูลคุโจวทุกคนได้รับยศแต่งตั้งเป็น เจ้าชาย และได้ส่ง คุโจ ซาดาโกะ เข้าถวายตัวแด่ สมเด็จพระจักรพรรดิไทโช เป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม แต่นักประวัติศาสตร์บางท่านก็ว่ากันว่าตระกุลนี้ถูกก่อตั้งโดย ฟุจิวะระ โนะ โมโระซุเกะ(ค.ศ.908 - 960)

ศึกแห่งตระกูล[แก้]

ในรัชสมัยของจักรพรรดิโกชิรากาวะ เป็นช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองและแต่ละตระกูลก็แตกออกเป็นหลายๆฝ่าย คือฝ่ายจักรพรรดิและอดีตจักรพรรดิ ตระกูลฟุจิวะระก็แบ่งเป็นสองฝ่ายนี้เช่นกัน รวมไปถึงตระกูลไทระ และตระกูลมินาโมโตะ สงครามครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบถึงความมั่งคงของตระกูลฟุจิวะระอย่างมาก จนกระทั่งถึงรัชสมัยของจักรพรรดิโกซันโจ อำนาจของพวกเขาแทบล่มสลาย เพราะจักรพรรดิโกซันโจไม่ได้เป็นคนของตระกูลฟุจิวะระ จักรพรรดิโกซันโจร่วมมือกับขุนนางที่สนับสนุนและเหล่านักรบกวาดล้างตระกูลฟุจิวะระทั้งหมด อำนาจที่สั่งสมมาเป็นเวลานานได้หมดลง และได้เข้าสู่ยุคของนักรบ หรือซามูไรเข้ามาแทนที่ชนชั้นขุนนาง อย่างไรก็ตามในภายหลังพวกเขาก็กลับมามีสถานะที่สูงส่งได้เหมือนเดิม ภายใต้การนำของ 5 ตระกูลใหญ่ของเครือฟุจิวะระ คือ คุโจ นิโจ อิจิโจ ทาสุคาสะ และ โคโนอิ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตระกูลคุโจเกลียดตระกูลมินะโมโตะ และตระกูลไทระ อย่างมาก


ด้านศิลปะ และศาสนา[แก้]

ในอดีตตระกูลคุโจได้เป็นผู้สร้าง ศาลเจ้าคิตาโนะ ในปีค.ศ. 1219 โดยคุโจ มิชิอิเอะ ได้มีส่วนร่วมในการตกแต่งศาลเจ้าในด้านศิลปะด้วย ในภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คุโจ คุมิโกะ ก็ได้มีการบำรุงศาสนาในหลายๆประเทศทั้งในญี่ปุ่น และหลายๆประเทศในเอเชียรวมไปถึง อเมริกา โดยการเผยแผ่ศาสนาโดยได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลจากแต่ละประเทศโดยในปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายนิชิเรนกว่า 1 แสนคน และในอินโดนีเซีย ศรีลังกา สเปน และหลายๆประเทศก็มียอดผู้นับถือสูงขึ้นมาก

ก่อนการปฏิรูปเมจิ ยุคล่มสลายของโชกุน และซามูไร[แก้]

ในยุคนี้ตระกูลคุโจแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ อันเนื่องจากตระกูลคุโจนั้นเป็นตระกูลขุนนางที่ผูกขาดตำแหน่งเซ็สโซและคัมปะกุ จึงไม่มีส่วนได้เสียในการล่มสลายของรัฐบาลทหารเท่าใดนัก แต่เมื่อการต่อต้านบะกุฟุรุนแรงขึ้น เหล่า 5 ตระกูลใหญ่แห่งเซ็สกังก็ได้เริ่มตระหนักว่าการล่มสลายของตนเองได้ใกล้เข้ามาอันเนื่องจาก หากฝ่ายจักรพรรดิได้รับชัยชนะอำนาจของพวกเขาต้องจบลงเป็นแน่แท้

สมัยเมจิ - สมัยโชวะ[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม บุตรสาวแห่งตระกูลคุโจว

ภายหลังการปฏิรูปเมจิ สมาชิกตระกูลคุโจได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าชาย ซึ่งเทียบได้กับ แกรนด์ดยุก ของยุโรปนั่นเอง ตระกุลคุโจวได้เริ่มกลับมามีอำนาจอีกครั้งโดยการยกบุตรสาวของเจ้าชายคุโจว มิจิทะกะ ให้สมรสกับเจ้าชายโทชิฮิโตะ(สมเด็จพระจักรพรรดิไทโช) และเจ้าชายคุโจว โทชิฮิโตะ จึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระเชษฐาตั้งแต่นั้น ในเวลาต่อมาได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นเหตุให้คนของสกุลคุโจวหมดอำนาจลงเนื่องจาก เจ้าชายคุโจว โทชิฮิโตะได้ประกาศคัดค้านการเข้าร่วมสงคราม ฝ่านสนับสนุนสงครามจึงปลงพระชนม์พระองคเสีย ส่งผลให้สมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม ทรงกริ้วและต่อต้านการเข้าร่วมสงครามอย่างเปิดเผยจนเกิดการทะเลาะกับ จักรพรรดิโชวะ จนทำให้ทั้งสองพระองค์แทบไม่มองพระพักตร์กัน นับแต่นั้นคนของสกุลคุโจวก็ไม่ได้ขึ้นมามีอำนาจอีกเลยหลังจากการ สรรคตของจักรพรรดินีเทเม

อ้างอิง[แก้]