ดีวีนากอมเมเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดีวีนากอมเมเดีย
Divina Commedia  
Michelino DanteAndHisPoem.jpg
ดานเตถือหนังสือ “ดีวีนากอมเมเดีย” หน้าประตูนรก ภูเขาโทษภูมิเจ็ดระดับ และเมืองฟลอเรนซ์ โดยมีโค้งสวรรค์อยู่ด้านบน (จิตรกรรมฝาผนังโดยโดเมนนิโค มิเคลิโน)
ผู้ประพันธ์ ดันเต
ชื่อต้นฉบับ Commedia
หมู่เรื่อง อุปมานิทัศน์ของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการตาย
วันเผยแพร่ ค.ศ. 1308 - ค.ศ. 1321

ดีวีนากอมเมเดีย (อิตาลี: Divina Commedia; อังกฤษ: Divine Comedy) หรือสุขนาฏกรรมของพระเจ้า เป็นวรรณกรรมอุปมานิทัศน์ที่เขียนโดยดันเต อาลีกีเอรีระหว่างปี ค.ศ. 1308 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1321 “ไตรภูมิดานเต” เป็นกวีนิพนธ์สำคัญของวรรณกรรมอิตาลีและเป็นหนึ่งในงานชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของวรรณกรรมของโลก[1] กวีนิพนธ์ที่เป็นเป็นจินตนิยายและอุปมานิทัศน์ของคริสเตียนสะท้อนให้เห็นถึงการวิวัฒนาการของปรัชญาของยุคกลางในเรื่องที่เกี่ยวกับโรมันคาทอลิกของตะวันตก นอกจากนั้นก็ยังเป็นหนังสือที่มีบทบาทต่อสำเนียงทัสคัน (Tuscan dialect) ตามที่เขียนเป็นภาษาอิตาลีมาตรฐาน[2]

“ดีวีนากอมเมเดีย” แบ่งออกเป็นสามตอน “นรก” (Inferno) “แดนชำระ” (Purgatorio) และ “สวรรค์” (Paradiso) กวีนิพนธ์เขียนในรูปของบุคคลที่หนึ่งและเป็นเรืองที่บรรยายการเดินทางของดานเตไปยังภูมิสามภูมิของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่เริ่มการเดินทางตั้งแต่วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงวันพุธหลังจากวันอีสเตอร์ของปี ค.ศ. 1300 โดยมีกวีโรมันเวอร์จิลเป็นผู้นำใน “นรก” และ “แดนชำระ” และเบียทริเช พอร์ตินาริเป็นผู้นำใน “สวรรค์” เบียทริเชเป็นสตรีในอุดมคติที่ดานเตพบเมื่อยังเป็นเด็กและชื่นชมต่อมาแบบ “ความรักในราชสำนัก” (courtly love) ที่พบในงานสมัยแรกของดานเตใน “ชีวิตใหม่” (La Vita Nuova) ที่เขียนในปี ค.ศ. 1295

ชื่อเดิมของหนังสือก็เป็นเพียงชื่อสั้นๆ ว่า “Commedia” แต่ต่อมาโจวันนี บอกกัชโชก็มาเพิ่ม “Divina” ข้างหน้าชื่อ ฉบับแรกที่พิมพ์ที่มีคำว่า “Divine” อยู่หน้าชื่อเป็นฉบับที่นักมานุษยวิทยาฟื้นฟูศิลปวิยาของเวนิสโลโดวีโก ดอลเช (Lodovico Dolce) พิมพ์ในปี ค.ศ. 1555[3]


อ้างอิง[แก้]

  1. Bloom, Harold (1994). The Western Canon.  See also Western canon for other "canons" that include the Divine Comedy.
  2. See Lepschy, Laura; Lepschy, Giulio (1977). The Italian Language Today.  or any other history of Italian language.
  3. Ronnie H. Terpening, Lodovico Dolce, Renaissance Man of Letters (Toronto, Buffalo, London: University of Toronto Press, 1997), p. 166.

ดูเพิ่ม[แก้]