ดาบิด บียา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดาบิด บียา
David Villa - 01 (cropped).jpg
บียาในชุดของอัตเลตีโกมาดริด
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ดาบิด บียา ซานเชซ[1]
วันเกิด 3 ธันวาคม ค.ศ. 1981 (33 ปี)[1]
สถานที่เกิด ลังเกรโอ ประเทศสเปน
ส่วนสูง 1.75 ม. (5 ฟุต 9 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน เมลเบิร์นซิตี (ยืมตัวจากนิวยอร์กซิตี)
หมายเลข 9
สโมสรเยาวชน
1991–1999 ลังเกรโอ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1999–2001 สปอร์ติงเดคีคอนเบ 65 (25)
2001–2003 สปอร์ติงเดคีคอน 80 (38)
2003–2005 เรอัลซาราโกซา 73 (32)
2005–2010 บาเลนเซีย 166 (108)
2010–2013 บาร์เซโลนา 77 (33)
2013–2014 อัตเลตีโกมาดริด 36 (13)
2014– นิวยอร์กซิตี 0 (0)
2014– เมลเบิร์นซิตี (ยืมตัว) 0 (0)
ทีมชาติ
2000–2003 สเปน ยู 21 7 (0)
2005–2014 สเปน 97 (59)
2002 อัสตูเรียส 1 (0)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 2 มิถุนายน 2014

† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 8 มิถุนายน 2014

ดาบิด บียา ซานเชซ (สเปน: David Villa Sánchez) เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ที่เมืองลังเกรโอ แคว้นอัสตูเรียส บียาเป็นเจ้าของฉายา "เอลกวาเฮ" (ในภาษาอัสตูเรียสแปลว่าเจ้าหนูน้อย)[3] ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเมลเบิร์นซิตีและทีมชาติสเปน ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าระดับแนวหน้าของโลกในปัจจุบัน มีชื่อเสียงมากในเรื่องความแม่นยำในการยิงประตูหน้ากรอบเขตโทษ

บียาเริ่มต้นการเล่นอาชีพเมื่อปี 1991 กับอูเป ลังเกรโอ ซึ่งเป็นทีมในบ้านเกิด ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมสปอร์ติ้ง กิฆอน ในปี 1999 และประเดิมเกมในระดับลีกา 2 ในฤดูกาล 2000-01 จากนั้น เรอัลซาราโกซาก็ได้หยิบยื่นโอกาสให้เขาได้สัมผัสประสบการณ์ในเกมระดับลาลีกาเป็นครั้งแรกในปี 2003

ระหว่างที่ค้าแข้งกับซาราโกซาเป็นเวลา 2 ฤดูกาล บียาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์โคปาเดลเรย์ด้วยการเฉือนเรอัลมาดริด และสแปนิชซูเปอร์คัพในปี 2004 ด้วยการเอาชนะบาเลนเซีย เจ้าของแชมป์ลาลีกาไปได้อย่างพลิกความคาดหมาย

ด้วยฟอร์มการถล่มประตูที่เฉียบขาด ทำให้ "เจ้าค้างคาว" ยอมทุ่มเงิน 12 ล้านยูโร (ประมาณ 540 ล้านบาท) เพื่อดึงตัวบียามาร่วมทีมในปี 2005

ในฤดูกาล 2004-05 บียาก็ตอบแทนค่าตัวได้คุ้มค่าทุกเซนต์เมื่อทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการทำ 25 ประตูจากการลงสนาม 35 นัดในลีก จะเป็นรองก็แค่ ซามูเอล เอโต ดาวยิงของบาร์เซโลนา ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดลาลีกาเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเขาสร้างความฮือฮาด้วยการกดแฮตทริกแรกให้บาเลนเซีย ด้วยการใช้เวลาเพียง 5 นาที ในเกมที่บุกไปเอาชนะ แอธเลติก บิลเบา 3-0 เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา

จากการทำประตูที่คงเส้นคงวาทำให้มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปจ้องที่จะคว้าตัวหัวหอกวัย 25 ปีไปล่าตาข่าย ซึ่งรวมถึงเชลซี แชมป์พรีเมียร์ชิพ 2 สมัย แต่บาเลนเซียก็ไม่คิดที่จะปล่อยเสาหลักของทีมรายนี้ไปง่าย ๆ จึงได้จับต่อสัญญาอยู่โยงในถิ่นเมสตายาสเตเดียมไปจนถึงปี 2010 แต่บาร์เซโลนาก็มาซื้อตัวดาบิด บียา ไปด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร จนถึงปี 2013-2014 ก็ย้ายไปอัตเลตีโกมาดริดด้วยค่าตัว 5.1 ล้านยูโร

ในส่วนของทีมชาติ บียาก็มีผลงานที่น่าประทับใจเช่นเดียวกัน โดยอดีตนักเตะตัวหลักของทีมชาติสเปนชุดยู-21 เลื่อนขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับซานมารีโนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2005 นอกจากนั้น ยังช่วยยิงประตูในเกมเพลย์ออฟฟุตบอลโลกที่พบกับสโลวาเกียด้วย

หลังจากที่ช่วยพาทีมกระทิงดุผ่านเข้ามาร่วมฟาดแข้งในรอบสุดท้ายที่ประเทศเยอรมนีแล้ว บียา ดาวยิงตัวเก่งของบาเลนเซีย ก็ยิงได้ 2 ประตูในนัดที่พบกับยูเครน และยิงจุดโทษในเกมที่พ่ายฝรั่งเศส 1-3 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะปิดฉากฟุตบอลโลกครั้งแรกด้วยการทำ 3 ประตู

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล สเปนในฐานะแชมป์เก่าต้องตกรอบแรกโดยสองนัดแรกเป็นฝ่ายแพ้ต่อทั้งเนเธอร์แลนด์และชิลี ในนัดที่สามที่พบกับออสเตรเลีย ซึ่งไม่มีผลอะไรแล้วต่อการเข้ารอบ ดาบิด บียา ได้ประกาศว่านี่เป็นการลงเล่นให้กับทีมชาติเป็นนัดสุดท้าย และบียาก็เป็นผู้ยิงประตูแรกให้กับสเปนได้ แต่เมื่อขึ้นครึ่งหลังได้ไม่นาน บิเซนเต เดล บอสเก ผู้จัดการทีมสเปนก็ได้เปลี่ยนตัวบียาออก ทำให้บียาถึงกับร้องไห้ออกมา เมื่อเสร็จการแข่งขันแล้วเดล บอสเก อ้างว่าไม่ทราบว่านี่คือการเล่นให้กับทีมชาติเป็นนัดสุดท้ายของบียา[4][5]

ดาบิด บียา ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลทีมชาติสเปนที่ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกติดต่อกันถึง 3 สมัย คือ ฟุตบอลโลก 2006, ฟุตบอลโลก 2010 และฟุตบอลโลก 2014 และคว้าแชมป์โลกมาได้หนึ่งสมัย คือ ฟุตบอลโลก 2010 และเป็นเจ้าของสถิติผู้ทำประตูสูงสุดของทีมชาติสเปน คือ 59 ประตู ทำลายสถิติเดิมของราอูล กอนซาเลซ และเป็นนักฟุตบอลสเปนที่ยิงในฟุตบอลโลกมากที่สุด คือ 9 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 12 นัด[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "David Villa". UEFA. สืบค้นเมื่อ 2010-06-19. 
  2. "Biography for David Villa". 
  3. http://www.academiadelallingua.com/diccionariu/index.php?cod=27770
  4. "แฟนสเปนรุมจวกเดลบอสเก้ถอดบีย่าเกมทุบออสเตรเลีย". สยามสปอร์ต. 24 June 2014. สืบค้นเมื่อ 25 June 2014. 
  5. "เดล บอสเก้ อ้างไม่รู้ บีญ่า รับใช้กระทิงดุเกมสุดท้าย". สนุกดอตคอม. 25 June 2014. สืบค้นเมื่อ 25 June 2014. 
  6. "บีญ่า กับประตูส่งท้ายทีมชาติ". ไทยพีบีเอส. 24 June 2014. สืบค้นเมื่อ 25 June 2014. 

http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic_cache.php?table_id=1&cate_id=177&post_id=52755

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]