ดามพ์ ดัสกร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดามพ์ ดัสกร
Damp dussakorn.jpg
ชื่อเกิด ดามพ์เผด็จ ดัสกร
ธนฤกษ์ ธัญมงคล (ชื่อในปัจจุบัน)
ชื่อเล่น เบิ้ม
เกิด 19 มิถุนายน พ.ศ. 2488 (69 ปี)
อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
อาชีพ นักแสดง, นักการเมือง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2513 - ปัจจุบัน
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

ดามพ์ ดัสกร นักแสดงผู้รู้จักกันดีในบทของดาวร้ายในอดีต มีชื่อจริงว่า ดามพ์เผด็จ ดัสกร (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น "ธนฤกษ์ ธัญมงคล") มีชื่อเล่นว่า "เบิ้ม" เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ที่บ้านควนขี้แรด ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเกริก และปริญญาโทนิเทศศาสตร์ สาขาธุรกิจการท่องเที่ยวและบันเทิง จากมหาวิทยาลัยเกริก

เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นพนักงานต้อนรับชาวต่างประเทศ ที่สนามมวยราชดำเนิน จนกระทั่ง หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ไปพบถึงชวนเข้าสู่วงการบันเทิง โดยให้รับบทดาวร้ายครั้งแรกใน ภาพยนตร์ 16 มิลลิเมตร เรื่อง "หญิงก็มีหัวใจ" ฉายทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2513 หลังจากนั้นได้เป็น พระเอกในละครโทรทัศน์เรื่อง "ปิง วัง ยม น่าน" โดยประกบกับ นางเอก ศิรินธร ศรอนงค์

มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก "มันมากับความมืด" (ซึ่งเป็นเรื่องแรกของ สรพงษ์ ชาตรี และ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ด้วย) ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ "ทอง ภาค 1" นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้วยังเป็นอำนวยการสร้างภาพยนตร์และกำกับภาพยนตร์เรื่อง "ดาวพระเสาร์" ในปี พ.ศ. 2525 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ในระยะหลังได้กลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง โดยการชักนำของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก แห่ง บริษัทกันตนา และไพรัช สังวริบุตร แห่ง บริษัทดาราวิดีโอ ให้มารับบทดาวร้ายในละครโทรทัศน์ของช่อง 7 หลายเรื่อง เช่น เมืองโพล้เพล้, ผมอาถรรพ์, มนต์รักลูกทุ่ง, แม่นาคพระนคร, ปะการังสีดำ, สื่อกามเทพ, ขุนเดช, นางแมวป่า, ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว และจวบจนถึงปัจจุบัน

เคยได้รับรางวัลดาวร้ายยอดเยี่ยม จากการประกวดรางวัลผลงานดีเด่นทางโทรทัศน์ เมขลา ปี พ.ศ. 2538 จากบท "เศรษฐีจอม" ในละครโทรทัศน์เรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง"

นอกจากนี้แล้ว ยังมีญาติผู้น้องของเจ้าตัวหลายคนก็ได้เป็นนักแสดงในบทร้ายตามมาอีกด้วย เช่น กิตติ ดัสกร, ภิญโญ ปานนุ้ย, ยุพข่าน เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2525 เคยตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า นายวรวุฒิ วัฒนศักดิ์ ผู้จัดการของ ทูน หิรัญทรัพย์ นักแสดงยอดนิยมในขณะนั้น และในปลายปี พ.ศ. 2552 ก็ปรากฏเป็นข่าวว่าบุกรุกที่ดินของผู้อื่นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเก็บมูลค้างคาวส่งขายให้โรงงานผลิตปุ๋ยซึ่งมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท[1]

ในทางสังคมและการเมือง ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในกลางปี พ.ศ. 2553 โดยก่อนหน้านั้นเคยเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยมาก่อน ซึ่งในครั้งนี้ เจ้าตัวคาดหวังว่าจะได้ลงรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นบ้านเกิด[2] จนในปี พ.ศ. 2554 ดามพ์ ดัสกร ได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคความหวังใหม่ โดยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบแบ่งเขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 9 (เขตจตุจักร) [3] แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง[4]

อ้างอิง[แก้]